ส่องมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ฟื้นเศรษฐกิจ

ส่องมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ฟื้นเศรษฐกิจ
13 ตุลาคม 2563
264

สธ. เปิดมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เร่งพัฒนาระบบกักกันพร้อมท่องเที่ยวในระดับพื้นที่ เช่น ระดับตำบล เกาะ อำเภอ หรือทั้งจังหวัด เริ่มจังหวัดที่มีศักยภาพ กลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำ มีกำลังซื้อ พำนักระยะยาว ใช้อุปกรณ์ติดตามตัว ช่วยฟื้นเศรษฐกิจชุมชน

หลังจากประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศได้ สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อจากนี้คือ การสร้างสมดุลระหว่างสุขภาพและเศรษฐกิจ โดยค่อยๆ ทยอยเปิดประเทศ โดยเฉพาะการรับชาวต่างชาติเข้ามา ซึ่งทั้งหมดจะต้องเข้ารับการกักกันเพื่อเฝ้าระวังอาการในสถานกักกันทางเลือก (Alternative State Quarantine) จำนวน 14 วัน โดยปัจจุบันมีจำนวน 84 แห่ง มีห้องรองรับจำนวน 13,009 ห้อง แบ่งเป็น Alternative State Quarantine จำนวน 11,681 ห้อง และ Alternative Local State Quarantine จำนวน 1,328 ห้อง

การเปิดให้ผู้ป่วยชาวต่างชาติโรคอื่นและผู้ติดตามเข้ามารักษาในประเทศไทย มีโรงพยาบาลกักกันทางเลือก (Alternative Hospital Quarantine) รองรับ แบ่งเป็น โรงพยาบาล 118 แห่ง และคลินิก 36 แห่ง มีห้องรองรับจำนวน 2,709 ห้อง แบ่งเป็น Isolation Room จำนวน 2,299 ห้อง AIIR-ICU จำนวน 82 ห้อง Modified AIIR จำนวน 65 ห้อง และ Cohort Ward จำนวน 263 ห้อง โดยต้องกักตัวขณะรักษาไม่น้อยกว่า 14 วัน มีการตรวจหาเชื้อโควิด 19 จำนวน 3 ครั้ง

ขณะนี้เปิดรับผู้ป่วยและผู้ติดตามทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ มีผู้ป่วยโรคอื่น ๆ เดินทางเข้ามารับการรักษาแล้ว 1,000 กว่าราย สร้างเศรษฐกิจได้ประมาณ 200 กว่าล้านบาท โดยเมื่อกักตัวครบ 14 วันแล้ว วันที่ 15 สามารถออกไปท่องเที่ยวได้ โดยมีระบบรายงานและติดตามตัว ขณะที่สถานกักกันในกิจการเพื่อสุขภาพ (Wellness Quarantine) จะดำเนินการในกิจการสปาทางการแพทย์ (Medical Spa) หรือรีสอร์ทสำหรับผู้สูงอายุ โดยอยู่ระหว่างการจัดทำประกาศและหลักเกณฑ์

"นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์" อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่าเพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขได้หารือร่วมกับภาคธุรกิจและบางจังหวัดในการหารูปแบบการกักตัวเพื่อรองรับ โดยจัด “ระบบการกักกันพร้อมท่องเที่ยวในระดับพื้นที่” ที่ใหญ่ขึ้นมากกว่าการกักกันเพียงแต่ในห้องพัก เช่น ระดับตำบล เกาะ อำเภอ หรือทั้งจังหวัด ขณะนี้มีหลายจังหวัดที่สนใจ เช่น ชลบุรี บุรีรัมย์ ระยอง เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี เป็นต้น 

ซึ่งจะเริ่มจากจังหวัดที่มีศักยภาพ คือ มีโรงพยาบาลที่พร้อมดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ ห้องแยกโรคความดันลบ มีระบบห้องปฏิบัติการ ทีมสอบสวนโรคที่เข้มแข็ง มี อสม.ในพื้นที่ เป็นต้น โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายจะคัดเลือกจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่มีการติดเชื้อนาน 3 เดือน โดยอาจพิจารณาในเชิงพื้นที่ด้วย เช่น จีน บางมณฑลมีจำนวนประชากรกว่า 100 ล้านคน แต่ไม่มีการติดเชื้อมานานกว่า 180 วัน เป็นต้น 

มีระบบการจัดการโควิด 19 ดี และทำ MOU ตกลงร่วมกัน ส่วนนักท่องเที่ยวที่มาต้องมีผลตรวจเชื้อโควิด 19 เป็นลบใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ทำการกักตัวเองที่บ้านหรือ Home Quarantine 14 วันก่อนเดินทาง และดำเนินการผ่านบริษัททัวร์ โดยเลือกจากคนต่างชาติที่มีกำลังซื้อ กลุ่มพำนักระยะยาว และกลุ่มทำงาน

การเตรียมความพร้อมของประเทศที่จะดำเนินการกักกันพร้อมท่องเที่ยวระดับพื้นที่ จังหวัดต้องทำเส้นทางที่จะเปิดให้ไปท่องเที่ยวอย่างจำกัด ไม่ปะปนกับประชาชน เช่น แต่ละวันจะไปพื้นที่ท่องเที่ยวตรงไหนของจังหวัด โดยทำเป็นแพคเกจให้กับทางบริษัททัวร์ นอกจากนี้ ต้องสื่อสารให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจและมั่นใจในการดำเนินการ โดยมอบหมายให้กองสุขภาพระหว่างประเทศ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ประสานจังหวัดที่สนใจในการทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ต่อไป 

ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จนกว่าจังหวัดมีความพร้อมและประชาชนในพื้นที่มีความเข้าใจและยอมรับ รวมถึงต้องมีสายการบินตรง จัดทำแพคเกจท่องเที่ยว เน้นเศรษฐกิจในชุมชน มีบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพปลอดโรคโควิด 19 เช่น กิจการนวด/สปา บริการ Magnet การจัดผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหารสุขภาพต้านไวรัส ขณะที่โรงแรมที่พักจะเป็นโรงแรมที่ผ่านมาตรฐาน SHA หรือ Well Hotel และ มีอุปกรณ์ติดตามนักท่องเที่ยว เบื้องต้นได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีในหลักการ ซึ่งการท่องเที่ยวรูปแบบนี้เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสามารถเพิ่มขยายพื้นที่ แต่ยังยึดหลักความปลอดภัยของประชาชนในประเทศ

160256055271

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง