อียูเร่งแอสตร้าเซนเนก้าส่งวัคซีนต้านโควิด

อียูเร่งแอสตร้าเซนเนก้าส่งวัคซีนต้านโควิด

อียูเร่งแอสตร้าเซนเนก้าส่งวัคซีนโควิด หลังบริษัทประกาศลดการส่งมอบ

สหภาพยุโรป (อียู) เรียกร้องให้บริษัทแอสตร้าเซนเนก้าเร่งการส่งมอบวัคซีนโควิด-19 หลังจากที่ทางบริษัทประกาศลดการส่งมอบแก่อียู เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

“เราหวังว่าทางบริษัทจะสามารถหาทางออกเพื่อเร่งการส่งมอบวัคซีน” โฆษกของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของอียู กล่าว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่าอียูจะกำหนดให้บริษัทยาทำการลงทะเบียนการส่งออกวัคซีนโควิด-19 เพื่อป้องกันการนำโควต้าวัคซีนของอียูไปส่งมอบให้แก่ประเทศอื่น

ทั้งนี้ แอสตร้าเซนเนก้าแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า วัคซีนโควิด-19 ที่ทางบริษัทพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด จะมีการส่งมอบไปยังอียูต่ำกว่าเป้าหมายจนถึงปลายเดือนมี.ค. อันเนื่องจากปัญหาด้านการผลิต โดยคาดว่าจะมีการลดปริมาณการส่งมอบวัคซีนลง 60% เหลือเพียง 31 ล้านโดส

ด้านออสเตรเลียและไทยก็ประสบปัญหาการส่งมอบวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าเช่นกัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสาธารณสุข กล่าวว่า แอสตร้าเซนเนก้าจะส่งมอบวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ไทยจำนวน 150,000 โดส จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 200,000 โดส และต่ำกว่าจำนวน 1 ล้านโดสที่ไทยเสนอในช่วงแรก

ก่อนหน้านี้ บริษัทไฟเซอร์ อิงค์ ระบุว่า ทางบริษัทจะลดการส่งมอบวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ยุโรป ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลหลายประเทศในยุโรปแสดงความไม่พอใจ ขณะที่บางประเทศ เช่น อิตาลี ขู่ดำเนินการทางกฎหมาย

รัฐบาลโรมาเนียเปิดเผยว่า ไฟเซอร์ได้ลดการส่งมอบวัคซีน 50% ในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่จะค่อยๆเพิ่มจำนวนการส่งมอบในภายหลัง แต่การส่งมอบจะยังไม่กลับสู่ระดับปกติ จนกว่าจะถึงปลายเดือนมี.ค.

โปแลนด์ก็ถูกลดการส่งมอบวัคซีนเหลือเพียง 50% เช่นกัน ส่วนสาธารณรัฐเชคก็เผชิญปัญหาขาดแคลนวัคซีนเช่นเดียวกัน จนส่งผลกระทบต่อโครงการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ให้แก่ประชาชน

ขณะที่เดนมาร์กระบุว่า การที่ไฟเซอร์ลดการส่งมอบวัคซีน 50% จะทำให้เกิดการขาดแคลนวัคซีน 10% ในไตรมาสแรก

รัฐบาลฮังการีเรียกร้องให้อียูทำการเจรจากับไฟเซอร์เพื่อให้มีการส่งมอบวัคซีนอย่างตรงเวลา

นอกจากนี้ ประเทศที่อยู่นอกอียูเช่น สวิตเซอร์แลนด์และแคนาดาก็ถูกไฟเซอร์ลดการส่งมอบวัคซีนเช่นกัน

ไฟเซอร์ออกแถลงการณ์ระบุว่า ทางบริษัทจะทำการปรับปรุงประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 จึงทำให้จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ควบคุมกฎระเบียบ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งมอบวัคซีนเป็นการชั่วคราว

ไฟเซอร์ระบุว่า ปริมาณการส่งมอบวัคซีนจะลดลงตั้งแต่ในช่วงปลายเดือนนี้จนถึงต้นเดือนหน้า โดยกระทบต่อการส่งมอบวัคซีนทุกประเทศในยุโรป แต่การส่งมอบจะเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปลายเดือนหน้า

นพ.อัลเบิร์ต เบอร์ลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไฟเซอร์ กล่าวว่า เขามีความมั่นใจว่าบริษัทจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตวัคซีนสู่ระดับ 2 พันล้านโดสในปีนี้