"ถึงประชาชนที่กำลังด่าม็อบ ด่าขบวนการเคลื่อนไหว อยากให้ลองมาดู มาแล้วคุณจะเห็นภาพว่า ถ้าเราชนะ ประเทศจะเป็นอย่างไร"
ได้ยินหลายคนบอกว่า “ม็อบหมดมุกแล้ว” เมื่อยื่นคำขาดให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก แล้วไม่ลาออก แต่การรวมตัวของประชาชน ก็มีให้เห็นแทบทุกวัน นัดหมายล่าสุด 14 พ.ย.2563 เวลา 14.00 น. กรุงเทพธุรกิจ ได้พูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องสำคัญ "แอดมินเพจ Mob Fest" ถึงกิจกรรมและเป้าหมาย ก่อนถึงกำหนดนัด
กรุงเทพธุรกิจ : ครั้งนี้เป็นครั้งแรกหรือไม่ที่ใช้คำว่า Mob Fest ถ้าใช่ ทำไมถึงเลือกใช้คำนี้
Mob Fest : Mob ตอนนี้กลายเป็นคำที่แปลว่า การรวมพลของมวลชนเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ส่วน Festival แปลว่า งานรื่นเริงเราเลือกใช้สองคำนี้เพื่อแสดงถึงจุดยืนของเราที่จะต่อสู้ร่วมไปกับขบวนใหญ่อย่างเบิกบาน เราเชื่อว่าการต่อสู้มีหลายแบบ และ Soft power ก็สำคัญไม่แพ้รูปแบบอื่น
กรุงเทพธุรกิจ : งานนี้จะแตกต่างกับงานที่จัดแฟชั่นโชว์ที่สีลมอย่างไรบ้าง
Mob Fest : เราโตมากับเทศกาลดนตรีมากมายที่จัดโดยนายทุน ม็อบนี้ตั้งใจจะล้อไปกับงานแบบนั้น แต่มีเป้าประสงค์ คือ รณรงค์ 3 ข้อเรียกร้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อที่ว่าด้วยรัฐธรรมนูญ
กรุงเทพธุรกิจ : คิดอย่างไร กับที่มีคนบอกว่า ม็อบหมดมุกแล้ว ไปต่อไม่ได้ เพราะยื่นคำขาดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ออก
Mob Fest : ขบวนการเคลื่อนไหว มิได้ผูกขาดไว้ด้วยคนกลุ่มเดียว มากคนมากความคิด แพ้กี่ครั้ง เราก็พลิกสู้ด้วยกลวิธีใหม่ได้ไปตลอด เรารู้ดีว่า เกมนี้เป็นเกมยาว แต่เวลาอยู่ข้างเรา
กรุงเทพธุรกิจ : มีไฮไลท์อะไรเป็นหมัดเด็ด
Mob Fest : ไม่บอก ต้องมาดูเอง เหวอแน่นอน
กรุงเทพธุรกิจ : การจัดงานแบบ Festival คาดว่าจะให้ผลอะไรกับสังคมบ้าง
Mob Fest : เราต้องการเปิดพื้นที่ให้คนที่ตื่นตัว แต่กลัวเรื่องความปลอดภัย ม็อบนี้จึงดำเนินการตามกฏหมายอย่างถูกต้องชัดเจน อีกประการหนึ่ง มวลชนอาจเหนื่อยล้าจากความเคียดแค้น และการต่อสู้ที่กินเวลามาหลายเดือน เราจึงร่วมตัวกันทุ่มหมดหน้าตักเพื่อสร้างความเบิกบานให้แก่ขบวนการต่อสู้ สู้ด้วยกัน พักด้วยกัน สนุกด้วยกัน
กรุงเทพธุรกิจ : คาดว่าจะมีอุปสรรคอะไรบ้าง การเดินทางไปร่วมม็อบจะมีปัญหาไหม จะเป็นการสกัดคนเดินทางไปม็อบหรือเปล่า (วันเดียวกัน มีงานใหญ่ในบริเวณนั้นเช่นกัน)
Mob Fest : ก็สุดแล้วแต่ความกรุณาของสันติบาล
กรุงเทพธุรกิจ : น้องๆ อยากสื่อสารอะไรเพิ่มเติมกับประชาชน
Mob Fest : ถึงประชาชนที่กำลังด่าม็อบ ด่าขบวนการเคลื่อนไหว อยากให้ลองมาดู มาแล้วคุณจะเห็นภาพว่า ถ้าเราชนะ ประเทศจะเป็นอย่างไร
กรุงเทพธุรกิจ : ช่วยขยายความ แฮชแท็ก #จากทางเท้าถึงสถาบัน และ#แก้ได้ถ้าแก้รัฐธรรมนูญ ด้วยค่ะ
Mob Fest : กลับไปที่ประเด็นรัฐธรรมนูญ ตอนนี้เราเชื่อว่า หลายคนยังไม่เข้าใจความหมายและความสำคัญของรัฐธรรมนูญ เราจึงต้องการจะอธิบายรัฐธรรมนูญด้วยการผูกโยงมันเข้ากับประเด็นปัญหารอบตัว เพราะไม่ว่าจะปัญหายิบย่อยไปจนถึงปัญหาใหญ่ ย่อมผูกรวมกันไว้ใต้กฏหมายสูงสุดของประเทศ คือ รัฐธรรมนูญ
ทางด้าน "มายมิ้น" จาก "คณะจุฬาฯ" หนึ่งในผู้ร่วมจัดงาน Mob Fest ร่วมแสดงทัศนะถึงการจัดชุมนุมวันที่ 14 พ.ย.นี้
กรุงเทพธุรกิจ : คิดอย่างไรที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ลาออก
มายมิ้น : ม็อบไม่ได้เรียกร้องเรื่องประยุทธ์ลาออกเพียงอย่างเดียว แต่ผลักดันเรื่องอื่น ๆ ด้วย ตั้งแต่ปัญหาทางเท้าถึงสถาบัน ซึ่งเรื่องที่เราจะผลักดันต่อคือร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางการเมืองของประเทศให้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ซึ่งถึงประยุทธ์จะไม่ยอมออก แต่รัฐธรรมนูญใหม่ก็จะขับไล่เผด็จการอย่างประยุทธ์ออกไปจากสนามการเมืองอยู่ดี
กรุงเทพธุรกิจ : ความคาดหวังกับกิจกรรมครั้งนี้
มายมิ้น : เราคาดหวังให้มีคนมาร่วมงานพอสมควร เพราะเราเชื่อว่าการชุมนุมในครั้งนี้จะจุดประกายว่า ประเด็นที่นำมาปราศรัย จะเกิดการพูดคุยถกเถียงในสังคม หากม็อบครั้งนี้เป็นไฟดวงเล็ก ๆ ก็อยากให้มันจุดประกายต่อไปเรื่อย ๆ จนสว่างไสว ไม่ใช่แค่ประชาชนที่เห็นด้วยกับเราเท่านั้น แต่รวมไปถึงประชาชนทุกคน ไปจนถึงผู้มีอำนาจอย่าง ส.ส. ส.ว. ครม. นายกฯ ด้วย
กรุงเทพธุรกิจ : อะไรเป็นอุปสรรคใหญ่ของการจัดม็อบ
มายมิ้น : อุปสรรคสำคัญของขบวนการประชาธิปไตยไม่มีอะไรเหนือไปกว่าการไม่แยแสของผู้มีอำนาจ เราจึงต้องเกิดกลไกที่สำคัญที่จะทำให้ผู้มีอำนาจรับฟังอย่างรัฐธรรมนูญใหม่ วันนี้เราทำได้แค่ส่งจดหมายชวน แต่เราก็จะใช้มวลชนกดดันให้ผู้มีอำนาจทำหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของพวกเขา คือการรับใช้ประชาชน.





