วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19ได้ผลน่าพอใจ

วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19ได้ผลน่าพอใจ
2 กรกฎาคม 2563 | โดย บล.โกลเบล็ก
1,742

ดัชนีวานนี้พลิกปิดบวก 10.41 จุด แม้ในระหว่างวันได้รับปัจจัยลบจากการที่ กกร.ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยเป็น -5% ถึง -8% จากเดิม -3 ถึง -5%

อย่างไรก็ดี ดัชนีสามารถพลิกปิดในแดนบวก ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค ประกอบกับแรงซื้อในกลุ่มโรงกลั่น ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดที่ 1,349.44 จุด (+10.41 จุด) Volume 5.3 หมื่นลบ. ต่างชาติ -2,306.40 ลบ. TFEX Net -1,958 สัญญา ตราสารหนี้ +2,276 ลบ.

ปัจจัยบวก / ปัจจัยลบ

+ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดเพิ่มขึ้น 55 เซนต์ +1.4% ปิดที่ 39.82 ดอลลาร์/บาร์เรล ขานรับสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐร่วง และการเปิดเผยข้อมูลศก.ที่แข็งแกร่งของสหรัฐ

+ISM เผยดัชนีภาคการผลิตสหรัฐพุ่งนิวไฮรอบกว่า 1 ปีในเดือนมิ.ย.

+ดัชนี PMI ภาคการผลิตสหรัฐดีดตัวในเดือนมิ.ย. แม้ยังต่ำกว่าระดับ 50 

- ADP เผยภาคเอกชนสหรัฐจ้างงานในมิ.ย. เพิ่มกว่า 2 ล้านตำแหน่งแม้ต่ำกว่าคาดที่ระดับ 2.5 ล้านตำแหน่ง

+ธปท.เผยดัชนีเชื่อมั่นธุรกิจมิ.ย.ดีขึ้นเกือบทุกกลุ่มหลังจากหลายประเทศผ่อนคลายล็อกดาวน์

-ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลงเล็กน้อย 77.91 จุด -0.30% หลังจากเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย.ไม่ได้ส่งสัญญาณชี้นำทิศทางนโยบายการเงิน (Forward Guidance) ขณะที่กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่ามีโอกาสมากที่จะมีการแพร่ระบาดรอบสองของไวรัสโควิด-19

-เฟดเตือนปลายปีนี้อัตราว่างงานสหรัฐอาจสูงกว่า 10% จากพิษโควิด

-สภาผู้แทนฯสหรัฐผ่านร่างกม.คว่ำบาตรจีนกรณีใช้กฎหมายความมั่นคงฮ่องกง

-กกร.ปรับลดคาดการณ์ GDP เป็น -8% ถึง -5% จากเดิม -5% ถึง-3% คาดส่งออกปีนี้ -7% ถึง -10% จากเดิม -5% ถึง -10% จากพิษโควิด-19 และบาทแข็งค่า

-Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD 2.19 แสนลบ. ค่าเงินบาท 31.03 บาท/US

+ทองคำปรับตัวลงสวนทางกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้น

+ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวขึ้น 41.31 จุด +1.38% เช้าเปิด -2.26 จุด

-ดัชนีนิกเกอิปิดลบ 166.41 จุด -0.75% เช้าเปิด+60.95 จุด

 

*จับตา ม.หอการค้าแถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และสภาผู้ส่งออกแถลงสถานการณ์การส่งออก ส่วนสหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน อัตราว่างงาน ยอดนำเข้า-ส่งออก และดุลการค้าเดือนพ.ค. ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือนมิ.ย. และยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน พ.ค.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นลักษณะ Sideway Up หลังจากบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ เผยผลการทดลองใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในมนุษย์ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ปรับกอบกับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,340-1,360 จุด

หุ้นรายงานพิเศษ

หุ้นเริ่มซื้อขายวันนี้เป็นวันแรก

บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) – STGT

(บริษัทย่อยของ STA ซึ่งถือในสัดส่วน 50.6%)

      ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยางธรรมชาติ และถุงมือยางไนไตรล์ โดยจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีโรงงานผลิตทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ 1) โรงงานสาขาหาดใหญ่ 2) โรงงานสาขาสุราษฎร์ธานี และ 3) โรงงานสาขาตรัง มีกำลังการผลิตรวม 32,619 ล้านชิ้นต่อปี

      รายได้ 1Q63 เท่ากับ 3,759.17 ลบ. +25.8%YoY ส่วนกำไรสุทธิเท่ากับ 421.89 ลบ. +184%YoY โดยมีปัจจัยการเติบโตจากปริมาณการขายถุงมือยางที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับ Economies of Scale ทำให้ %GPM ปรับดีขึ้นจาก 13.1% มาที่ระดับ 18.8%

      เสนอขายราคา IPO เท่ากับ 34.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิย้อนหลัง 12 เดือน (P/E) เท่ากับ 54 เท่า มีจำนวนการเสนอขายเท่ากับ 438,780,000 หุ้น ที่ราคาพาร์ 1.00 บาทต่อหุ้น โดยมีวัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อ 1) นำเงินไปชำระเงินกู้สถาบันการเงิน 2) เงินทุนหมุนเวียน และ 3) ขยายกำลังผลิตถุงมือยางเป็น 100,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี 2575

 

กลยุทธ์การลงทุน

  • หุ้นที่ได้ประโยชน์จากแพ็กเกจ “เราเที่ยวด้วยกัน” (ERW CENTEL AOT AAV BA ASAP)
  • หุ้น Defensive Stock (ADVANC INTUCH DIF TTW BEM BTS CHG BCH)

หุ้นมีข่าว   

(+) SPRC (Bloomberg Consensus 7.22) คาดได้เงินคืนราว 5-6 ล้านเหรียญฯในปีนี้กรณีถูกโจมตีธุรกรรมทางอีเมล (ที่มา อินโฟเควสท์)

ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อการได้เงินคืนจากการโจมตีธุรกรรมทางอีเมล อย่างไรก็ตามเราคาดว่าเป็นผลบวกต่อราคาหุ้นเพียง 0.05 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น แต่ค่าการกลั่นทรงตัวในระดับทำให้เราแนะนำเพียง “เล่นเก็งกำไร

(+) BTSGIF (Bloomberg Consensus 8.36 บาท)  ฟื้นตัวเร็วรับผลดีมาตรการผ่อนคลายธุรกิจเฟส 5 โรงเรียนเปิดเทอม และผู้ใช้บริการรถไฟฟ้านั่งติดกันได้ คาดผู้ใช้งานกลับมาเป็นปกติแตะ 20.6 ล้านเที่ยวต่อเดือน ราคาในกระดานมีส่วนลดจาก NAV ประมาณ 20% ย้อนหลัง 5 ปี ยีลด์เฉลี่ยอยู่ที่ 6.7%  (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) EP (Bloomberg Consensus - บาท)   ไฟเขียวบริษัทย่อย อีเทอร์นิตี้ พาวเวอร์ทุ่ม 90 ล้านบาท ซื้อหุ้น APEX ส่งผลให้ถือหุ้นทางอ้อม 50.7% ใน PPTC ผู้ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้า Co-Gen 120 เมกะวัตต์ คาดสร้างรายได้เฉลี่ย 3,000 ล้านบาท/ปี และกำไรสุทธิราว 10% ของรายได้ ขณะที่ย้ายเข้าเทรดกลุ่มพลังงานแล้ว 1 ก.ค. 63 ย้ำเป้ารายได้ปีนี้โต 30%  (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) ORI (Bloomberg Consensus 6.32 บาท)   ส่งซิกยอดขายปีนี้มีโอกาสทะลุเป้า 21,500 ล้านบาท หลังครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 11,000 ล้านบาท คิดเป็นมากกว่า 50% ของเป้าทั้งปี พร้อมชี้ภาพรวมตลาดอสังหาฯครึ่งปีหลังจะทยอยฟื้น! เล็งเปิด 12 โครงการ มูลค่ารวม 16,700 ล้านบาท ส่วนรายได้ปีนี้ย้ำตามนัด 16,000 ล้านบาท เริ่มบุ๊กโอนคอนโดฯ 6 โครงการ มูลค่ากว่า 9,980 ล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) RATCH (Bloomberg Consensus 73.37 บาท) หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ 700 เมกะวัตต์ ปิดฉาก 20 ปีที่ผลิตไฟฟ้าเสริมความมั่นคงภาคตะวันตก หลังครบสัญญา 30 มิ.ย. 63 พร้อมเดินหน้าโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกอง ขนาด 1,400 เมกะวัตต์ (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) NEX (Bloomberg Consensus  - บาท) ทุ่ม 260 ล้านบาท ซื้อศูนย์ซ่อมรถบัสโดยสาร NGV สร้างรายได้ชัด ผูกสัญญาซ่อมบำรุง 14 ปี จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่ "สมาร์ทบัส" ฟีดเดอร์รถไฟฟ้า หนุนธุรกิจโต พร้อมดึง "คณิสสร์ ศรีวชิระประภา" เป็นซีอีโอ เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กร (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BEM (Bloomberg Consensus 10.42 บาท) เผยปริมาณผู้โดยสารที่ใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกลับมาประมาณ 60% หรือประมาณ 250,000 เที่ยวคนต่อวัน ฟากโบรกประเมินตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน-ทางด่วน กระทบจำกัด แนวโน้มผู้โดยสารเพิ่มจากการเปิดเทอม คลายล็อกดาวน์ เชียร์ซื้อเป้า 10.70 บาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) PLANB (Bloomberg Consensus 6.85 บาท) เปิดตัว "Good Morning Bangkok" กระแสดี หวังหนุนรายได้เพิ่มช่วงที่เหลือปี 2563 ส่งซิกยอดบุ๊กกิ้งฟื้นตัว ฐานลูกค้าเดิมเรียงคิวจองซื้อพื้นที่ฉายสื่อโฆษณา เอื้อภาพรวมอุตสาหกรรมสื่อนอกที่พักอาศัยครึ่งหลังปี 2563 คึกคัก ระบุผลงานไตรมาส 2/2563 เป็นจุดต่ำสุดแล้ว (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ASAP (Bloomberg Consensus 1.81 บาท)  รับอานิสงส์ "เที่ยวปันสุข" พร้อมจัดทัพรับทรัพย์ พ่วงอัดแคมเปญพิเศษ หวังกระตุ้นยอดเช่าเพิ่ม แถมเสริมรถใหม่เพิ่ม 2,000 คัน ทดแทนรถครบสัญญาที่รอขายเป็นยูสคาร์ปีนี้ ชูแฟรนไชส์ asap เพิ่มช่องทางสร้างรายได้ โบรกเชียร์เป็นโอกาสเข้าลงทุน (ที่มา ทันหุ้น)

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: