เปิดไทม์ไลน์ ผู้ป่วยโควิด รายที่ 43 -44

เปิดไทม์ไลน์ ผู้ป่วยโควิด รายที่ 43 -44
2 ธันวาคม 2563
502

สสจ.เชียงใหม่ แถลงไทม์ไลน์ ผู้ป่วยรายที่ 43 และ 44 ของจังหวัดเชียงใหม่ พบมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 3 ราย เสี่ยงต่ำ 2 ราย เก็บสิ่งส่งตรวจพร้อมกักตัวเเล้ว 4 ราย อีกรายรอเก็บตัวอย่าง

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 2 ธันวาคม 2563 ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นพ.วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ ร่วมกันแถลงข่าว กรณีพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด -19 ที่จังหวัดเชียงใหม่เพิ่ม 2 ราย ซึ่งถือเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 43 และ 44 ของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหญิงไทยอายุ 23 ปี และ 25 ปี มีประวัติลักลอบข้ามแดนกลับเข้ามาในประเทศไทย และเป็นผู้สัมผัสกับผู้ป่วยโควิด-19 รายล่าสุดของจังหวัดพะเยา


นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำหรับผู้ป่วยรายที่ 42 ของจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้ได้ติดตามผู้สัมผัสทั้งหมด 312 ราย ผลเป็นลบ 295 ราย โดยกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง 90 รายติดตามตรวจได้ 88 ราย ไม่พบเชื้อ ที่เหลือ 2 รายกำลังอยู่ระหว่างการติดตามตัว ซึ่งในจำนวนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 7 ราย ที่ได้รับการตรวจหาเชื้ออย่างรวดเร็วในช่วงวันแรกซึ่งได้รับการตรวจซ้ำในวันที่ 5-6 หลังสัมผัส ผลยังไม่พบเชื้อ จึงมีความสบายใจขึ้นสำหรับในรายผู้ป่วยรายที่ 42 ว่าจะไม่มีการแพร่ระบาดในวงกว้าง


สำหรับวันนี้ 2 ธ.ค. 63 จังหวัดเชียงใหม่ได้รายงานเข้าไปยังกรมควบคุมโรค กรณีพบผู้ป่วยติดเชื้อรายที่ 43 และ 44 ซึ่งเชื่อมโยงกับผู้ป่วยพบติดเชื้อที่จังหวัดพะเยา โดยเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 63 ได้รับรายงาน มีผู้ป่วยเดินทางเข้ามาตรวจหาเชื้อที่รพ.เอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ ผลออกมาเป็นบวก ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่จังหวัดพะเยา เป็นรายที่เดินทางเข้ามาจากเมียนมาทางพรมแดนธรรมชาติเช่นเดียวกัน เดินทางเข้ามาวันที่ 29 พ.ย. 63 หลังเดินทางเข้ามาได้มีกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ที่สำคัญได้เข้าไปเที่ยวในงานสิงห์ปาร์ค หลังจากนั้นในวันที่ 30 พ.ย.63 ได้เดินทางมาตรวจที่ รพ.เอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเดินทางมาด้วยรถส่วนตัว เมื่อตรวจเสร็จได้เดินทางกลับไปจ.พะเยา หลังได้รับรายงานตรวจว่าพบเชื้อโควิด- 19 ได้ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่โรงพยาบาลเอกชน เพื่อสอบสวนกลุ่มผู้สัมผัส และติดตามเส้นทางการเดินทาง ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ในเชียงใหม่ โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ

160691120880

ในการสอบสวนโรคได้ข้อมูลผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยจังหวัดพะเยา เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 4 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ 2 ราย เป็นผู้ป่วยรายที่ 43 และ 44 ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผู้ป่วยรายที่ 43 และ 44 สำหรับไทม์ไลน์ ของผู้ป่วยรายที่ 43 และ 44

วันที่ 27 พ.ย. 2563 เวลา 15.00 – 17.00 น. เดินทางเข้าประเทศทางพรมแดนธรรมชาติ 3 ราย โดยการเดินเท้า แล้วต่อรถจักรยานยนต์ เดินทางเข้าประเทศทาง นอนค้างบ้านเพื่อนที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย


วันที่ 28 พ.ย. 2563 อยู่บ้านเพื่อน อ.แม่สาย จ.เชียงราย
วันที่ 29 พ.ย. 2563 นั่งรถเก๋งรับจ้างไปในตัวเมืองเชียงราย นอนบ้านเพื่อนที่ อ.เมือง จ.เชียงราย(ใกล้ๆ Big C)
วันที่ 30 พ.ย. 2563 เวลา 11.00 - 16.30 น.เหมารถจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย เดินทางมาพร้อมกันทั้ง 3 คน รถมาส่งที่บ้านพัก(CM43 + น.ส. A พักอยู่ด้วยกัน)และหอพักย่านสันติธรรม(CM44)(ระหว่างเดินทางไม่ได้แวะที่ไหน) และในวันเดียวกันนี้ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 จาก จ.พะเยา มาหาที่บ้านพักและหอพักย่านสันติธรรม ในช่วงค่ำหลังจากไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่รพ.เอกชน ในจังหวัดเชียงใหม่


วันที่ 1 ธ.ค. 63 เวลา 12.00 น. ไปฟังผลให้เพื่อนที่ รพ.เอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ จากกการสัมภาษณ์ประวัติเพิ่มเติม พบว่ามีประวัติเสี่ยงเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดเช่นกัน จึงได้ติดตามเพื่อนอีก 2 คนมาตรวจด้วยกันทั้งหมด


เวลา 18.00 น. ผลตรวจของ CM43, CM44 ผลตรวจยืนยันพบเชื้อโควิด-19 ได้รับรักษาที่ โรงพยาบาลนครพิงค์ ส่วนน.ส.A ผลเป็นลบ ขณะนี้กักตัวอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐกำหนด


สำหรับการติดตามผู้สัมผัสกับผู้ป่วยทั้งสองรายนี้ พบผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง จำนวน 3 ราย และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ จำนวน 2 ราย ซึ่งขณะนี้ได้เก็บสิ่งส่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้วรอผล จำนวน 4 ราย ส่วนอีก 1 ราย รอเก็บสิ่งส่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 และทางทีมสอบสวนโรคยังคงดำเนินการติดตามค้นหากลุ่มผู้สัมผัสกับผู้ป่วยทั้งสองรายนี้ ต่อไป

160691129720

ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ขอเน้นย้ำให้ประชาชนที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมดนตรีที่สิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 29 พ.ย. 2563 ให้กักสังเกตอาการตัวเอง จนครบ 14 วันหลังสัมผัส(พ้นระยะกักตัว 14 ธ.ค.2563) หากมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ให้รีบไปรับการตรวจที่โรงพยาบาลได้ทุกแห่ง พร้อมบอกอาการเสี่ยงสัมผัส รวมถึงสามารถประเมินตนเองได้จากแอพพลิเคชั่น แบบคัดกรองตนเองสำหรับผู้สงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (https://cmsdm.net/Self-ScreeningV2/index.php)


ด้าน นพ.วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด -19 จำนวน 3 รายเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลนครพิงค์ สำหรับผู้ป่วยรายที่ 43 และ 44 ไม่มีอาการ ประเมินระดับความเครียดของทั้ง 2 ราย ไม่มีความเครียดมากนัก เนื่องจากไม่ได้เข้าไปสัมผัสในชุมชนมากนัก แตกต่างจาก ผู้ป่วยรายที่ 42 ที่มีความเครียดหลังทราบข่าวจากสื่อต่างๆ โดยมีความคิดทำร้ายตัวเอง จึงต้องมีทีมจิตแพทย์เข้าดูแล ทำให้ความเครียดลดน้อยลง

160691125838

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง