คุ้ยลึกเส้นทาง 'เคนมผง' จับสาวค้ายา เค้น3โจ๋ปาร์ตี้เสพ ผบ.ตร.จี้รายงานทุกวัน

คุ้ยลึกเส้นทาง 'เคนมผง' จับสาวค้ายา เค้น3โจ๋ปาร์ตี้เสพ ผบ.ตร.จี้รายงานทุกวัน
12 มกราคม 2564
529

ความคืบหน้า.. คุ้ยลึกเส้นทาง "เคนมผง" จับสาวค้ายา เค้น 3 โจ๋ปาร์ตี้เสพ ผบ.ตร.จี้รายงานทุกวัน

วันนี้ (12 ม.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีมีผู้เสพยาเกินขนาดและเสียชีวิตจากการเสพเคนมผง กรณี ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต ยังรักษาอาการอยู่ในโรงพยาบาล ส่วนผลการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดยังไม่ออกเป็นทางการ แต่เชื่อว่ายาเสพติดมีส่วนผสมหลักคือ เคตามีน

ทั้งนี้ในแต่ละรายจะมีส่วนผสมอื่นอีกหรือไม่ก็แล้วแต่เป็นรายๆ ไป โดยหลักจะมีสารเสพติดที่ทีฤทธิ์ทำให้นอนหลับ เช่น ไดอาซีแพม หรือจะมียาเสพติดประเภทอื่นอาจเป็นยาไอซ์ ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งผลการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นบอกว่าระบบหัวใจล้มเหลวและระบบการหายใจล้มเหลว ส่วนอย่างอื่นต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้งจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลรามาธิบดี ส่วนสาเหตุที่นำมาผสมกันมีสาเหตุ 2 ประการ คือ 1.ทำให้มีฤทธิ์รุนแรงขึ้น 2.เพื่อเป็นการลดต้นทุนให้ได้กำไรมากขึ้น

สืบจับกุมคนค้าเคนมผงเพิ่ม

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานทราบว่ายาเสพติดมีการจำหน่ายในพื้นที่ของ สน.วัดพระยาไกร และบริเวณใกล้เคียง ส่วนต้นตอจะนำมาจากไหนยังไม่ทราบ ทราบเพียงว่ามีการจำหน่ายและมีความคืบหน้าของบุคคลที่นำยาเสพติดมาจำหน่ายให้กับผู้เสียชีวิต เร็วๆ นี้น่าจะจับกุมตัวได้ ส่วนการตรวจค้นเพิ่มเติมนั้นก็เจอหลักฐานในคดีเพิ่มเติม และพบพยานหลักฐานทำให้พิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่มาจำหน่ายยาเสพติด แต่จะเป็นรายย่อยหรือรายใหญ่ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน ซึ่งได้ทำการตรวจค้นโรงสีย่านพระราม 3เพิ่ม ซึ่งมีประโยชน์ต่อรูปคดี

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ส่วนเมื่อวานนี้มีการจับกุมคดียาเสพติดในพื้นที่บช.น. 3 คดี ประกอบด้วยในพื้นที่สน.สายไหม 2 คดี สน.จรเข้น้อย 1 คดี ทั้ง 3 คดีผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าจำหน่ายยาเสพติด โดยเป็นผู้จำหน่ายรายย่อย ส่วนผสมเชื่อว่ามีส่วนผสมหลักเป็นเคตามีน ทั้ง 3 รายให้การว่ารับมาจากจังหวัดปทุมธานี อยู่ระหว่างขยายผล พร้อมยืนยันว่ามีความคืบหน้าทางคดีจะต้องได้ตัวผู้จำหน่าย เพื่อนำมาขยายผลต่อ

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวอีกว่า การสอบพยานให้การแตกต่างกัน มีผู้จำหน่ายหลายคน ซึ่งตำรวจต้องพิสูจน์ทราบ เพราะบางครั้งทราบเพียงชื่อเล่น อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ ในวันนี้ พรุ่งนี้คงจับได้บางส่วน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้หน่วยงานตำรวจป้องกันปราบปราบจับกุมยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ผู้จำหน่ายยาเสพติดหาวิธีที่จะจำหน่ายยาเสพติดที่มีการออกฤทธิ์รุนแรงขึ้น แต่ต้นทุนถูกลงในการจำหน่าย

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ได้ส่งทุกตัวอย่างไปตรวจยาเสพติดในทุกคดีว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ เพราะยาเสพติดในคราวนี้เสพแล้วเสียชีวิตเป็นอันตราย อย่างไรก็ตามยาเสพติดมีมานานแล้ว ขึ้นอยู่ช่วงเวลาไหน หาง่าย ก็จะแพร่หลาย หรือมีราคาถูกก็ทำให้แพร่หลาย รวมถึงส่วนผสมที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทรุนแรง หรือผู้เสพชอบก็จะเป็นที่นิยม ซึ่งเคตามีนมีมานานแล้วเดิมเป็นน้ำ ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในการแพทย์ เป็นวัตถุควบคุมสำหรับใช้ในการแพทย์ช่วยให้สลบ ส่วนเคนมผงมีการพูดกันมาช่วง 2 เดือนหลังในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. 63 โดยพบว่าการเปลี่ยนจากน้ำมาทำให้เป็นผง เพื่อง่ายต่อการเสพ มีฤทธิ์รุนแรงรวดเร็วขึ้น

ส่วนกรณีที่ญาติผู้เสียชีวิตตั้งข้อสงสัยว่าอาจถูกมอมยา และล่วงละเมิดทางเพศ ทางพล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ยืนยันจากทางแพทย์ก่อน เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปได้

ผบ.ตร.ติดตามคืบหน้า เคนมผง

ด้าน พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผบ.ตร. กล่าวว่า คดี “เคนมผง” ว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้ความสำคัญมากสั่งการให้ บช.ปส. ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธร 1-9 หาข่าวข้อมูลยาเสพติดชนิดนี้โดยเฉพาะและจับกุมโดยรายงานผลจับกุมทุกวันจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ผบ.ตร. ถือว่าเป็นเรื่องใหม่และการระบาดยาเสพติดจะต้องหมดไป ที่สำคัญจะต้องหาแหล่งต้นตอของแหล่งยาเสพติดที่มาจำหน่ายให้ได้

รายงานข่าวแจ้งว่า ทางพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้สั่งการให้ทางศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บช.น. ตรวจสอบกรณีมีผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมจากการเสพยาเสพติดที่มีส่วนผสมของยาเคเป็นหลักแต่มีตัวยาชนิดอื่นเพิ่มเติม จากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการเสียชีวิตเสพยาดังกล่าวมีทั้งหมด 11 ราย พักรักษาตัวอยู่ที่รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ แยกเป็นเข้าพักการรักษาตัว 3 ราย มาห้องฉุกเฉินไม่เข้าพักการรักษาตัว 6 ราย มาโรงพยาบาลให้หมอตรวจแล้วกลับบ้าน 2 ราย

คุมสาวค้าเคนมผงสอบเพิ่ม

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (12 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม ได้นำตัว น.ส.ศิริกาญจน์ หรือนุ่น อายุ 23 ปี ผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ที่ถูกจับกุมพร้อมของกลาง ยาเค เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา มาสอบปากคำเพิ่มเติม ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.กรุงเทพฯ และ ป.ป.ส. จ.ปทุมธานี เพื่อหาต้นตอและที่มาของยาเสพติดชนิดใหม่ เคนมผง สำหรับใช้ในการประกอบสำนวนคดี ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ในวันที่ 13 ม.ค.นี้

ทั้งนี้ กลางดึกที่ผ่านมา จนท.ชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจนครบาล 2 จับนางสาวศิริกาญจน์ หรือ นุ่น อายุ 23 ปี พร้อมของกลาง ยาเคตามีน น้ำหนักประมาณ 7.35 กรัม ได้ภายในบ้านเลขที่ 200/163 ชุมชนจิตภาวรรณ 1 แยก 4 เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร

สำหรับคดีนี้ ตำรวจสืบทราบว่า ผู้หญิงชื่อ นุ่น มีพฤติการลักลอบจำหน่ายยาเคตัวใหม่ (เคนมผง) ภายในชุนชนจิตภาวรรณ 1 พื้นที่สายไหม จึงลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวจนพบตัว นางสาวศิริกาญจน์ มีลักษณะตรงตามที่ได้รับรายงาน ยีนอยู่หน้าบ้าน จึงแสดงตัวขอทำการตรวจค้น

ด้านนางสาวศิริกาญจน์ ยอมรับว่า มียาเสพติด อยู่ในกระเป๋ากางเกง จำนวนหนึ่ง และ เมื่อตรวจค้นในบ้านยังพบยาเสพติดของกลางซุกซ่อนอยู่อีกด้วย โดยพบว่า ของกลางเป็นยาตัวใหม่ ที่เรียกว่า เคนมผง ซึ่งมีส่วนผสมยาเค กับ ยาโรเช่ ซึ่งจะทำให้ออกฤทธิ์ได้แรงขึ้น โดยรับยามาจาก เพื่อนชายที่อยู่ลำลูกกาคลอง 2 ในราคากรัมละ 470 บาท และนำมาขายให้ลูกค้าย่านสายไหมในราคากรัมละ 600 บาท

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหามีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิต และ ประสาท ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (ยาเคตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฏหมาย ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสายไหม ดำเนินคดีตามกฏหมาย

นครบาลสอบ 3 โจ๋แก๊งปาร์ตี้เคนมผง

เมื่อคืนที่ผ่านมา ที่ สน.วัดพระยาไกร พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 ได้เรียก พ.ต.อ.ธงชัย บัวรังษี ผกก.สน.วัดพระยาไกร พร้อมพนักงานสอบสวน และตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร ประชุมคลี่คลายคดี ‘เคนมผง’ พร้อมสั่งการให้ชุดทำงานรวบรวมพยานหลักฐาน

ขณะเดียวกันตำรวจยังได้เชิญตัว นายโบ้ นายน้ำ และ นายป๋อง วัยรุ่นชาย 3 ราย ที่อยู่ในวันเกิดเหตุที่พีอาร์สาวเสียชีวิต มาให้ทางพนักงานสอบสวน ทำการสอบปากคำ โดยแยกกันสอบคนละห้อง อย่างละเอียด

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบถาม นายโบ้ อ้างว่า ก่อนเกิดเหตุนายป๋องได้ชักชวนให้ไปซื้อยาเสพติด ซึ่งตอนนั้นไม่ทราบว่าคือยาอะไร จึงได้เดินทางไปซื้อยาดังกล่าวบริเวณสวนพลู แต่ผลปรากฎว่ายาไม่มี จึงได้เลี้ยวรถกลับไปซื้อที่ซอยโรงสี ย่านถนนพระราม3 จำนวน 5 ถุง ในราคา 2,700 บาท

อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจอยู่ในระหว่างสอบปากคำทั้ง 3 คน อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อรวบรวมเป็นหลักฐานและหาต้นตอของแหล่งจำหน่าย ‘เคนมผง’

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง