พลิกเกมสู้พอร์ตลบ 'เก้าหลัก' สไตล์ 'บอย ท่าพระจันทร์'

พลิกเกมสู้พอร์ตลบ 'เก้าหลัก' สไตล์ 'บอย ท่าพระจันทร์'

โลดแล่นในวงการเทคนิคไม่นาน ! แต่ 'อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย' หรือ 'บอย ท่าพระจันทร์' กลับคว้าพอร์ตลงทุนหลัก 'ร้อยล้านบาท' มาครอบครองได้ไม่ยาก แต่เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเมื่อวิกฤติโควิด-19 จากกำไรกลายเป็นหนี้เกือบ 400 ล้านบาท...

หากเอ่ยถึง 'อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย' หรือ 'บอย ท่าพระจันทร์' ทุกคนคงรู้จักว่าเขาคือ 'เซียนพระเครื่องชื่อดัง' ที่สุดในยุคนี้แล้ว ! 

ขณะที่อีกฟากหนึ่ง 'หนุ่มบอย' ยังสวมบทบาท 'นักลงทุนด้านเทคนิค' ลูกศิษย์เอกอีกคนของ 'เสี่ย-ป๋องวัชระ แก้วสว่าง' นักลงทุนด้านเทคนิค เจ้าของพอร์ตลงทุน 'หลักพันล้าน' ที่ปกติจะยกหูโทรหากันเพื่อปรึกษาเรื่องการลงทุนตลอดๆ      

'บนเส้นทางแห่งการลงทุน ไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในพริบตา เมื่อวานหุ้นขึ้น วันนี้หุ้นลง' แต่นาทีนี้มุมมองส่วนตัวยังมองตลาดหุ้นไทยเป็น 'ขาลง' ต่อ ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนของผมจะไม่ 'เร่งรีบ' แล้ว ในการลงทุนเฉกเช่นเดิมแล้ว ที่มักจะใจร้อนซื้อหุ้นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ทันทีหากมั่นใจในหุ้นตัวนั้น ! 'อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย' (บอย ท่าพระจันทร์) พูดกลางเวทีงานสัมมนารูปแบบใหม่ 'Battle Strategy แผนรบ สยบวิกฤติ EPISODE II : Don't  Waste a Good Crisis'     

'วิกฤติโควิด-19' ถือเป็นวิกฤติหนักที่สุดในชีวิต ! วดีเด็ดของ 'บอย ท่าพระจันทร์' แต่วันนี้ผมก็ผ่านพ้นมาได้ หากย้อนกลับไปดูช่วงที่ดัชนี SET INDEX ปรับตัวลดลง 'ต่ำสุด' (New Low) ของปี 2563 อยู่ที่ 969.08 จุด (เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2563) จากต้นปี 2563 ดัชนี 'สูงสุด' (New High) อยู่ที่ 1,600.48 จุด (เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2563) ตอนนั้นผมเกือบกลายเป็นหนี้โบรกฯ มูลค่า '400 ล้านบาท !'

พลันที ! ความประมาทเกินไป หรือ การประเมินสถานการณ์ตอนนั้นผิดพลาด หรือ เป็นจังหวะซวย ? ก็แล้วแต่ 'หนุ่มบอย' เล่าประสบการณ์ช่วงวิกฤตินั้นให้ฟังว่า ตอนนั้นไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้อง 'กู้บัญชีมาร์จิน' มาลงทุนมากขนาดนั้น ความคิดตอนนั้นหวังเพียงแค่หุ้นในพอร์ตจะกลับมาให้ผลตอบแทนเป็น 'สอง-สามเด้ง' แต่กลายเป็นว่าทำให้วันนั้นมูลค่าพอร์ตพลิก 'ขาดทุน' 400 ล้านบาท !  

160178313098

บอย ท่าพระจันทร์

เขา บอกต่อว่า ตั้งแต่ต้นปี 2563 ในมุมมองการลงทุนส่วนตัวไม่เคยคิดว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น และเข้ามากระทบตลาดหุ้นหนักขนาดนี้ ประกอบกับความคิดในเรื่องของการลงทุน ตนเองคิดเสมอมา ว่า 'ยากจะรวยในตลาดหุ้นต้องอัดมาร์จินให้มากที่สุด!' และยิ่งเป็นหุ้นที่เข้าไปลงทุนเรามีความเชื่อมั่นในธุรกิจว่าเป็นธุรกิจที่ดีมากดังนั้น จึงไม่รอช้าที่จะอัดก็มาร์จินในหุ้นตัวเดียวคิดเป็น 90% ของมูลค่าพอร์ตลงทุน โดยเป็นการซื้อด้วยมาร์จินมูลค่า 200 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าตลาดหุ้น 'ร่วงหนัก' ตอนนั้นอยากจะเทขายออกขายไม่ได้ เพราะว่าสภาพคล่องไม่มีเลย  

สถานการณ์ตอนนั้น ผมกำลังจะถูก 'บังคับขาย' (Force sell) โบรกเกอร์พร้อมใจกันโทรหาผมถามว่า 'สะดวกจะเติมเงินไหมครับ' ตอนนั้นถึงเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองลงทุนผ่านบัญชีมาร์จินมากเกินไปแล้ว แต่ตอนนั้นผมมีหุ้นหลายตัวในพอร์ต แต่ผมสามารถขายหุ้นได้เพียงตัวเดียว คือ บมจ. บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ หรือ BAM เพราะเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง  

ทว่า เงินที่ขายหุ้น BAM ก็ยังไม่เพียงพอกับสัดส่วนการลงทุนในพอร์ตมาร์จิน เพราะผมกู้มาร์จินมาค่อนข้างมาก เนื่องจากไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์โควิด-19 เกิดขึ้น

๐ จำใจปล่อยของ 'รัก !'    

'บอย ท่าพระจันทร์' บอกว่า เมื่อมีโบรกเกอร์โทรมาให้เติมเงินหลายๆ แห่ง ตอนนั้นตัดสินใจว่า ต้องยอมปล่อยของรักตัวเองแล้ว นั่น คือ 'พระเครื่อง' เพื่อนำเงินมาเติมพอร์ตบัญชีมาร์จิน ซึ่งหากปล่อยให้โดด Force sell ไปหนึ่งบัญชีเชื่อว่าบัญชีอื่นๆ ก็จะต้องตามมาเป็นแถว  

'ปล่อยของรัก (พระเครื่อง) ได้เงิน 200-300 ล้านบาท เพื่อมาอุดมาร์จินที่เหลือ และไม่ให้กลายเป็นหนี้โบรกฯ' 

โดยในช่วงนั้นต้องบอกว่าราคาสินทรัพย์ทุกประเภท 'ลดลง' หมด แม้แต่ราคาพระเครื่องมูลค่าลดลงเช่นกัน เนื่องจากคนไม่กล้าซื้อพระ ทำให้ตอนนั้นจากที่ตั้งใจตั้งราคาขายพระเครื่อง 1 องค์ มูลค่า 12 ล้านบาท ผมปล่อย (ขาย) ได้ในราคา 9.5 ล้านบาทเท่านั้นเอง เนื่องจากผมต้องการเงินโดยด่วนเพื่อจะมาเติมในบัญชีมาร์จิน  

'ตอนนั้นตัดสินใจปล่อยพระเครื่อง ! คิดว่าพระเครื่องน่าจะมีสภาพคล่องมากกว่าหุ้น เพราะตอนนั้นผมขายหุ้นไม่ออกเลย ต้องตัดใจขายพระเครื่องมาอุดมาร์จินเพื่อไม่ให้ถูก Force Sell ด้วยต้นทุนหุ้นที่ระดับ 10 บาท และราคาร่วงลงมาเหลือ 4.50 บาท' 

อย่างไรก็ตาม 'หนุ่มบอย' วิเคราะห์ตลาดหุ้นไทย 3 เดือนสุดท้ายปี 2563 ให้ฟังว่า ยังมองตลาดเป็น 'ขาลง' ส่วนตัวยังไม่กล้าซื้อหุ้น หากจะเข้าซื้อผมว่า 'จุดปลอดภัย' น่าจะอยู่ที่ 1,150 จุด ! แต่การลงทุนครั้งนี้จะไม่เร่งรีบแต่จะค่อยเย็บซื้อที่ละไม่มาก หากหุ้นตัวไหนคิดผิดพลาดจะได้ Cut Loss ทัน ซึ่งผมไม่อยากกลับไปอยู่ในสภาพพอร์ตขาดทุนอีกแล้ว

'ต้องบอกก่อนว่าปัจจุบันมูลค่าพอร์ตลงทุนของผมกลับมาเป็นบวกเหมือนเดิมแล้ว'   

ท้ายสุด 'บอย ท่าพระจันทร์' ทิ้งท้ายไว้ว่า มาวันนี้ผมสามารถผ่านช่วงที่เลวร้ายที่สุดมาได้แล้ว โดยผลตอบแทนกลับมาเป็นบวก ดังนั้นวันนี้ผมอยากให้นักลงทุนทุกคนอย่าประมาทในการลงทุน ในวันนี้การลงทุนของผมจะไม่เร่งรีบแต่จะรอจังหวะและโอกาส สะท้อนผ่านแนวโน้มตลาดหุ้นยังเป็นขาลงก็บอกตัวเองว่าอย่างไปซ่ามากนัก !  

----------------------------------

สนใจสะสมพระเครื่องต้องฟัง ! 

'อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย' หรือ 'บอย ท่าพระจันทร์' เซียนพระเครื่องชื่อดัง เล่าให้ฟังว่า สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่สนใจลงทุนในพระเครื่อง ผมมักจะแนะนำเสมอว่าให้เริ่มต้นเก็บสะสมในระดับราคา 30,000-100,000 บาทก่อน โดยในตลาดพระเครื่องมีหลายระดับราคาขึ้นอยู่กับสภาพความสวยของพระเครื่องแต่ละองค์

แต่สิ่งสำคัญในการสะสมพระเครื่องนั้น ! พระเครื่ององค์นั้นต้องมีสภาพสวย เพราะว่าราคาพระเครื่องจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่ที่ความสวย...ฉะนั้น การเก็บรักษาพระเครื่องให้มีสภาพสวยจึงเป็นเรื่องสำคัญของนักสะสมพระเครื่อง

'พระเครื่องสภาพสวยกับพระเครื่องสภาพไม่สวยแตกต่างกัน พระเครื่องสภาพสวย อนาคตราคาจะมีแต่แพงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่พระเครื่องสภาพไม่สวยเวลาจะปล่อยเช่าจะปล่อยยาก ฉะนั้น การลงทุนเรื่องของพระเครื่องจะต้องเน้นที่สภาพสวย ไม่จำเป็นต้องแพงมากก็ได้'