"Banking" Sector (30 ก.ย.63)

30 กันยายน 2563 | โดย บล.กรุงศรี
102

รอให้ฝุ่นหายตลบ

เรากลับมาดูแลหุ้นกลุ่มธนาคารด้วยการให้น้ำหนักที่ NEURTRAL โดยเลือก BBL เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม เรามองว่าแนวโน้มกลุ่มธนาคารในระยะยาวกำลังมุ่งหน้าไปสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัล (digital transformation) โดยมองธนาคารที่มีความแข็งแกร่งในด้านดิจิทัลมีแนวโน้มที่จะทำเงินได้จากการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลที่มีในมือเพื่อสร้างการเติบโตได้ในอนาคต ขณะสำหรับแนวโน้มในระยะสั้น เรามองว่าประเด็นความกังวลหลักคือหนี้เสียระลอกใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ โดยเราคาดว่า NPLs จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น แต่หากหนี้เสียเพิ่มขึ้นเร็วจะทำให้ธนาคารต้องตั้งสำรองสูงขึ้นมากกว่าที่คาด และหากสัดส่วน NPL ของกลุ่มธนาคารพุ่งทะลุ 11% อาจมีความเสี่ยงที่ธนาคารต้องเพิ่มทุน ดังนั้น เราจึงแนะนำให้นักลงทุนรอดูสถานการณ์

 

ธนาคารที่แข็งแกร่งด้านดิจิทัลมีแนวโน้มที่จะทำเงินได้จากข้อมูลที่มีในมือ

เรามองว่าธนาคารกำลังก้าวข้ามการทำเพียงธุรกิจธนาคารธรรมดาทั่วไป เนื่องจากเกิด disruption จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ ดังนั้น ธุรกิจของธนาคารจึงมีความซับซ้อนมากขึ้น และจะหันมาเน้นเรื่อง digital transformation กันมากขึ้น ซึ่งในที่สุด ธนาคารที่ทำธุรกิจแบบเดิม ๆ และสาขาที่ไม่สำคัญจะค่อย ๆ หายไปจากระบบ เพราะบริการที่มีอยู่จะไม่เพียงพอที่จะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า เมื่อมีการทำธุรกรรมทางธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ มากขึ้น  เรามองว่าธนาคารที่อยู่รอด หรือธนาคารที่มีความแข็งแกร่งด้านดิจิทัลมีแนวโน้มจะทำเงินได้จากจุดแข็งของตัวเอง และข้อมูลที่มีในมือเพื่อเพิ่มรายได้ ขยายฐานเงินฝากและสินเชื่อด้วยความเสี่ยงที่ลดลงในอนาคต

 

NIM ที่ลดลง และสำรองหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นจะฉุดผลประกอบการ

นอกจากแนวโน้มระยะยาวที่ต้องปรับตัวให้ทันกับกระแส digital transformation แล้ว ธนาคารต่าง ๆ ยังต้องรับมือกับความเสี่ยงในระยะสั้นจากภาวะเศรษฐกิจขาลงและหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นด้วย แม้ว่าเศรษฐกิจจะหดตัวอย่างหนักในปี 2020 แต่เราคาดว่าสินเชื่อธนาคารทั้งระบบยังจะได้ 7% เนื่องจากอุปสงค์สินเชื่อจากภาคธุรกิจขนาดใหญ่ และโครงการ soft loan เรามองว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยรอบนี้ต่างจากวิกฤติการเงินเอเซียในปี 1997 เพราะในรอบนี้มีเงินฝากไหลทะลักเข้ามาที่ธนาคารมากในขณะที่เมื่อปี 1997 ประชาชนถอนเงินออกจากธนาคาร แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลประกอบการใน FY20 ของกลุ่มธนาคารจะลดลงถึง 30% เนื่องจาก NIM ที่ลดลงหลังจากมีการลดดอกเบี้ยนโยบายหลายครั้งในปีนี้กอปรกับมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นสูงเพื่อรองรับคุณภาพสินเชื่อที่แย่ลง

 

หนีไม่พ้นความเสี่ยงด้านหนี้เสีย

จากภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวค่อนข้างช้า เราคาดว่าผลประกอบการในปี 2021 จะฟื้นตัวได้ไม่มากนัก ถึงแม้ว่า NIM จะทรงตัว เนื่องจากเราคาดว่า ธปท. จะคงดอกเบี้ยเอาไว้เท่าเดิม อย่างไรก็ดีเราคาดว่าธนาคารยังต้องตั้งสำรองในระดับสูงเพื่อรองรับหนี้เสียหลังวิกฤติ Covid-19 ซึ่งเรามองว่ายังประเด็นสำคัญที่น่าเป็นห่วงของกลุ่มธนาคารโดยเฉพาะหลังสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ในปลายปี 2020 แม้เราคาดว่า NPLs จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น แต่ถ้าสัดส่วน NPL เพิ่มขึ้นเร็วก็จะทำให้ธนาคารต้องตั้งสำรองสูงกว่าที่คาดไว้มาก และหากสัดส่วน NPL พุ่งทะลุ 11% ก็มีความเสี่ยงที่ธนาคารอาจต้องเพิ่มทุน เราจึงมองว่าแม้ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารจะดูน่าสนใจ แต่เชื่อว่าหุ้นกลุ่มนี้สมควรจะมี discount เพื่อสะท้อนความเสี่ยง และ ROE ที่ลดลง เราแนะนำให้นักลงทุนรอดูสถานการณ์เนื่องจากหนี้เสียเป็นประเด็นความเสี่ยง

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง