ทำความรู้จัก "ฝนราชการ" พร้อมเหตุผลที่บ่งชี้ว่า "ฝนตกตอนเลิกงาน" ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่หลายคนเข้าใจ
ในทุกครั้งที่เกิด "ฝนตกหลังเลิกงาน" คนกรุงรู้ดีว่า หลังจากนั้นสิ่งที่ตามมาอย่างแน่นอนคือ รถติด น้ำท่วม ไม่มีรถกลับบ้าน จนอดสงสัยบ่นฟ้าฝนไม่ได้ว่า ทำไมฝนถึงชอบตกหลังเลิกงาน เหมือนมาตามนัด
แม้จะมีคนตั้งคำถาม แต่ไม่มีคำตอบที่แน่ชัด เพราะมักจะถูกมองว่าเป็นแค่ "ความบังเอิญ"
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ฝนตกหลังเลิกงาน ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคชะตา หรือฟ้ากลั่นแกล้งอย่างที่หลายคนตัดพ้อ แต่สามารถอธิบายในตามหลักวิทยาศาสตร์ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีสาเหตุ และฝนที่มาเยี่ยมเยือนเราบ่อยๆ มีชื่อว่า "ฝนราชการ"
- "ฝนราชการ" คืออะไร?
ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี เปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊คเกี่ยวกับ "ฝน" ที่มักจะตกในช่วงประมาณ 15.00 น. เป็นต้นไป มีชื่อเล่นว่า "ฝนราชการ" ซึ่งเป็นคำที่ไม่ได้เป็นทางการ แต่หมายความถึงฝนที่มักจะตกช่วงที่ใกล้เคียงกันทุกๆ วัน ซึ่งใกล้เคียงกับเวลาที่ "ข้าราชการ" เลิกงาน จึงเรียกว่าฝนราชการ
ลักษณะของฝนราชการนี้ จะเป็นฝนที่ไม่ได้เกิดขึ้นตามฤดูกาล ยิ่งไปกว่านั้นการที่ฝนตกเวลาเดิม ใกล้เคียงกันแทบทุกวัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่มีสาเหตุที่ซ่อนอยู่ ที่สำคัญคือทุกคนมีส่วนร่วมในสาเหตุนี้ไม่มากก็น้อย
"ฝนราชการ" เป็นคำที่ไม่ได้เป็นทางการ แต่หมายความถึงฝนที่มักจะตกช่วงที่ใกล้เคียงกันทุกๆ วัน ซึ่งใกล้เคียงกับเวลาที่ "ข้าราชการ" เลิกงาน จึงเรียกว่าฝนราชการ
- "โดมความร้อน" หรือ "เกาะความร้อน" คือ สาเหตุที่ฝนจำเป็นต้องตกหลังเลิกงาน
สาเหตุที่ทำให้โดมความร้อนเกิดขึ้น คือมีตึกอาคารสูงรวมอยู่เป็นจำนวนมาก วัสดุที่ใช้ในสิ่งก่อสร้างต่างๆ มีคุณสมบัติเป็นตัวดูดซับความร้อนโดยตรงจากดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะวัสดุสีเข้ม เช่น สีดำ สีน้ำตาลและสีเทา ที่จะดูดซับพลังงานแสงทุกช่วงความยาวคลื่นและเปลี่ยนเป็นความ ทำให้อาคารร้อนขึ้นและทำให้อากาศในพื้นที่ใกล้เคียงร้อนมากขึ้นเช่นกัน
เมื่อผนวกเข้ากับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเมือง ที่มีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร้อนต่อเนื่องทั้งวัน เช่น การเปิดเครื่องปรับอากาศเป็นระยะเวลานาน และตั้งอุณหภูมิต่ำมากๆ เครื่องปรับอากาศจะดูดความร้อนในห้องออกไปสะสมไว้ด้านนอกอาคาร โดยความร้อนที่เกิดขึ้นจะลอยตัวสูงและแผ่ออกไปด้านข้างมีลักษณะเป็นโดมความร้อนครอบเมืองเอาไว้ ทำให้สภาพอากาศร้อนอบอ้าว
ทว่า ปรากฏการณ์นี้ ไม่ค่อยมีให้เห็นในชนบทนัก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงปกคลุมไปด้วยพืชพรรณ หญ้า ต้นไม้ และพื้นที่การเกษตรต่างๆ ซึ่งข้อดีของการมีพืชอยู่ในพื้นที่มากๆ พืชจะดูดน้ำจากพื้นดินผ่านทางราก จากนั้นเก็บน้ำไว้ที่ลำต้นและใบ น้ำจะเดินทางไปยังรูเล็กๆ ที่ด้านล่างของใบไม้ น้ำที่เป็นของเหลวจะกลายเป็นไอน้ำและถูกปล่อยออกสู่อากาศ กระบวนการนี้เรียกว่าการคาย ทำหน้าที่เป็นเครื่องปรับอากาศของธรรมชาติอยู่แล้ว
- ฝนราชการ กำลังจะบอกอะไร
ฝนราชการ หนึ่งในดัชนีที่สะท้อนปัญหาสิ่งแวดล้อมในสังคมเมืองได้อย่างดี เพราะมันคือผลลัพธ์ที่ตามมาจาก "โดมความร้อน" ที่ครอบพื้นที่เมืองซึ่งถูกใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ และเอื้อวิถีชีวิตที่สะดวกสบายของสังคมมนุษย์มากอย่างหนักหน่วงมาอย่างยาวนาน
แม้ว่าโครงสร้างอาคารใหญ่โต รถยนต์ เครื่องปรับอากาศ และเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ จะมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตในเมือง แต่สักวันหนึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจมากกว่าฝนตกหลังเลิกงาน ที่อาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ตราบใดที่เรายังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิม
ที่มา: ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี climatekids.nasa





