'ฟ้าทะลายโจร' ทางเลือกรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ระยะเริ่มต้น

'ฟ้าทะลายโจร' ทางเลือกรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ระยะเริ่มต้น
13 มกราคม 2564
3,105

การระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากในประเทศ “ฟ้าทะลายโจร” กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลผู้ป่วยควบคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบัน ที่ผ่านมา กรมการแพทย์แผนไทยฯ จับมือ 5 รพ.ของรัฐ ใช้ ฟ้าทะลายโจร เป็นทางเลือกรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ระยะเริ่มต้น

ข้อมูลการศึกษา จาก กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ชี้ให้เห็นว่า ฟ้าทะลายโจร มีสารที่มีฤทธิ์ลดระดับสารที่ก่อการเกิดการอักเสบ การยับยั้ง การเพิ่มจำนวนของไวรัส รวมถึงการอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสเอง ทั้งในหลอดทดลอง และสัตว์ทดลอง ในประเทศไทยมีการศึกษาผ่านการพิจารณาจริยธรรมการศึกษาวิจัยในคนเรียบร้อยแล้ว พบว่า ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ระดับความรุนแรงน้อย ซึ่งได้รับการตรวจยืนยันการติดเชื้อภายใน 72 ชั่วโมง มีอาการดีขึ้นทุกราย หลังวันที่ 3 ของการได้รับสารสกัดฟ้าทะลายโจร โดยไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด

“พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์” อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อธิบายว่าว่า จากสถานการณ์ การระบาดของไวรัสโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกมากกว่า 80 ล้านคน ซึ่งล่าสุดโรคนี้ ได้กลับมาสร้างความวิตกกังวลให้คนไทยทั้งประเทศอีกครั้งในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พบผู้ป่วยคนไทยติดเชื้อโควิด-19 ที่จังหวัดสมุทรสาคร และมีการพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากจากการค้นหาในกลุ่มเสี่ยง จึงจำเป็นต้องหาทางเลือกในการร่วมดูแลผู้ป่วยควบคู่กับแพทย์แผนปัจจุบัน

ที่ผ่านมา กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ร่วมมือกับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ดำเนินการศึกษานำร่องผลของยาสารสกัดฟ้าทะลายโจรขนาดสูงต่อผู้ป่วยโรคโควิด-19 หลังจากการวิจัยในหลอดทดลอง พบมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อและยังยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้ แต่ไม่มีฤทธิ์ในการป้องกันเซลล์จากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงไม่แนะนำให้รับประทานเพื่อการป้องกันโรคโดยที่ยังไม่มีอาการ

พร้อมกันนี้ ยังได้ขยายผลต่อยอดงานวิจัยในคน โดยร่วมโรงพยาบาลสมุทรปราการ ซึ่งดูแลผู้ป่วยจากนอกประเทศในสถานที่ที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ผลการศึกษาเบื้องต้นในผู้ป่วยที่รับประทานสารสกัดฟ้าทะลายโจร ขนาด 180 มิลลิกรัมต่อวัน ผู้ป่วยทุกรายมีอาการดีขึ้นตั้งแต่วันที่ 3 ของการได้รับสารสกัดดังกล่าว โดยพบว่า อาการไอ, เจ็บคอ, มีเสมหะ , มีน้ำมูก , ปวดกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะ มีอาการดีขึ้น ผู้ป่วยไม่มีอาการข้างเคียง ค่าการทำงานของตับและไต อยู่ในเกณฑ์ปกติ

161047432483

ล่าสุด กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับ โรงพยาบาลของรัฐ 5 โรงพยาบาล ในเขตสุขภาพที่ 5 ประกอบด้วย โรงพยาบาลนครปฐม โรงพยาบาลสมุทรสาคร โรงพยาบาลราชบุรี โรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี และโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จังหวัดสมุทรสงคราม เตรียมใช้ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร รักษาผู้ป่วยไวรัสโควิด 19

“การรักษาด้วยยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรนี้ ผู้ป่วยจะได้รับสารสำคัญ Andrographolide 180 มิลลิกรัมต่อวัน นาน 5 วัน ร่วมกับการรักษาตามมาตรฐานการรักษาโรคด้วยยาแผนปัจจุบันตามมาตรฐานทางการแพทย์จากโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นการซักประวัติ การตรวจร่างกาย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการประเมินอาการทุกวัน หากมีอาการแพ้ยา หรือผลข้างเคียงจากการรักษา สามารถหยุดยาได้ทันทีและแจ้งทีมรักษาได้ตลอด 24 ชั่วโมงพญ.อัมพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่สนใจเข้ารับการรักษา ต้องเป็นผู้ป่วยที่มีอายุ 18 - 60 ปี และมีระดับความรุนแรงน้อย คือ มีอาการแสดงของระบบทางเดินหายใจเล็กน้อย เช่น ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ โดยไม่มีภาวะปอดอักเสบ รวมถึงได้รับการตรวจยืนยันการติดเชื้อ SARS-CoV-2 ภายใน 72 ชั่วโมง หลังเริ่มมีอาการ

ขอให้ผู้ป่วยที่สมัครใจรักษาด้วยสมุนไพรฟ้าทะลายโจร มั่นใจในกระบวนการรักษาทุกขั้นตอน ทางโรงพยาบาลมีบุคลากรทางการแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาการรักษา โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนฟ้าทะลายโจร โทร. 065-504 5678 หรือ ช่องทาง www.facebook.com/dtam.moph และ Line @DTAM

ขณะที่ ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ระบุว่า ฟ้าทะลายโจร มีการศึกษาวิจัยกันอย่างแพร่หลาย ทั้ง จีน สวีเดน สิงคโปร์ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีการศึกษาวิจัยฟ้าทะลายโจรอย่างกว้างขวาง รวมถึงการนำมาใช้ในระบบสุขภาพ การรระบาดโควิด-19 รอบแรก มีการวิจัยพบว่าฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ฆ่าไวรัสและยับยั้งการแบ่งตัว จนนำไปสู่การวิจัยในผู้ป่วยที่มีอาการน้อยจำนวน 6 ราย พบว่า ช่วยลดความรุนแรงของอาการได้

“อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ใช้ฟ้าทะลายโจรเพื่อรักษาโควิด-19 เอง ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องและหากเป็นควรได้รับการรักษาจากสถานพยาบาลเนื่องจากเป็นโรคใหม่ ที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด แต่อย่างไรก็ตามฟ้าทะลายโจรก็ควรมีไว้ติดบ้านเพื่อบรรเทาอาการหวัดที่มีในช่วงนี้ เพราะสามารถช่วยได้ทั้งป้องกันไวรัสเข้าเซลล์ ลดการแบ่งตัว เพิ่มภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบ”

161047432476

แม้ว่าฟ้าทะลายโจรจะมีงานวิจัยออกมาว่าสามารถรักษาโควิด-19 ในระยะต้นได้ แต่การนำไปใช้ยังต้องระมัดระวัง ซึ่งที่ผ่านมา กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้ระบุ ข้อควรระวังของการใช้ฟ้าทะลายโจร ได้แก่ ห้ามใช้ยาฟ้าทะลายโจรในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร และผู้ป่วยที่มีอาการไข้เจ็บคอจากการติดเชื้อแบคทีเรีย มีตุ่มหนองในคอ มีไข้สูง หนาวสั่น หากใช้ฟ้าทะลายโจรติดต่อกัน 3 วัน แล้วไม่หาย หรือ มีอาการรุนแรงขึ้นระหว่างใช้ ยา ควรหยุดใช้ และพบแพทย์

หากมีอาการแพ้ฟ้าทะลายโจร เช่น เกิดผื่น ลมพิษ หน้าบวม ริมฝีปากบวม หายใจลำบาก ให้หยุดใช้ยาทันทีและไม่ใช้อีก รวมทั้งควรระวังในผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟาริน แอสไพริน โคลพิโดเกรล ยาลดความดันโลหิต และการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้แขนขาชา หรืออ่อนแรง สอบถามรายละเอียดที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ โทร. 0-2149-5678 หรือเว็บไซต์ www.dtam.moph.go.th

  • ฟ้าทะลายโจรบรรเทาไข้หวัด

ปัจจุบันนอกจากการนำฟ้าทะลายโจรวิจัยเพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ระยะต้นแล้ว ยังถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับประชาชน ในการดูแลตนเองหากมีอาการป่วยทั่วไปไม่มาก อาทิ “ฟ้าทะลายโจรแห้ง สำหรับแก้ไข้” ของ อภัยภูเบศร รับประทานครั้งละ 2-4 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน

และ “ผลิตภัณฑ์สารสกัดฟ้าทะลายโจรในรูปแบบแคปซูล” ของ บริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด (ไทยเฮิร์บ) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนขององค์การเภสัชกรรม ได้มี ซึ่งมีสารแอนโดรกราโฟไลด์ เป็นส่วนประกอบไม่ต่ำกว่า 20 มิลลิกรัม ต่อ 1 แคปซูล โดยมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ อาการของโรคหวัด (common cold) เช่น เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยวางจัดจำหน่ายตามร้านขายยา โมเดิร์นเทรด และโรงพยาบาลกว่า 60 สาขาทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ฟ้าทะลายโจร ยังมี ข้อควรระวังและในกลุ่มที่ห้ามใช้ ดังนั้น ควรศึกษาและอ่านรายละเอียดให้ดีโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์และกำลังให้นมบุตร

161047414418

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง