'เดินทางข้ามจังหวัด' รฟท. คุมเข้ม 5 จังหวัดเสี่ยง 'โควิด-19' ต้องมีเอกสารรับรองการเดินทาง

'เดินทางข้ามจังหวัด' รฟท. คุมเข้ม 5 จังหวัดเสี่ยง 'โควิด-19' ต้องมีเอกสารรับรองการเดินทาง
14 มกราคม 2564
4,431

รฟท. กำหนดมาตรการ "เดินทางข้ามจังหวัด" หรือเดินทางออกนอกพื้นที่ 5 จังหวัดเสี่ยง "โควิด-19" ผู้โดยสารต้องมีเอกสารรับรองความจำเป็นในการเดินทาง

เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 64 นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กำหนดมาตรการ หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด หรือเดินทางออกนอกพื้นที่ โดยกำหนดให้พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดใน 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

โดยให้งดการเดินทางข้ามจังหวัดหรือกรณีมีความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกพื้นที่ให้มีเอกสารรับรองความจำเป็นในการเดินทางเพื่อยืนยันแก่เจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการซื้อตั๋วโดยสารอย่างเข้มงวดโดยแสดงบัตรประชาชนพร้อมกับกรอกเอกสารรับรองความจำเป็นในการเดินทาง (แบบ ต.8-คค/รฟท) และจะต้องมีหนังสืออนุญาตการเดินทางจากทางจังหวัดออกนอกพื้นที่มาแสดงด้วย แต่หากผู้โดยสารไม่มีเอกสารดังกล่าว จะไม่สามารถซื้อตั๋วโดยสารรถไฟได้

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามนโยบายของ ศบค. และกระทรวงคมนาคม โดยกำหนดให้สถานีรถไฟที่ตั้งในเขตจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ยังมีการให้บริการเดินขบวนรถโดยสารอยู่เขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ประกอบด้วย สถานีพานทอง ชลบุรี บางพระ ชุมทางศรีราชา บางละมุง พัทยา บ้านห้วยขวาง ชุมทางเขาชีจรรย์ พลูตาหลวง จำนวน 9 สถานี

ทั้งนี้รวมถึงขบวนรถที่ผ่านเส้นทางดังกล่าว จำนวน 2 ขบวน ได้แก่ ขบวนธรรมดาที่ 283 กรุงเทพ - พลูตาหลวง เวลาออก 06.55 เวลาถึง 11.20 น. และขบวนรถธรรมดาที่ 284 พลูตาหลวง - กรุงเทพ เวลาออก 13.35 น. เวลาถึง 18.15 น.จะต้องปฏิบัติมาตรการหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด หรือเดินทางออกนอกพื้นที่ของ ศบค. อย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังกำหนดให้ตั้งจุดคัดกรองวัดไข้ผู้โดยสารก่อนเข้าในพื้นที่สถานี การจัดจุดบริหารแอลกอฮอล์ล้างมือ และการให้สวมหน้ากาก พร้อมกับให้สแกนแอพพลิเคชัน ไทยชนะก่อนและหลังใช้บริการ แต่หากผู้โดยสารไม่สามารถใช้แอพพลิเคชันไทยชนะ ให้กรอกข้อมูลการเดินทางแทน ขณะเดียวกันยังกำหนดให้พนักงานสถานีทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากตลอดเวลา และใส่ถุงมือในขณะขายตั๋วโดยสาร รวมถึงเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดจุดที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น หน้าช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร เก้าอี้ผู้โดยสาร ราวจับบันได ทุกๆ 2 ชม และในทุกขบวนรถที่ให้บริการ ตลอดจนให้ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในสถานีทุกวัน ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสถานีรถไฟ หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง