แนวโน้มธุรกิจตลาดผู้สูงอายุ

แนวโน้มธุรกิจตลาดผู้สูงอายุ
29 กันยายน 2563
278

  เทรนด์ธุรกิจที่คาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มในการเติบโตสูงในตลาดผู้สูงอายุ คือกลุ่มนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สูงอายุหรือ เฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้สูงวัย

 ปี2562 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีจำนวนประชากรอยู่ที่ 66.5 ล้านคนสัดส่วนของผู้สูงอายุหรือคนที่อายุ 60 ปีขึ้นไป กว่า 11.13 ล้านคน คิดเป็น 16.73% ถือว่ามีสัดส่วนมากกว่าจำนวนประชากรเด็กและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องผู้ประกอบการต่างเริ่มให้ความสำคัญกับตลาดผู้สูงอายุมากขึ้นเพื่อรองรับความต้องการในระยะยาว ส่งผลให้ที่ผ่านมามูลค่าตลาดในกลุ่มผู้สูงอายุนั้นมีมากถึง 107,000 ล้านบาทต่อปี

 ศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด ผู้จัดงาน InterCare Asia 2020 (อินเตอร์แคร์ เอเชีย 2020) กล่าวว่า  เทรนด์ธุรกิจที่คาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มในการเติบโตสูงในตลาดผู้สูงอายุ คือกลุ่ม Smart Life for Elderly People นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ อาทิ หุ่นยนต์ดูเเลผู้สูงอายุ อุปกรณ์ Smart Home เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบายภายในบ้าน 

 อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สูงอายุ อาทิ อุปกรณ์ฟื้นฟูสมอง เตียงเเละที่นอนอัจฉริยะสำหรับผู้สูงวัย เครื่องยกเคลื่อนย้ายผู้ป่วย อุปกรณ์ฝึกเดิน เครื่องออกกำลังกายเเละกายภาพบำบัด เฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้สูงวัย คอนโดมิเนียมที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการใช้ชีวิตในวัยเกษียณ ทั้งพื้นที่การใช้สอย ระบบความปลอดภัย และมีการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่เข้ามาใช้อย่างเหมาะสม สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ 

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอาหาร Care food ที่ผลิตเพื่อผู้สูงอายุให้ได้สารอาหารครบถ้วน ทั้งในรูปแบบของอาหารที่มีเนื้ออาหารที่นุ่ม และมีการขึ้นรูปให้ดูน่ารับประทาน อาหารชง เจลลี่ สามารถทานได้ง่ายและแก้ปัญหาด้านการเคี้ยวและการกลืน เป็นต้น  ตัวอย่างเช่น อาหารผู้สูงอายุที่มีปัญหาฟัน SOFT Spoon อาหารนุ่มสูตรพิเศษเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาฟัน เคี้ยวหรือกลืนลำบาก ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและภาวะสมองเสื่อม โรคทางระบบประสาท โรคทางจิตเวช รวมถึงโรคพาร์กินสันที่ทำให้กล้ามเนื้อมีภาวะเกร็ง ทำให้กลืนอาหารได้ยากขึ้น หรือผู้ที่แพทย์แนะนำให้รับประทานอาหารอ่อนและนิ่มเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการสำลัก

   

โดยทุกเมนูของเน้นความสดสะอาดของวัตถุดิบพัฒนารสชาติอาหารให้ถูกปากผู้สูงอายุควบคุมสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการให้เหมาะสมไปพร้อมๆกันมีส่วนผสมของสารให้ความข้นหนืด (Thickener) คุณภาพสูงนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ช่วยให้อาหารมีความคงตัว น้ำและเนื้อไม่แยกออกจากกันซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก เพราะอาจทำให้เกิดการสำลักอาหารได้โดยทำงานร่วมกับทีมนักโภชนาการ นักกำหนดอาหารที่มีประสบการณ์ร่วมกับเชฟ R&D ผู้เชี่ยวชาญอาหารไทย และนักวิทยาศาสตร์ด้านเทคโนโลยีอาหาร

ส่วนนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ อาทิ หุ่นยนต์ดินสอ มินิ นวัตกรรมในการดูแลผู้สูงอายุ ผลงานของทีมงานคนไทยเป็นหุ่นยนต์ที่ได้รับการยอมรับ และ ส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นผลการศึกษาจากการใช้งานกับผู้สูงอายุนับพันคนพบว่า ดินสอ ช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาวะที่ดีขึ้นโดยเฉพาะด้านจิตใจ เพราะเหมือนมีลูกๆ หลานๆ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยี AI ในหลากหลายด้าน อาทิ การมองเห็น การได้ยิน และอีกมากมายในด้านการดูแลสุขภาพ ซึ่งผู้ใช้สามารถทำการอัพเดทขีดความสามารถเพิ่มเติมได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ ผ่าน Mobile Application ได้ และน้อง Genie หุ่นยนต์จาก TA ROBOT ที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุ

ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)มีเป้าหมายที่จะยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และนวัตกรรมผู้สูงอายุของอาเซียน โดยไทยได้ริเริ่มผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมกันก่อตั้ง ASEAN Centre for Active Ageing and Innovation (ACAI) ขึ้น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการพัฒนาองค์ความรู้ สนับสนุนงานวิจัย ส่งเสริมนวัตกรรม และสร้างฐานข้อมูลด้านการแพทย์ของอาเซียน ที่จะนำไปสู่การกำหนดนโยบาย และเป็นแนวทางที่จะพัฒนาร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก

นายแพทย์ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุและกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม กล่าวว่า ตลาดกิจการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงของไทยมีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี โดยมีอัตราการเติบโตของสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นกว่า 150% จาก 3 -5 ปีก่อน ซึ่งปัจจุบันมีสถานบริการมากถึง 4,000 แห่งทั่วประเทศ

สถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุจำเป็นต้องมีมาตรฐานและระบบการให้บริการที่เพียบพร้อมและเพียงพอต่อการดูแลผู้สูงอายุอย่างมืออาชีพมีมาตรฐานคุณภาพ ปัจจุบันมีรูปแบบการให้บริการหลากหลายรูปแบบ ทั้งการให้บริการส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน การให้บริการดูแลผู้สูงอายุแบบไป-กลับ และการดูแลผู้สูงอายุแบบระยะยาว Long Stay ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณเดือนละ 25,000 บาทต่อคนต่อเดิือน จึงจำเป็นต้องมีรูปแบบการบริหารจัดการให้ประชาชนส่วนใหญ่สามารถดูเข้าถึงการบริการได้อย่างเป็นธรรม

โดยวันที่ 15-17 ตุลาคม 2563 จะมีการจัดงาน InterCare Asia 2020ครั้งที่ 5ณ ฮอลล์ 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคซึ่งงานนี้จะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และเป็นเวทีที่จะช่วยผลักดันไทยเป็นประเทศต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่ยั่งยืนของอาเซียน และยังเป็นการเพิ่มโอกาสผู้ประกอบการไทยในการหาตลาดใหม่ๆ อีกด้วย ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว โดยมีสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกว่า 11,000 รายมาออกงานแสดงศักยภาพในการผลิตสินค้าเพื่อตอบรับตลาดผู้สูงอายุ และเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจจากการพบปะคู่ค้าใหม่ๆ ภายในงาน เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในอนาคตได้

ไม่ว่าจะเป็น. Lifestyle & Wellness สินค้าและบริการตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ความต้องการและการท่องเที่ยว ,Aiding Equipment อุปกรณ์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลด้านความปลอดภัย ,Medical & Rehabilitation การแพทย์และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ,Health & Nursing Care การให้บริการดูแลสุขภาพผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างครบวงจร และ Health Food & Supplement อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารออร์แกนิค อาหารสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง