ใช้ ‘บัตรกดเงินสด’ อย่างไร ให้คุ้มค่าที่สุด

ใช้ ‘บัตรกดเงินสด’ อย่างไร ให้คุ้มค่าที่สุด

ใช้อย่างไรให้คุ้มค่า เมื่อบัตรเงินสดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องรู้มากกว่าการเอาเงินสดออกมาใช้เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง

บัตรกดเงินสด คือสินเชื่อทางการเงินที่ให้แก่บุคคลธรรมดาประเภทหนึ่งที่ผู้ใช้สามารถกดเงินสดออกมาใช้ หรือซื้อสินค้าเงินผ่อน โดยไม่ต้องมีเงินในบัญชี หรือทรัพย์สินใดๆ เพื่อเป็นหลักประกัน

แม้จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องเงินสดให้กับผู้ใช้ แต่อีกทางหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมี "บัตรกดเงินสด" คือปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น มากขึ้น จนอาจไม่ทันระวังตัว โดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน ซึ่งอาจกดเงินสดออกมาใช้ด้วยอารมณ์โดยยังไม่รู้ว่าจะหาเงินจำนวนนั้นมาจากที่ใด

ถึงเช่นนั้น "บัตรกดเงินสด" ก็ยังเป็นผลิตภัณฑ์การเงินที่มีประโยชน์อยู่ดี ยิ่งเฉพาะกับคนที่ต้องใช้เงินสดยามฉุกเฉิน เช่น ค่าเทอมลูก, ค่าซ่อมรถ, ซ่อมแซมบ้าน และอีกฯลฯ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ส่วยใหญ่ชำระด้วยการใช้บัตรเครดิตหรือการผ่อนจ่ายด้วยวิธีการอื่นๆไม่ได้ นอกจากการ “ใช้เงินสด”

การใช้ให้ถูกวิธี และใช้ บัตรกดเงินสด อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด จึงน่าจะเป็นคำถามที่ควรจะหาคำตอบมากกว่า และจากนี้ไปเรามีหลักคิดที่จะทำให้เราใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทนี้ให้คุ่มค่าที่สุด

รู้ข้อเสียของบัตรกดเงินสด

บัตรกดเงินสดถือเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด ในหมู่มวลสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งหมด โดยมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 28% ต่อปี และยังคิดดอกเบี้ยเป็นรายวันด้วย ดังนั้นแม้เราจะกดเงินสดออกมาเพียงแค่วันเดียวก็จะยังคงต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ดี ดังนั้นหากคุณกดเงินออกมาและชำระเพียงขั้นต่ำ ก็จะเสียดอกเบี้ยอยู่ดี และอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าบัตรประเภทอื่นๆอย่างแน่นอน ดังนั้นก่อนจะใช้ต้องพึงระลึกข้อนี้เสมอว่า นี่คือข้อเสียของบัตรกดเงินสด

ใช้ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์

อย่างที่สอง ต้องเข้าใจว่า “บัตรกดเงินสด” ไม่ใช่บัตรATM และไม่ใช่บัตรเครดิตที่มีระยะปลอดดอกเบี้ย การมีบัตรกดเงินสด นั่นหมายถึงการที่เรามีเงินสดพร้อมใช้ โดยวงเงินการอนุมัติอยู่ที่ประมาณ 3-5 เท่าของรายได้

ทั้งนี้ส่วนใหญ่ธนาคารจะเริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ทำรายการ จนถึงวันที่ทำการชำระยอดเงิน โดยดอกเบี้ยจะคิดแบบรายวัน  โดยมีวิธีการคำนวณเบื้องต้นคือ จำนวนเงินที่ใช้จริง X อัตราดอกเบี้ย X จำนวนวันที่ใช้จริง หารด้วย 365 ขณะเดียวกันเมื่อมีการชำระแต่ละครั้งลักษณะการตัดเงินจะเป็นการลดต้น-ลดดอก

ผู้ที่ใช้บัตรกดเงินสด จึงเหมาะสำหรับ

บุคคลธรรมดา พนักงานออฟฟิศ ฟรีแลนซ์ ที่ต้องการหมุนเงินในจำนวนไม่มากนัก

ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งต้องการสำรองเงินก้อนยามฉุกเฉิน

ต้องการเงินก้อนในกรณีเร่งด่วน ไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน เนื่องจากธนาคารจะอนุมัติเร็ว

ต้องการเงินก้อนใช้อเนกประสงค์ หรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ

สำหรับวิธีการใช้บัตรกดเงินสดนั้น จะต้องกดเงินสดออกจากตู้ ATM และการนำไปรูดซื้อสินค้าบางอย่างเท่านั้น ไม่สามารถซื้อสินค้าออนไลน์ได้เหมือนกับบัตรเครดิต

ดังนั้นบัตรกดเงินสดจึงเป็นตัวช่วยที่ดีในยามที่ต้องการใช้เงินสดแบบฉุกเฉินและใช้เป็นระยะสั้น ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น และต้องรีบชำระคืนโดยเร็วที่สุดเพื่อลดการเสียดอกเบี้ยให้น้อยที่สุด แต่ก็อย่างที่บอกหากเรามีบัตรกดเงินสดไว้แต่ยังไม่ได้ใช้ ก็ไม่ต้องเสียค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น

 

รู้สิทธิประโยชน์การใช้

ถ้าเรารู้จักใช้ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั้งหลายล้วนมีสิทธิประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิการผ่อนชำระสินค้า การฟรีค่าธรรมเนียม รวมถึงส่วนลดต่างๆ

บัตรกดเงินสดก็เช่นกัน สิทธิหลักๆที่บัตรแต่ละค่ายมีมักหนีไม่พ้น การฟรีค่าธรรมเนียมการกดเงินสดทุกตู้ ATM มีการคิดดอกเบี้ยอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกแล้ว ให้คิดดอกเบี้ยจำนวนวันตามที่ใช้จริงเท่านั้น ที่สำคัญคือสมัครเพียงครั้งเดียวสามารถใช้ได้ตลอดไป

มากกว่านั้นเมื่อชำระเงินคืนอาจได้รับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย อย่างการสะสมคะแนนจากการใช้บัตร เพื่อแลกรับของรางวัล ดังนั้นหากจะใช้บัตรกดเงินสดอย่างคุ้มค่า นอกจากหัวใจหลักคือการมีวินัยและรู้วัตถุประสงค์การใช้แล้ว เรายังต้องรู้ถึงสิทธิประโยชน์การใช้อีกด้วย

อย่าลืมว่า ผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทนี้ ถูกคิดค้นออกมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ที่ขาดเงินสดในมือ โดยที่ฝั่งสถาบันการเงินจะได้ดอกเบี้ยเมื่อมาการใช้จ่าย ขณะที่ฝั่งผู้บริโภคก็สามารถอุ่นใจได้เมื่อต้องการใช้เงินสด เสริมสภาพคล่อง และใช้มันให้คุ้มค่าเพื่อประโยชน์สูงสุด

นี่จึงเป็นความคุ้มค่าที่เราวางแผน และเลือกใช้อย่างชาญฉลาด

ศึกษาและค้นหาข้อมูลบัตรกดเงินสดเพิ่มเติม คลิกที่นี่