‘ดาวโจนส์’ร่วง 60จุดขณะนักลงทุนรอความชัดเจนเลือกตั้งสหรัฐ

‘ดาวโจนส์’ร่วง 60จุดขณะนักลงทุนรอความชัดเจนเลือกตั้งสหรัฐ

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันศุกร์ (6พ.ย.)ร่วงลง 60 จุด ขณะที่นักลงทุนรอความชัดเจนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และการเลือกตั้งในสภาคองเกรส แต่ตลาดยังได้แรงหนุนจากการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานสหรัฐที่สูงกว่าคาดในเดือนต.ค.

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 60.93 จุด หรือ 0.21% ปิดที่ 28,329.25 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 1.27 จุดหรือ 0.04% ปิดที่ 3,511.72 จุดและดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวขึ้น 15.86 จุด หรือ0.13% ปิดที่ 11,906.79 จุด

กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 638,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 530,000 ตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 6.9% ในเดือนต.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.7% หลังจากแตะระดับ 7.9% ในเดือนก.ย.

นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

สำนักข่าวบลูมเบิร์กและเอพี รายงานว่า นายโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต ยังคงมีคะแนนนำประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยได้คะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral Vote) 264 เสียง ขณะที่ปธน.ทรัมป์ได้ 214 เสียง โดยนายไบเดนต้องการอีกเพียง 6 เสียงเท่านั้นก็จะได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งหรือ 270 เสียงจากทั้งหมด 538 เสียง เพื่อชนะการเลือกตั้ง

ล่าสุด นายไบเดนกำลังมีคะแนนนำปธน.ทรัมป์ในรัฐจอร์เจียและเพนซิลเวเนีย ซึ่งมีคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้ง 16 เสียง และ 20 เสียงตามลำดับ ซึ่งหากนายไบเดนคว้าชัยชนะใน 2 รัฐนี้ ก็จะทำให้เขาได้คะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งมากเกินพอสำหรับการก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่

หากปธน.ทรัมป์พ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ เขาจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่พ่ายแพ้ในการลงชิงชัยประธานาธิบดีสมัยที่ 2 นับตั้งแต่ที่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช จากพรรครีพับลิกัน พ่ายแพ้ต่อนายบิล คลินตันจากพรรคเดโมแครตในปี 2535

อย่างไรก็ดี แม้ปธน.ทรัมป์พ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง แต่เขาจะทำสถิติใหม่เป็นผู้ที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งจากผู้มีสิทธิลงคะแนน (Popular Vote) สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งในสหรัฐ

ล่าสุด จากการนับคะแนนเลือกตั้งทุกรัฐจนถึงขณะนี้ ปธน.ทรัมป์ได้รับ Popular Vote จำนวน 69,655,389 เสียง ซึ่งมากกว่าจำนวน 65,853,514 เสียงที่นางฮิลลารี คลินตันได้รับในปี 2559

นอกจากนี้ Popular Vote ที่ปธน.ทรัมป์ได้รับในขณะนี้ ยังมากขึ้น 6.5 ล้านเสียงเมื่อเทียบกับในปี 2559 ซึ่งเขาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี

ส่วน Popular Vote ของนายไบเดนขณะนี้อยู่ที่ 73,738,164 เสียง ซึ่งก็ได้ทำลายสถิติ Popular Vote สูงสุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของสหรัฐไปแล้ว

ปธน.ทรัมป์ขู่ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อให้มีการตรวจสอบผลการนับคะแนนในทุกรัฐที่นายไบเดนได้รับชัยชนะ โดยอ้างว่ามีการโกงเลือกตั้ง

อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าการโกงเลือกตั้งดังกล่าวได้เกิดขึ้นในรัฐใด และไม่ได้แสดงหลักฐานการทุจริตที่เกิดขึ้น