สน.ประชาชื่น ยันอายัดตัว 3 แกนนำคณะราษฎรตามกฎหมาย

สน.ประชาชื่น ยันอายัดตัว 3 แกนนำคณะราษฎรตามกฎหมาย

สน.ประชาชื่น เปิดโต๊ะแถลงยืนยันอายัด 3 แกนนำคณะราษฎรตามกฎหมาย ไม่ทำร้ายร่างกาย เตรียมแจ้งข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายชุมนุมพ่วงความผิดกฎหมายอาญา

เมื่อเวลา 14.00น.พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผู้กำกับสน.ประชาชื่น แถลงข่าวเพื่อชี้แจงถึงการดำเนินการอายัดตัวแกนนำคณะราษฎรทั้ง 3 คนเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า สภ.นนทบุรี สภ.พระนครศรีอยุธยา และ สภ.อุบลราชธานี ได้ดำเนินการขออายัดตัวแกนนำทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง จึงจำเป็นที่สน.ประชาชื่นจะต้องดำเนินการรับตัวกลับมาสน.ประชาชื่นเพื่อลงบันทึกประจำวันและให้ผู้ที่ขออายัดตัวมารับตัวไป 

พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ ระหว่างการดำเนินการอายัดตัวนั้นน้องเพนกวิน และ น้องไมค์อาจเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับหมายจับหรือขั้นตอนการดำเนินการของตำรวจ จึงได้มีการโต้แย้งสิทธิกับตำรวจ ซึ่งตรงนี้อยากขอทำความเข้าใจว่าเรื่องหมายนั้นผมได้รับหมายขออายัดตัวพร้อมหมายจับ ผมก็ต้องทำตามหน้าที่ โดยไม่ทราบว่าหมายดังกล่าวจะมีการดำเนินการไปถึงขั้นตอนและไม่ทราบว่าพนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่มีการแจ้งความและขออายัดตัวได้ดำเนินคดีไปถึงขั้นตอนไหน ซึ่งเป็นหน้าที่ที่เขาต้องแจ้งให้ตนทราบ เมื่อเป็นเช่นนี้จำเป็นต้องรับตัวมาที่สน.ประชาชื่น อย่างไรก็ตาม ในวันดังกล่าว สภ.นนทบุรี สภ.อุบลราชธานี ได้มีหนังสือขอถอนการอายัดตัว แต่สภ.พระนครศรีอยุธยายังไม่ได้มีแจ้งถอนหมายอายัดตัว จึงจำเป็นต้องรับตัวเพื่อรอมอบให้กับสภ.พระนครศรีอยุธยาต่อไป



"เรื่องหมายจับสิ้นผลหรือไม่นั้นต้องดูตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 68 ที่ระบุว่าหมายจับจะสิ้นผลใน 3 กรณี ได้แก่ 1.ถอนหมาย 2.หมายหมดอายุความ หรือ 3.ศาลที่ออกหมายเป็นผู้เพิกถอนหมาย ตนก็ได้เรียนไปยังทนายความแล้วว่าพนักงานสอบสวนที่ขออายัดจะเดินทางมา จึงขอให้มีการรับตัวไป แต่เกิดการขัดขืน จึงมีความจำเป็นต้องควบคุมตัวขึ้นมาบนรถให้ได้ ยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด"  

พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์  กล่าวว่า การชุมนุมหน้าสน.เป็นความผิดชัดเจน เมื่อฝ่ายสืบสวนรวบรวมหลักฐานได้ก็จะแจ้งข้อหาตามกฎหมายการชุมนุมสาธารณะต่อไป ส่วนเรื่องความเสียหายทางทรัพย์สินของตำรวจนั้นพบว่ารถของตำรวจเสียหายบางส่วน และได้ให้พนักงานพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบเพื่อไปรวมในสำนวน อย่างไรก็ตาม ความผิดที่ชัดเจนที่รวบรวมหลักฐานได้ตอนนี้ ประกอบด้วย การต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138 และ 140 ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 358 และ ความผิดทำร้ายร่างกายมาตรา 296

ส่วนจะเป็นกรณีการแย่งชิงผู้ต้องหาหรือไม่นั้นจะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานและพฤติการณ์อื่นๆก่อนว่าจะเป็นไปตามกำหมายหรือไม่ต่อไป สำหรับกรณีของรถตำรวจชนประชาชน ข้อเท็จจริงพบว่าเป็นรถที่มีการนำมากีดขวางเพื่อให้รถของตำรวจไม่สามารถสัญจรไปได้ ภาพที่ปรากฎตามสื่อออนไลน์ก็ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งรายละเอียดอื่นๆยังมีจำนวนมาก  

ผู้กำกับสน.ประชาชื่น กล่าวยืนยันว่า ในการดำเนินการของตำรวจได้ให้สิทธิในการรักษาพยาบาลทันที โดยเฉพาะกรณีของไมค์ ระยอง ได้ประสานงานรถกู้ชีพไปที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แต่จากนั้นผู้ป่วยต้องการไปรักษาตัวที่รพ.พระราม 9 จึงได้มีการส่งตัวต่อไป เราได้ทำหนังสือขอผลการตรวจร่างกายเพื่อประกอบในสำนวน ยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกาย วันนั้นมวลชนล้อมรถเอาไว้ ทำให้อากาศมีน้อยจนเกิดอาการเหนื่อย และระหว่างรับตัวทั้งสามคนไม่ได้มีการพันธนาการแต่อย่างใด โดยเฉพาะน้องรุ้งก็ให้ความร่วมมือตามปกติและไม่ได้ปฏิกิริยาต่อต้าน เราไม่ได้ควบคุมในฐานะผู้ต้องหา แต่ควบคุมในฐานะที่ได้รับแจ้งขอให้มีการอายัดเอาไว้เท่านั้น