‘สุพัฒนพงษ์’ ชง ศบศ. 2 ธันวา เคาะรถเก่าแลกรถใหม่

‘สุพัฒนพงษ์’ ชง ศบศ. 2 ธันวา เคาะรถเก่าแลกรถใหม่
25 พฤศจิกายน 2563
11,220

“สุพัฒนพงษ์” เปิด 2 เงื่อนไขรถเก่าแลกรถใหม่ แลกรถไฟฟ้า-รถผลิตในประเทศ ชง ศบศ. 2 ธ.ค.นี้ เงื่อนไขรถเก่า 12 ปีขึ้นไป ลดหย่อนภาษี 1 แสนบาท สศช.เร่งหารือสรุปรายละเอียด อุตฯ เสนอลดหย่อนภาษีเงินได้แทนลดภาษีสรรพสามิต

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) วันที่ 2 ธ.ค.2563 จะมีการพิจารณานโยบายสนับสนุนการเปลี่ยนรถยนต์เก่าเป็นรถยนต์ใหม่ หรือ โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ ซึ่ง ศบศ.มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำข้อเสนอเพิ่มเติม

ทั้งนี้ข้อเสนอในเบื้องต้นที่ได้เห็นชอบตรงกันคือเรื่องของเงื่อนไขว่ารถใหม่ที่จะเข้าโครงการรถเก่าแลกรถใหม่จะต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ และรถยนต์ที่เป็นรถไฟฟ้า (EV) เพื่อช่วยลดปริมาณมลพิษทางอากาศ และ PM2.5 ด้วย 

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ที่เสนอให้ ศบศ.พิจารณา โดยคณะอนุกรรมการวิเคราะห์และเสนอแนะมาตรการบริหารเศรษฐกิจ และส่งเสริมการลงทุนในระยะปานกลางและระยะยาว ที่มีนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร เป็นประธาน มีเป้าหมายขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสหกรรมยานพาหนะไฟฟ้าเพื่อให้ไทยเป็นเมืองสะอาด

รวมทั้งให้ไทยป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียนและของโลก รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศเป็น 50% ภายในปี 2573 (ค.ศ.2030) และ 85% ในปี 2578 (ค.ศ.2035) และ 100% ในปี 2583 (ค.ศ.2040) โดยกรุงเทพธุรกิจรายงานว่ามีแผนดำเนินงาน 7 ด้าน คือ

1.โครงการรถแลกแจกแถม (รถเก่าแลกรถใหม่ 100,000 คัน) ด้วยการนำรถอายุ 12 ปีขึ้นไป มาแลกซื้อรถใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ ECO Car หรือ XEV ที่ครอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสม (HEV) รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) 

ทั้งนี้ จะมีการจูงใจด้วยการเพิ่มมูลค่าให้รถเก่า 100,000 คัน (คันละไม่เกิน 100,000 บาท) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อรถใหม่ โดยมูลค่าที่เพิ่มเกิดจกการนำค่าใช้จ่ายในการซื้อรถใหม่ไปหักภาษีเงินได้ รวมไม่เกิน 100,000 บาทต่อคัน

2.โครงการจักยานยนต์ไฟฟ้าไทยชนะ ด้วยการสนับสนุนการผลิตและใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้า ระบบ SWAP ในประเทศ โดยมีเป้าหมายเพิ่มการใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้า 100,000 คัน/ปี ในกลุ่มจักรยานยนต์สาธารณะ (วินสะอาด) จักยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ (Green Delivery) และจักรยานยนต์ส่วนบุคคล โดยพัฒนาแตตอรี่ร่วมกันรูปแบบ SWAP เพื่อลดต้นทุนการผลิต 

รวมทั้งส่งเสริมกิจการให้บริการเช่าแบตเตอรี่ และสถานีอัดประจุแบบ SWAP ซึ่งจะช่วยให้ราคาจักรยานยนต์ถูกลงกว่า 50% 

3.โครงการจัดหารถโดยสารเพื่อประชาชนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยเช่ารถโดยสารปรับอากาศไฟฟ้า (EV) 2,511 คัน จ่ายตามกิโลเมตรบริการที่วิ่งจริง และเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางของ ขสมก.เป็นการเช่า BUS EV 2,511 คัน จ่ายตามกิโลเมตรบริการที่วิ่งจริง 

รวมทั้งให้ดำเนินการเช่าจากผู้ผลิตในประเทศก่อน เพื่อส่งเสริมการผลิตในประเทศ ร่วมกับกำหนดกระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญของ BUS EV ให้ผู้ประกอบการที่สนใจลงทุนใน Free-zone ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการนำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบ BUS EV 

4.โครงการส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยสนับสนุนให้หน่วยงานราชการเช่าหรือเช่าซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ทุกภาคส่วนในการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า โดยปรับปรุงคุณสมบัติในบัญชีราคามาตรฐนครุภัณฑ์ และกำหนดให้ส่วนราชการจัดพื้นที่สำหรับจอดรถยนต์ไฟฟ้า และสนับสนุนค่าไฟฟ้าสำหรับสถานีอัดประจุ และกำหนดให้ราคากับความคุ้มค่าในการจัดซื้อหรือเช่ายานยนต์

5.โครงการสนับสนุนตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า ด้วยการปรับปรุงกฎระเบียบให้รองรับการลงทุนสร้างสถนีอัดประจุไฟฟ้าและเร่งแผนวางโครงข่าย Smart Grid รองรับสร้างสถานีอัดประจุทุกระยะ 70 กิโลมตรให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อจูงใจให้ประชาชนใช้รถ BEV มากขึ้น รวมทั้งกำหนดค่าไฟฟ้าสำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้าอัตรคงที่ 2.6369 บาทต่อหน่วย ตลอดจนส่งเสริมการลงทุนสถานีอัดประจุแบบ DC ในต่างจังหวัดและพื้นที่ห่างไกล

6.โครงการยกระดับอุตสหกรรมยานยนต์เปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการส่งเสริมให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ และเตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ในการปรับเปลี่ยนไปสู่อุตสาหกรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า เช่น สถานีชาร์ตไฟและการบริหารจัดการชากแบตเตอรี่และรถยนต์ที่หมดอายุ

7.การบริหารจัดการเงินทุนเพื่อการกำจัดซากและส่งเสริมการผลิตยานพาหนะไฟฟ้า โดยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและทดสอบยานยนต์ไฟฟ้าและยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) เสริมขีดความสามารถให้ผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน BEV ของไทย ร่วมกับส่งเสริมการปรับตัวและยกระดับแรงงานและซัพพลายเชนของผู้ผลิตเครื่องยนต์ขับเคลื่อนแบบสันดาป (ICE) เดิมไปสู่การผลิตยานพาหนะไฟฟ้าและส่งเสริมการบริหารจัดการซากรถยนต์และการนำรถเก่าไปทำลาย 

ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและระบบราง (รถยนต์นั่ง  รถปิกอัพ จักรยานยนต์ รถบรรทุก) ครบวงจรตั้งแต่การผลิตไปถึงการบริหารจัดการซาก

สศช.เล็งนัดหาข้อสรุปคืนเงิน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวกับกรุงเทพธุรกิจว่า โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ ยังไม่ได้ข้อสรุปการคืนเงินเพื่อสนับสนุนโครงการว่าจะเป็นรูปแบบการให้หักลดหย่อนภาษีหรือให้เป็นส่วนลดจากราคารถยนต์ 100,000 บาท 

ทั้งนี้ สศช.จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกันเกี่ยวกับประเด็นต่างๆในโครงการนี้ซึ่งนอกจากรูปแบบการคืนเงินยังต้องหารือหลายประเด็น เช่น รถยนต์ที่นำมาแลกในโครงการนี้จะนำเอาออกจากระบบอย่างไร โดยจะให้ใช้ทะเบียนเดิมหรือเปลี่ยนทะเบียนใหม่ รวมถึงประเด็นอื่นที่ต้องหารือเพิ่มเติมก่อนเสนอ ศบศ.

อุตฯชงลดหย่อนภาษีเงินได้

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า นโยบายรถเก่าแลกรถใหม่เป็นแนวคิดรัฐบาลที่จะกระตุ้นกำลังซื้อรถใหม่ รวมถึงรถยนต์ไฮบริด รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งกำลังพิจารณากรอบอายุรถเก่าที่อาจอยู่ที่ 10-15 ปี โดยต้องดูปริมาณรถยนต์เก่าว่ามีจำนวนเท่าใดจึงจะกำหนดอายุรถเก่าที่เข้าโครงการได้

สำหรับส่วนลดราคารถใหม่นั้น จะใช้มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามาใช้ แต่ภาษีสรรพสามิตยังคงมีอยู่ ส่วนจะมีอัตราเท่าใดกำลังพิจารณารายละเอียด โดยเบื้องต้นอาจจะตั้งเป้าหมายเปลี่ยนรถเก่าเป็นรถใหม่ 1 แสนคัน และจะมีความชัดเจนภายใน 15 วันนับจากนี้

“กระทรวงอุตสาหกรรมจะบรูรณาการภาคส่วนอื่นในการกระตุ้นความต้องการรถยนต์ในประเทศให้เพิ่มขึ้น พร้อมส่งเเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ยานยนต์สมัยใหม่ ทั้งกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าทุกรูปแบบและรถสันดาปภายในที่มีมาตรฐานการปล่อยไอเสีย ยูโร 5 ยูโร 6 ที่เริ่มผลิตแล้วในไทย เพื่อช่วยลดปัญหามลภาวะฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ได้มีประสิทธิภาพ”

ส่วนการกำจัดซากรถยนต์เก่าได้หารือค่ายรถยนต์และองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (NEDO) จากญี่ปุ่น เพื่อให้มีกลไกและกำจัดซากรถยนต์ถูกต้อง

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง