ต่างประเทศ

'เลือกตั้งสหรัฐ' ส่อพลิก? 6 รัฐสมรภูมิ ส่ง 'ทรัมป์' ลุ้นนั่งปธน.สมัย 2

แม้จนถึงขณะนี้ ผลคะแนน "เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020" ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ก็น่าจะเริ่มเห็นเงา "ผู้ชนะ" ลางๆ แล้ว

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ระหว่าง "โดนัลด์ ทรัมป์" เจ้าของตำแหน่งเดิมจากพรรครีพับลิกัน กับ "โจ ไบเดน" คู่ท้าชิงจากพรรคเดโมแครต เป็นไปอย่างสูสีเกินคาด

เดิมนั้น หลายฝ่ายต่างมองว่า ไบเดนจะเอาชนะทรัมป์ไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก รวมถึงผลโพลแทบทุกสำนักยังยกให้ตัวแทนพรรคเดโมแครตเป็นตัวเก็งคว้าชัยในศึกนี้ จนกระทั่งถึงวันปิดหีบนับคะแนน ทุกอย่างกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้

จุดเปลี่ยนสำคัญในศึกเลือกตั้งครั้งนี้คือ 6 รัฐสมรภูมิ (Battleground States) ที่ผลโพลก่อนเปิดหีบชี้ว่า ทั้ง ทรัมป์ และ ไบเดน มีคะแนนสูสีกว่าศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งก่อนอย่างชัดเจน

 

ทั้ง 6 รัฐที่มีคะแนนพลิกได้ทุกหน้า ได้แก่ ฟลอริดา ที่มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral Vote) มากที่สุดถึง 29 เสียง, ตามมาด้วยเพนซิลเวเนีย (20 เสียง) โอไฮโอ (18 เสียง) มิชิแกน (16 เสียง) วิสคอนซิน (10 เสียง) และไอโอวา (6 เสียง) รวมจำนวน Electoral Vote ทั้งหมด 99 เสียง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  'Electoral Vote' คืออะไร ทำไมถึงเป็นจุดชี้ชะตา ผลเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา

ณ เวลา 20.45 น.วันนี้ (4 พ.ย.) ตามเวลาไทย ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการที่นับไปแล้วระหว่าง 64-99% ใน 6 รัฐสมรภูมิ บ่งชี้ว่า ทรัมป์ส่อชนะไบเดนถึง 5 รัฐ รวมถึงรัฐคะแนนเสียงมากที่สุดใน 6 รัฐนี้อย่างฟลอริดา และจะได้คะแนนผู้เลือกตั้งเพิ่มอีก 89 เสียง ยกเว้นรัฐวิสคอนซินที่ไบเดนมีโอกาสชนะแบบสูสี

160449630791

ขณะเดียวกัน ผลคะแนนรวมทั่วประเทศ (นับถึงเวลา 20.45 น.ตามเวลาไทย) แม้ไบเดนนำทรัมป์อยู่ 238 ต่อ 213 เสียง แต่หากทรัมป์กวาดชัยชนะในรัฐสมรภูมิส่วนใหญ่ตามผลคะแนนข้างต้น และชนะไบเดนในอีกประมาณ 2-3 รัฐที่ยังนับไม่เสร็จและมีคะแนนนำอยู่ ก็อาจจะทำให้เขาพลิกแซงหน้าไบเดน ขณะที่ไบเดนก็ยังมีโอกาสเก็บคะแนนเพิ่มในรัฐที่เหลือเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้ชนะศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ต้องตัดสินด้วยคะแนน Electoral Vote ข้างมาก หรือ 270 เสียงขึ้นไป ต้องมาดูกันว่า ทรัมป์จะโกยคะแนนถึง 270 เสียงและนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2 ติดต่อกันได้หรือไม่

นอกจากนี้ หากทรัมป์ได้รับชัยชนะอย่างเป็นทางการ จะถือเป็นการหักปากกาเซียนสำนักโพลเลือกตั้งครั้งที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2559 ทรัมป์ก็พลิกเอาชนะ "ฮิลลารี คลินตัน" แบบสวนกระแสผลโพลส่วนใหญ่ ด้วยคะแนน Electoral Vote ทั่วประเทศ 306 ต่อ 232 เสียง แม้จะแพ้คะแนนเสียงมหาชน (Popular Vote) ต่อคลินตันไปเกือบ 3 ล้านคะแนนก็ตาม

ทั้งนี้ทั้งนั้น ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีปีนี้ซึ่งนับเป็นครั้งที่สูสีที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐ ยังคงต้องรอฟังผลคะแนนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพราะคะแนนข้างต้นยังสามารถพลิกไปพลิกมาได้ตลอด และอาจจะไม่จบในเร็ววันนี้ เพราะทรัมป์ขู่ไว้แล้วว่า หากแพ้เลือกตั้งจะฟ้องศาลฎีกาให้เป็นผู้ชี้ขาดอีกรอบ