ฟัน! 'ด.ต.' สภ.พบพระลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ให้ออกราชการ-สอบวินัยร้ายแรง

ฟัน! 'ด.ต.' สภ.พบพระลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ให้ออกราชการ-สอบวินัยร้ายแรง
4 สิงหาคม 2563
201

ฟัน! 'ดาบตำรวจ' สภ.พบพระลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ให้ออกราชการ-สอบวินัยร้ายแรง

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.63 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่สื่อนำเสนอข่าว “ทหาร รวบ ดาบตำรวจ ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมือง เจอซุ่มจับ” นั้นได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ว่า เมื่อวันที่ (3 ส.ค.) เวลาประมาณ 06.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมกับทหาร ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการช่วยเหลือนำคนต่างด้าวเดินทางเข้าไปในพื้นที่ชั้นในโดยใช้รถยนต์ จึงได้จัดกำลังเพื่อสืบสวนหาข่าวและออกตรวจในพื้นที่สุ่มเสี่ยง จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.30 น. เจ้าหน้าที่ ได้พบรถยนต์ต้องสงสัย คันที่ยึดไว้เป็นของกลางขับมาบนทางหลวงชนบทสายแม่ปะ-ห้วยหินฝน อ.แม่สอด จ.ตาก จึงได้ส่งสัญญาณเรียกหยุดรถ พร้อมได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตรวจ ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางตลอดจนเอกสารประจำตัวต่างๆ

จากการตรวจสอบพบบุคคล ชาย สัญชาติไทย จำนวน 2 คน ให้การรับว่า ร่วมกันรับบุคคลต่างด้าว เป็นชาย สัญชาติเมียนมา อายุ 15 ปี จำนวน 1 คน  และ หญิง สัญชาติเมียนมา อายุ 27 ปี จำนวน 1 คน ที่บริเวณสำนักงานขนส่งจังหวัดตาก สาขาแม่สอด ไปส่งปลายทางพื้นที่ จังหวัดตาก

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหา บุคคล สัญชาติไทย 2 คน ในความผิดฐาน “ร่วมกันซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นการจับกุม” และ บุคคล สัญชาติเมียนมา 2 คน ในความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดหฎหมาย”ประกอบกับ จากการตรวจสอบข้อมูลบุคคลสัญชาติไทย ของผู้ถูกจับกุมรายหนึ่ง พบว่า เป็นข้าราชการตำรวจ คือ ด.ต.ปภังกร มีธรรมสวนะ ผบ.หมู่(ป.) สภ.พบพระ จว.ตาก จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดทราบ โดยทาง พล.ต.ต.ปริญญา  วิศิษฐฎากุล ผบก.ภ.จว.ตาก ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงและมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจที่ถูกจับกุมออกจากราชการไว้ก่อน

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา อย่างตรงไปตรงมา พร้อมให้ทำการสืบสวน ขยายผล จับกุม ผู้ที่ให้การสนับสนุนและอยู่เบื้องหลังทุกมิติ ประกอบกับ ให้ผู้บังคับบัญชา ลงไปกวดขัน สอดส่อง ดูแล ความประพฤติผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ให้กระทำผิดกฎหมายเสียงเอง หากพบว่าปล่อยปละละเลย ไม่เอาใจใส่ ให้พิจารณาข้อบกพร่อง หรือ ลงทัณฑ์กับผู้งบังคับบัญชาต้นสังกัดตามดับชั้น และเน้นย้ำให้ประสานงานกับหน่วยร่วมปฏิบัติทุกภาคส่วนในการสืบสวน หาข่าว การกระทำความผิดในลักษณะเป็นขบวนการนำพา เป็นนายหน้าและการดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องทุกราย อย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นการป้องกันและลดโอกาสนำเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เข้าสู่ประเทศไทย

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง