4 ทางออก 'บิ๊กตู่' ประตูไหนเป็นไปได้-ไม่ได้

4 ทางออก 'บิ๊กตู่' ประตูไหนเป็นไปได้-ไม่ได้
24 ตุลาคม 2563
31,449

3 บก.วิเคราะห์ 4 ทางออกวิกฤติของ 'บิ๊กตู่' ทางเลือกทางไหน เป็นไปได้-ไม่ได้ ระหว่าง 'ลาออก- ยุบสภา-รัฐประหารยึดอำนาจ-อยู่แบบเดิมต่อไป' 

รายการ “พูดตรง ๆ กับ 3 บก.” ดำเนินรายการโดย นายสมชาย มีเสน นายวีระศักดิ์ พงศ์อักษร และ นายบากบั่น บุญเลิศ ซึ่งออกอากาศเผยแพร่ทาง FB, Yutube กรุงเทพธุรกิจ และ FB, Yutube ฐานเศรษฐกิจ ในเวลา 21.00 น. วันศุกร์ที่ 23 ต.ค.2563 ได้วิเคราะห์แนวทางของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังถูกผู้ชุมนุมกลุ่ม “คณะราษฎร” เรียกร้องให้ลาออกจากนายกรัฐมนตรี  

โดย 3 บก. วิเคราะห์แนวทางเป็นไปได้ 4 แนวทาง  1.นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก 2. ยุบสภา 3.รัฐประหารยึดอำนาจ  และ 4.อยู่แบบเดิมต่อไป

 อย่างแรกจะต้องมาวิเคราะห์ก่อนว่า โอกาสที่นายกฯ จะหาทางออกจากวิกฤติครั้งนี้ ตามข้อเรียกร้องของม็อบและฝ่ายค้าน เป็นไปได้หรือไม่

ฟันธงเลยว่าไม่ได้ เหตุผลเพราะที่นายกฯ จะลาออก มี 2 เรื่อง 2 ด้าน คือ 1.ลาออก เพื่อล้างไพ่รัฐบาล และมั่นใจจะได้กลับมาโดยไม่ต้องเลือกตั้ง ตัวอย่างเช่น รัฐบาล “ป๋าเปรม” มีการลาออก 3 หน แล้วก็ได้กลับมา และเปลี่ยน ครม. เพราะจะได้ล้างไพ่แล้วกลับมาใหม่ 

ครั้งที่ 2 เหตุผลที่ลาออกเพราะบริหารไม่ได้แล้ว จากการยอมรับว่าตัวเองไม่สามารถบริหารได้ ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2540 สมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ลาออกเพราะว่าตัวเองเป็นผู้แพ้ และการลาออกกลายเป็นตราบาปที่ว่าตัวเองนำประเทศเข้าสู่วิกฤติ และบริหารไม่ได้จึงลาออก เพราะฉะนั้นคิดว่าเรื่องลาออก ปิดประตูสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ 

นายบากบั่น มองว่า สำหรับตน เป็นไปไม่ได้เลยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะลาออก มี 2 เหตุผล 1.นายกฯ ส่งสัญญาณบอกล่วงหน้ามาก่อนแบบชัดๆว่า “ผมผิดอะไร” ในการบริหารแผ่นดิน หลังจากการเลือกตั้งมา ในฐานะนายกฯ ลุงตู่ไม่ได้ผิดเลยในเรื่องโควิด-19 ก็ทำได้ดี กล้าที่จะกู้เงินมาเยียวยาคน ก็มีความกล้า แต่ยังทำงานได้ไม่สัมฤทธิ์ผล 

ม็อบที่มาเรียกร้องในขณะนี้บอกว่า “ต่อท่ออำนาจมาจาก คสช.” พล.อ.ประยุทธ์ ก็บอกว่า ผมก็มาจากการเลือกตั้งจากระบบรัฐสภา เพราะฉะนั้นความผิดที่ทำให้นายกฯ ลาออกปิดประตูนี้ไปเลย ต่อให้บอก 3 วันก็ไม่ลาออก

 ประเด็นต่อมาที่เหนือกว่า 2 เหตุผลนั้น “ถ้านายกฯลาออก เกมรุก รุกฆาตเนี้ย มันจะไปถึงขุน มันจะไปเกินกว่านายกฯ ไม่ดีๆทางออกที่ 2 คือ ยุบสภา ซึ่งเป็นอำนาจของนายกฯ อีกเช่นกัน การลาออกเป็นอำนาจของนายกฯ ที่จะตัดสินใจ การยุบสภาก็เป็นอำนาจของนายกฯ ซึ่งเป็นไปได้หรือไม่

 3 บก.ชี้ว่า การยุบสภาเป็นไปได้ การยุบสภาจะไม่เกิดขึ้นในเดือนนี้อย่างแน่นอน เพราะว่าสภายังไม่เปิด การเปิดวิสามัญ ก็แค่อภิปรายสถานการณ์ ไม่มีการลงมติ การยุบสภาอาจจะเกิดขึ้นในกรณีเรื่องของรัฐธรรมนูญ ที่จะบรรจุวาระไปในเดือนพ.ย. หลังจากศึกษา 30 วัน และคิดว่าท่านประธาน ชวน หลีกภัย คงเร่งบรรจุ เพราะว่ามีความคิดอยู่แล้วตั้งแต่ต้น ในการอยากจะแก้รัฐธรรมนูญ

 เพราะฉะนั้นเมื่อประธานกรรมาธิการเสนอมาก็รีบบรรจุเลย และคิดว่าช่องทางนี้เป็นทางออกในปัญหาความขัดแย้ง แต่เมื่อรัฐธรรมนูญเข้า แต่ส.ว.ยังดึงดัน ก็จะไม่แก้  ต้องอย่าลืมว่าฐานของส.ว. คนที่กดปุ่มส.ว.นั้นหลังพิงอยู่กับรัฐบาล …นี้อาจจะเป็นทางออกของรัฐบาลโดยการบอกว่าส.ว.ไม่ให้โหวต ไม่เเก้เพื่อหาทางลง ยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน เพราะเป็นเหตุของสภาขัดแย้ง

ฝ่ายการเมือง นักการเมือง หัวหน้าพรรคการเมือง ก็คิดและตั้งคำถามแบบเดียวกับเรา ว่าทางออกมันอยู่ตรงไหน หรือทางออกก็คือ ทางที่คุณเข้ามาตั้งแต่ต้น ฉะนั้น เมื่อเขาคิดแบบนี้เสร็จ เขาก็ปฏิบัติการทันที โดยมีการปฏิบัติการในสัปดาห์ที่ผ่านมา

 “พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค แหกออกไป ไปคุยกับฝ่ายค้านพรรคใหญ่ หรือก็คือ พรรคเพื่อไทย คิดว่าเปลี่ยนตัวผู้เล่น เปลี่ยนตัวจากลุงตู่ มาเป็นไอ้บ่าวที่ไหนก็ไม่รู้” 

ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยออกมาแถลงข่าว เขาพูดกันเยอะมากกว่ามีความเคลื่อนไหวจากตัวจริงเสียงจริงที่ไปคุยกับตัวไม่จริง แต่เป็นคนที่ให้ทำแอคติ้งของพรรคเพื่อไทย พูดคุยกันจริงเพื่อปฏิบัติการจริง อย่างไรก็ตาม 3 บก.มองว่า  “ไม่ได้” เพราะคำตอบแรก นายกฯ ไม่ออก เมื่อนายกฯ ไม่ออก จะเลือกนายกฯ ใหม่ได้อย่างไร กุญแจเล็กไขออกไม่ได้ แต่จะบอกว่าปฏิบัติการนี้มีอยู่จริง

 

สมมุติถึงแม้นายกฯ จะออก ต้องไปดูโครงสร้างคะแนนของสภา การโหวตเป็นนายกฯ ต้องให้เสียงรัฐสภาเกินครึ่งหนึ่ง ซึ่งประมาณ 370 เสียง แยกให้ดูฝ่ายค้านมี 6 พรรค 212 เสียง บวกพรรคภูมิใจไทย ก็จะเป็น 273 เสียง ซึ่งไม่พอ คำนวณง่ายๆ แค่พรรคพลังประชารัฐ 121 เสียง ไม่โหวตให้ ก็ไม่พอแล้ว ซึ่งต้องใช้ 376 เสียง ซึ่งไม่ถึง เพราะฉะนั้นเกมนี้ “ปิดประตู”

 วุฒิสภา 250 เสียง ถ้าสมมุติว่าวุฒิสภาไม่ได้โหวตให้ปิดประตู มันเกิดขึ้นโดยโครงสร้างของคะแนน แล้วถามว่าพรรคก้าวไกลกว่า 50 เสียงจะโหวตให้พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ในเมื่อขโมยลูกพรรคเขาไป เขาจะโหวตให้ไหม 

ถามว่าพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมด้วยได้หรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์ก็ปิดประตู  เกมคณิตศาสตร์ทางการเมืองนี้ เคลื่อนไหวได้แต่ไม่น่าจะเกิดขึ้น  

กลับมาที่เรื่อง ยุบสภา ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจจะยุบสภา นั่นแสดงว่ากติกาภายใต้การเลือกตั้งใหม่ จะกลับไปอยู่ภายใต้กติกาเดิม การโหวตแบบเดิมการคิดคะแนนแบบเดิม ส.ว.ยังโหวตแบบเดิม แล้วในการเลือกตั้งแต่ละพรรคก็จะบอกว่า ต้องปิดสวิตซ์ ส.ว. ไม่มีอำนาจในการโหวต แต่ท้ายที่สุดต้องแก้ประเด็นนั้นเขาก็ต้องยอมรับ 

เพราะฉะนั้น 1.ทางออกของนายกฯ เป็นทางออกที่ค่อนข้างจะน้อย 2.การยุบสภาต้องดูความเป็นไปได้ ของความขัดแย้งในสภา ปมของรัฐธรรมนูญ 

ยังมีอีก 2 ทางออก คือ การยึดอำนาจ และ รัฐประหาร เพราะกลิ่นมันแรงมาก ถ้าไปไหนนะพูดกับใครเขาพูดกันเรื่องเดียว อาชีพนักข่าวเขาบอกว่า ข่าวลือ คือความจริงที่ยังมาไม่ถึง ตอนนี้มีการพูดเเละขึ้นอยู่ที่เงื่อนไขแค่นั้นเอง เช่น สมมุติว่าใช้ความรุนแรง มีการเลือดตกยางออก ถ้าการเมืองเป็นอย่างนี้จะ แอ่นแอ๊น กลัวเรื่องเดียวที่จะ แอ่นแอ๊น คือแนวคิดที่ว่าด้วยการปฏิรูปสถาบัน แล้วดึงฟ้าลงต่ำ แต่ถ้าเป็นการถกเถียงกันไม่มีแอ่นแอ๊น ยังไม่มีเงื่อนไขจนกว่า จะมีการเลือดตกยางออก 

 เพราะฉะนั้น เรื่องของการรัฐประหารและยึดอำนาจอย่าละเลย อีกทางเลือกสุดท้ายคือ “อยู่ไปแบบนี้เรื่อยๆ” มีโอกาสน้อยมากในเรื่องนี้ ยกเว้นที่บอกไปว่ารัฐบาลต้องเป็นเอกภาพ แนวทางไม่ใช่ว่านายกฯ พูดว่า “ถอยคนละก้าว” แต่คนในรัฐบาลบอกว่า “รบ” สู่ให้ชนะ  ซึ่งอาจมาเข้าเรื่องของการยึดอำนาจได้

จากการวิเคราะห์นี่คือทางออก ที่อยู่ในภาวะเดินหน้าก็ไม่ได้ ไปต่อก็ไม่ได้ ใช้ยุทธวิธีอยู่กันแบบนี้ ลดโทนมานั่งพูดคุยหาข้อสรุปนำข้อสรุปนั้นไปแก้ทีละอย่าง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ได้อีก 2 ปี 

https://youtu.be/g-eyyopi75M

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: