background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘เทสบัด’ เสิร์ฟอาหารอนาคต สร้างบริบทการกินปกป้องโลก

‘เทสบัด’ เสิร์ฟอาหารอนาคต สร้างบริบทการกินปกป้องโลก

เมื่อวิถีชีวิตผู้บริโภคยุคใหม่เปลี่ยนไป เหตุไฉน “การกิน” จึงจะไม่เปลี่ยน? สร้างโหมดการกินแบบอนาคตบนเส้นทาง “TasteBud” โค้ชสตาร์ทอัพด้านฟู้ดเทคโนโลยี กับการเปิดโลกทัศน์แห่งอาหารในบริบทใหม่ ที่จะทำให้รู้ว่า “อาหารแห่งอนาคต” เป็นเรื่องใกล้ตัวเรา

สร้างระบบนิเวศฟิวเจอร์ฟู้ด

ข้อมูลจาก สถาบันอาหาร ระบุว่า อาหารแห่งอนาคตในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 1.96 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากปี 2561 และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยอาหารฟังก์ชันนัล คือกลุ่มหลักที่มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 60% รองลงมาคือกลุ่มผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพ กลุ่มอาหาร free-from เช่น ปราศจากเนื้อสัตว์ ปราศจากกลูเตน และอาหารอินทรีย์ แนวโน้มการเติบโตของอาหารแห่งอนาคตในตลาดส่งออกที่มีศักยภาพสูงในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และจีน ก็มีทิศทางเดียวกัน

ข้อมูลดังกล่าวเป็นเทรนด์ที่ทุกคนในอุตสาหกรรมเห็นภาพชัดเจนอยู่แล้ว แต่เทสบัดสนใจที่จะผนึกพันธมิตรทุกหน่วยงานเพื่อสร้างเส้นทางการพัฒนาให้ตอบโจทย์ร่วมกันในภาพที่ชัดเจนเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน จึงออกแบบโมเดลธุรกิจเหมือน Incubator&Accelerator สร้างรายได้ที่นอกจากเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ทอัพ ทั้งยังเป็นการทำงานในลักษณะช่วยเกษตรกร เอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพให้สามารถแนะนำสินค้าหรือร่วมพัฒนาสินค้าออกสู่ตลาด มีทั้งรูปแบบไม่เก็บค่าใช้จ่ายในบางโปรเจคที่อยากจะผลักดัน หรือบางโปรเจคที่ผู้ประกอบการเสนอให้ทำโจทย์เฉพาะก็จะพัฒนาเป็นสินค้าจำหน่ายและสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน"

160199464218


“ขณะนี้ที่เริ่มไปแล้วคือ การร่วมกับเอสเอ็มอีพัฒนาสินค้า อีกทั้งเรากำลังพูดคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการ 10-15 ราย จัดกิจกรรมสัมมนาออนไลน์ (Webinar) ตั้งเป้ารายได้ 200 ล้านภายในปีหน้าโดยรายได้หลักตอนนี้มาจากการมีอีโคซิสเต็มที่พัฒนาขึ้นมา และผลักดันตัวปลายน้ำในส่วนของอาหารแห่งอนาคต ไม่ต้องพึ่งพารัฐ หรือกลุ่มทุน แต่ในส่วนของโครงการที่ใหญ่ขึ้นอาจจะต้องมีการพึ่งพากัน นอกเหนือจากรายได้แล้ว เรายังจัดตั้งฟิวเจอร์ฟู้ดเน็ตเวิร์กและตั้งเป้าดึงผู้ประกอบการเข้าร่วมกลุ่มให้ได้มากกว่า 500 คนภายในปีหน้า” 

เทสบัดเป็นภาคเอกชนตัวเล็กกลุ่มหนึ่งที่ทำงานเชื่อมต่อและมีแนวคิดในการตั้งโจทย์เชิงรุก จากความต้องการด้านอาหารอนาคตในระดับสากล เพื่อให้มีการทำงานร่วมกัน เชื่อมโยงกันให้ครบรอบได้จนถึงที่ต้นนํ้า ดังนั้น “แพลตฟอร์มอาหารแห่งอนาคต” ก็เปรียบเสมือน “เชฟ” ที่ควบคุมวงออร์เคสตราในครัว ถ้าเข้าใจส่วนผสมและผสมผสานความร่วมมือ การผลักดันที่เปรียบเสมือนวัตถุดิบของอุตสาหกรรมนี้ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือเป็นใคร ก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เรียกว่า “เมนูอาหารแห่งอนาคต” ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

3 เมกะเทรนด์ในอนาคต 10 ปี

เทรนด์ของอุตสาหกรรมอาหารในบริบทใหม่หลังโควิดและอาหารในอนาคต ในมุมมองของซีอีโอเทสบัดได้สรุปเป็น “3 เทรนด์หลัก" หรือ เมกะเทรนด์ ที่จะเกิดขึ้นภายใน 2573 ดังนี้

1.“เปลี่ยน” เพื่อห่วงโซ่อาหารและโลก ผู้ประกอบการต้องฟังเสียงผู้บริโภคในแนวทางการเปลี่ยนแปลงของโลก และพร้อมที่จะเปลี่ยนเท่านั้น จึงจะประสบความสำเร็จในระดับโลกได้ เช่น การมองถึงความยั่งยืนด้านการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น AMAZON ประกาศจะใช้แหล่งพลังงานทดแทน 100% ในปี 2573 จะเห็นได้ว่า นโยบายขององค์กรระดับโลกมีการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเพื่อห่วงโซ่อาหารที่ชัดเจนมากขึ้น

160199466627

2.ตอบความต้องการ “เฉพาะบุคคล” ปัจจุบันเราสวมใส่อุปกรณ์ช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพกันมาก เช่น ชาวจีนกว่า 88% สนใจติดตามข้อมูลการเผาผลาญพลังงานของตนเอง ขณะที่ชาวอังกฤษกว่า 49% สนใจติดตามข้อมูลด้านการกิน การออกกําลังกายเพื่อนํามาปรับเสริมสุขภาพ 

จากตัวอย่างเหล่านี้เอง ข้อมูลบิ๊กดาต้าของผู้บริโภค การจัดเก็บ การเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับชีววิทยาและการที่ผู้บริโภคกับผู้ผลิตจะสามารถเข้าใจถึงความต้องการเชิงลึก เพื่อมาพัฒนาสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม รูปแบบการบริการ ตลอดจนสมาร์ทโฮมโซลูชั่นและเครื่องครัว ที่จะมาตอบสนองตนเองและผู้บริโภคได้เฉพาะเจาะจง เช่น เครื่องพิมพ์อาหารสามมิติ ที่ผลิตอาหารตรงต่อความต้องการทางชีววิทยาหรือข้อมูลด้านสุขภาพส่วนบุคคล

3.“การเปิดรับ และ ปรับมุมมอง” วิทยาการด้านอาหารและเกษตรจะเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตอบความต้องการและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ สมาร์ทฟาร์มระบบปิด ระบบติดตามด้านอาหารเพื่อความมั่นใจของผู้บริโภค และเนื้อสัตว์ที่เพาะจากเซลล์ของสัตว์แทนการทำปศุสัตว์

160199470058