ศบค. ส่ง ทีมสอบสวนโรค ตรวจเมืองระยอง หลังพบ 'ทหารอียิปต์' ติด 'โควิด-19' เข้าพัก 'โรงแรม-เดินห้างฯ'

ศบค. ส่ง ทีมสอบสวนโรค ตรวจเมืองระยอง หลังพบ 'ทหารอียิปต์' ติด 'โควิด-19' เข้าพัก 'โรงแรม-เดินห้างฯ'
13 กรกฎาคม 2563
534

"ศบค." ส่ง "ทีมสอบสวนโรค" ลงพื้นที่ระยอง หลังพบ "ทหารอียิปต์" ติดโควิด-19 พักโรงแรมในระยอง พบ ออกไป "ห้างฯ" เผยมีประวัติเดินทางไป "ปากีสถาน-จีน" ยืนยันไม่ปกปิดข้อมูลประชาชน ด้าน ด.ญ.จากซูดานป่วยโควิด มาพร้อมครอบครัว พักในคอนโด กทม. เร่งสอบสวนโรคแล้ว

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 63 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย โดยรายแรก เป็นคนไทย เดินทางมาจากประเทศคูเวต เป็นเพศชาย อายุ 48 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทยวันที่ 29 มิ.ย. เข้าพักสถานเฝ้าระวังที่ กทม. ตรวจหาเชื้อครั้งแรกวันที่ 2 ก.ค. ไม่พบเชื้อ และตรวจซ้ำวันที่ 11 ก.ค. จึงพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ ย้อนถามประวัติเสี่ยง พบว่า เป็นช่างทั่วไปของบริษัทแห่งหนึ่งตั้งแต่ พ.ย. 2562 พักในแคมป์คนงาน ที่มีผู้ป่วยยืนยันจำนวนมาก โดยพบผู้ป่วยในเที่ยวบินเดียวกันก่อนหน้านี้ 10 ราย

ผู้ติดเชื้อรายที่ 2 เป็นหญิงไทยอายุ 22 ปี เดินทางมาจากประเทศบาห์เรน ถึงไทยวันที่ 12 ก.ค. โดยผ่านการคัดกรองด่านควบคุมโรค พบว่ามีอาการเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค คือ มีไข้ จึงส่งตรวจหาเชื้อวันที่ 12 ก.ค. ผลตรวจพบเชื้อ

และรายที่ 3 เดินทางมาจากประเทศอียิปต์ เป็นชายสัญชาติอียิปต์ อายุ 43 ปี อาชีพทหาร เดินทางถึงไทยวันที่ 8 ก.ค. เข้าพักสถานเฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ จ.ระยอง วันที่ 9 ก.ค. ออกจากโรงแรมไปทำภารกิจทางทหารที่ประเทศจีน และกลับมาในวันเดียวกันเกือบเที่ยวคืน และเข้าพักโรงแรมแห่งเดิมใน จ.ระยอง วันที่ 10 ก.ค.ตรวจพบเชื้อ แต่ผลยังไม่ค่อยชัดเจนจึงตรวจอีกครั้ง โดยวันที่ 11 ก.ค. เดินทางกลับไปประเทศต้นทาง และผลตรวจออกวันที่ 12 ก.ค.ว่าพบเชื้อ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ทหารรายนี้เดินทางเข้ามาในลักษณะของลูกเรือ ตามข้อกำหนดมาตรา 9 ฉบับที่ 6 ที่ระบุคน 11 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ควบคุมยานพาหนะ และเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาตามภารกิจ และมีกำหนดเวลาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่ชัดเจน ซึ่งกลุ่มนี้เข้ามาได้แต่จะมีที่พักให้ เดิมเป็นโรงแรมแถวสุวรรณภูมิ แต่เนื่องจากมีเที่ยวบินเข้ามามาก ทำให้ทหารและลูกเรือชุดนี้จำนวน 31 คน เดินทางเข้ามาและลงที่สนามบินอู่ตะเภาแทน ส่วนอีก 30 คนที่เหลือตรวจแล้วไม่พบเชื้อ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ไทม์ไลน์ของการเดินทางเข้ามาของทหารรายนี้ คือ วันที่ 6 ก.ค. เดินทางจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ วันที่ 7 ก.ค. เดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปยังปากีสถาน วันที่ 8 ก.ค. เดินทางเข้ามายังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.ระยอง วันที่ 9 ก.ค. ออกจากโรงแรมไปท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เพื่อไปทำภารกิจทางการทหารที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน และเดินทางกลับมาวันเดียวกัน เข้าพักโรงแรมที่เดิม จ.ระยอง วันที่ 10 ก.ค. เข้าคัดกรองทั้งคณะที่เดินทางมา 31 ราย วันที่ 11 ก.ค.เดินทางกลับออกไป แต่วันนั้นผลออกมากำกวมยังไม่แน่ชัด จึงส่งตรวจซ้ำอีกครั้ง ผลออกวันที่ 12 ก.ค.ว่ายืนยันติดเชื้อ

159462771897

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพูดคุยกันอย่างมากในที่ประชุม ศบค. ซึ่งเดิมกลุ่มลูกเรือใช้โรงแรมแถวสุวรรณภูมิ แต่ครั้งนี้มาลงสนามบินอู่ตะเภา ทำให้มาตรการของการคุมเข้มในเรื่องตรงนี้มีข้อต้องทบทวนปฏิบัติกันใหม่ ซึ่งทีมสอบสวนโรคยังพบว่า ทีมลูกเรือนี้ได้ออกจากโรงแรมไปยังสถานที่บางแห่งใน จ.ระยอง ซึ่งทีมจะสอบสวนโรคในพื้นที่สัมผัสทุกแห่งที่กลุ่มนี้เดินทางไป ตอนนี้พอมีบางแห่ง เช่น ห้างสรรพสินค้าบางแห่งในระยอง ถ้าท่านคิดว่ามีความเสี่ยงหรือสัมผัส ให้โทร.เข้ามายัง 1422 นอกจากนี้ โรงแรมดังกล่าวที่ จ.ระยอง ถือว่าเป็นสถานที่สัมผัสกับผู้ที่พบเชื้อ ฉะนั้น การเข้าไปสอบสวนโรค ต้องครอบคลุมโรงแรมนี้ทั้งหมด

“ตอนนี้ยังไม่มีข้อเสียหายที่เป็นประเด็น ถ้าคุมโรคได้ปิดจุดอ่อน กำหนดข้อปฏิบัติให้ละเอียดยิ่งขึ้น ข่าวนี้ข้อดีคือขอให้รับทราบว่าใกล้ตัวเรามาก เพราะไม่ได้เกินกว่าความคิดที่จะบอกว่ามีระลอกสองใกล้เข้ามาแล้ว ขอให้ดูแลตัวเองอย่างดี ปลอดโรคปลอดภัยนานเท่านาน” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เคสผู้ป่วยเด็กหญิงอายุ 9 ปี ที่รายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเดินทางมาจากภูมิภาคแอฟริกา โดยมาพร้อมครอบครัวของคณะทูต โดยวันที่ 7 ก.ค. เดินทางมาจากซูดาย ซึ่งมารดานำผู้ป่วยและครอบครัวรวม 5 คน ตรวจเชื้อก่อนเดินทาง แต่ไม่พบเชื้อ เดินทางถึงไทยวันที่ 10 ก.ค. เมื่อมาถึงได้ตรวจคัดกรอง ไม่มีอาการ จึงเก็บตัวอย่างส่งตรวจและพบเชื้อ บิดานำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาใน รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. โดยตรวจซ้ำว่าพบเชื้อ วันที่ 11 ก.ค. ผลตรวจแพทย์พบปอดอักเสบ ส่งต่อมายัง รพ.รัฐแห่งหนึ่งใน กทม.

159462618857

แต่มีการนำสมาชิกครอบครัวที่เหลือไปพำนักที่คอนโดแห่งหนึ่งใน กทม. ทั้งที่กลุ่มคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐต่างประเทศที่มาปฏิบัติงานในประเทศไทย เราให้เกียรติโดยให้กักตัวในสถานทูต ในพื้นที่ของท่าน 14 วัน ฃ

ดังนั้น เราต้องกำหนดมาตรการโดยละเอียดให้ครอบคลุมมากกว่านี้ และขอให้กระทรวงการต่างประเทศประสานสถานทูตทุกแห่งถึงเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ทีมสอบสวนโรค จะต้องเข้าไปสอบสวนในพื้นที่คอนโดแห่งนี้ด้วย

“การกักกันในที่พำนักบุคคลดังกล่าวภายใต้การควบคุมของหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งหมายความว่าให้สถานทูตเป็นต้นสังกัด และเราเชื่อใจกัน เรื่องต่างๆ เหล่านี้ เราเข้าใจว่าสถานทูตจะมีพื้นที่อาณาบริเวณ เป็นอาณานิคม พื้นที่ของท่านก็ให้เกียรติ พอมาเจอแบบนี้สถานที่พำนักกลายเป็นคอนโดขึ้นมา ก็ต้องกำชับกัน มีการขอให้ร่วมกันรับผิดชอบอย่างดี อาจมีมาตรการมากขึ้น โดยกระทรวงการต่างประเทศ จะทำความเข้าใจสถานทูตต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือ เพื่อทำให้เกิดความเรียบร้อยมากขึ้น เรียนรู้ไปด้วยกันว่าต้องเป็นแบบนี้ 14 วันในสถานที่ของท่านโดยไม่ต้องออกมา” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง