'พิชัย'เฮ รอด'คดีกบต้ม'ปมใช้ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ วิจารณ์'ประยุทธ์'

'พิชัย'เฮ รอด'คดีกบต้ม'ปมใช้ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ วิจารณ์'ประยุทธ์'
5 กุมภาพันธ์ 2564
248

"พิชัย" เผย "ปอท." ส่งหนังสือแจ้ง ทาง"อัยการ" มีคำสั่งเด็ดขาด ไม่ฟ้องอาญา "คดีกบต้ม" หลังยก ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ ชำแหละการแก้ปัญหาของ "นายกฯ" ยุค "คสช." ชี้ "เศรษฐกิจ" ตอนนี้ อาการหนักกว่า จ่อ เปิดซักฟอกในสภา แนะ หัดรับฟังบ้าง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้รับหนังสือเลขที่ 0026.(12)3/169 ลงวันที่ 29 มกราคม 2564 จาก กองกำกับ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญกรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ลงนามโดย พันตำรวจเอก พิเชษฐ์ คำภีรานนท์ ผู้กำกับการ 3 บก. ปอท. แจ้งว่า พนักงานอัยการมีหนังสือที่ อส 0009.3/0171 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2563 มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องตนในคดีอาญาเลขที่ 0051/2560 ที่ คสช. ฟ้องผม ในคดีที่รู้จักกันดีว่าคือคดีกบต้ม ที่เป็นทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่มีอยู่จริงแต่พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้า คสช.ในขณะนั้น น่าจะไม่มีความรู้ จึงได้ให้คนมาฟ้องผม ซึ่งตอนที่ คสช. ฟ้องในเรื่องนี้นั้น ข่าวได้กระจายไปต่างประเทศ และทำให้ประเทศไทยถูกขบขันในเรื่องนี้อย่างมาก

นายพิชัย กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณสำนักอัยการที่ให้ความเป็นธรรมกับผมอีกครั้ง หลังจากที่ได้สั่งไม่ฟ้องคดีรูปปกนิตยสารไทม์และ รูปการดูด .. 4.0 ที่สำนักอัยการได้สั่งไม่ฟ้องไปแล้วก่อนหน้านี้ เพราะคดีทั้งหมดน่าจะเป็นความพยายามที่จะให้ตนหยุดการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเท่านั้น และจะเป็นประวัติศาสตร์จารึกความพยายามของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ที่จะปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน เพราะตนโดนเรียกทั้งหมด 12 หน เป็นการเรียกปรับทัศนคติ8 หน เรียกดำเนินคดีอีก 4 หน และต้องขอขอบคุณนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ที่ได้ช่วยเหลือว่าความแก้ต่างให้ในคดีต่างๆตลอดมา จนปัจจุบันตนไม่มีคดีใดๆ ค้างอยู่อีกต่อไปแล้ว

161249576470

นายพิชัย กล่าวว่า หากจำกันได้ ตนได้เตือนเรื่องปัญหาเศรษฐกิจไทยที่จะย่ำแย่มาตลอด และทฤษฎีกบต้มนี้ ผมเตือนมาตั้งแต่ปี 2560 หรือ กว่า 3 ปีที่แล้ว ซึ่งหากพลเอกประยุทธ์ จะเปิดใจรับฟังและหาทางแก้ไขปรับปรุง เศรษฐกิจไทยคงไม่ย่ำแย่แบบนี้ เศรษฐกิจไทยทรุดหนักมาตลอดตั้งแต่มีการปฏิวัติ เหมือนที่สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ว่าไทยเป็นคนป่วยของเอเชียและจะป่วยหนัก ตั้งแต่ก่อนที่มีการระบาดของไวรัสโควิด และมาทรุดหนักหลังวิกฤตไวรัส ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจไทยอาการหนักยิ่งกว่ากบต้มเสียอีก คนกำลังลำบากกันอย่างแสนสาหัส SMEs เจ๊งกันมาก หนี้สินของประเทศและหนี้สินของประชาชนพุ่งกระฉูด การว่างงานเพิ่มขึ้นมาก และยังมีแนวโน้มที่จะแย่ลงอีกเรื่อยๆ เพราะพลเอกประยุทธ์ ไม่สามารถพัฒนากรอบคิดให้ทันโลกได้ขนาดสื่อหลักของญี่ปุ่นยังเตือนว่าเศรษฐกิจไทยจะแย่ต่อไปอีก 10 ปี ในบทความเศรษฐกิจไทย : หายนะแบบสโลโมชั่นซึ่งตรงกับ ทฤษฎีกบต้ม ที่ผมเตือนไว้ 3 ปีแล้ว โดยเรื่องการบริหารประเทศที่ล้มเหลวนี้ พรรคเพื่อไทย และ ฝ่ายค้านจะได้นำมาตีแผ่อภิปรายไม่ไว้วางใจให้ประชาชนได้ทราบในไม่ช้านี้

"จากที่ผมได้เตือนแล้วและเป็นจริงนี้ ผมอยากให้พลเอกประยุทธ์ได้เรียนรู้และหัดรับฟังความคิดเห็นและคำแนะนำของคนกลุ่มต่างๆ โดยเลิกใช้กฏหมายเพื่อพยายามปิดปากประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเลิกปิดปากนักศึกษาและเยาวชน และหัดรับฟังเพื่อนำมาปรับปรุงความคิดที่ล้าหลังตกยุคให้ทันสมัยขึ้น ก่อนที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ความหายนะจริงตามคำทำนายซึ่งหากพลเอกประยุทธ์พัฒนาตัวเองไม่ได้ และยังยึดติดกับกรอบคิดแบบเดิมๆ ก็ควรจะพิจารณาตัวเองลาออก อย่าได้เป็นสาเหตุของความหายนะให้กับประเทศอีกต่อไป" นายพิชัยกล่าว

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง