PTTEP - ถือ

PTTEP - ถือ
1 กรกฎาคม 2563 | โดย บล.เคจีไอฯ
196

ประมาณการ 2Q63: กำไรถูกกระทบจากโรคระบาด COVID-19

Event

ประมาณการ 2Q63

Impact

คาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q63F จะลดลงถึง 53% YoY และ 25% QoQ

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ PTTEP ใน 2Q63 จะอยู่ที่ 6.5 พันล้านบาท (-53% YoY, -25% QoQ) เนื่องจากราคาน้ำมันดิบดูไบลดลงอย่างมากเหลือแค่ US$30/bbl ใน 2Q63 เพราะถูกกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และสงครามราคาน้ำมัน เราคาดว่าราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของ PTTEP จะลดลง 22% QoQ เหลือ US$35.0/BOE ใน 2Q63 เนื่องจากคาดว่าราคาขายผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวจะลดลง 43%QoQ เหลือ US$30.0/bbl ตามราคาน้ำมันดิบที่ลดลง และคาดว่าราคาขายก๊าซจะลดลง 10% QoQ เหลือ US$6.2/mmbtu ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มราคาที่ลดลงอย่างเด่นชัดจากไตรมาสก่อนหน้า ในขณะที่เราคาดว่าปริมาณยอดขายจะลดลง 9% QoQ เหลือ 330KBOED เนื่องจากยอดขายน้ำมันดิบของแหล่ง Murphy ในมาเลเซียลดลง และอุปสงค์ก๊าซในอ่าวไทยลดลงจากสถานการณ์โรคระบาด แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าต้นทุนการผลิตต่อหน่วยก็น่าจะลดลง 1% QoQ เหลือ US$30.7/BOE โดยบริษัทตั้งเป้าจะลด CAPEX และ OPEX ลงให้ได้ 15-20% ในปีนี้ ในขณะเดียวกันเราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 3.2 พันล้านบาทบนรายการภาษีใน 2Q63 จากที่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 7.0 พันล้านบาทใน 1Q63 เพราะค่าเงินบาทแข็งขึ้น 1.79 บาท/US$ ใน 2Q63 โดยกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิในไตรมาสนี้มาจากการกลับรายการของ DTL ในงบดุลของ PTTEP เมื่อสิ้นงวด 1Q63 หลังจากที่กฎหมายใหม่เกี่ยวกับการบันทึกค่าใช้จ่ายภาษีมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่ใน 2Q63

คาดว่าราคานํ้ามันดิบจะทรงตัวใน 3Q63F

เรายังคงเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบดูไบจะทรงตัวอยู่ที่ประมาณ US$40-45/bbl ใน 3Q63 เพราะถูกกดดันจากสต็อกน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงเพิ่มขึ้นจากปกติถึงประมาณ 1,350 ล้านบาร์เรล (คำนวณจากสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น 6.3MBD ใน 1Q63 และ 8.75MBD ใน 2Q63) จากสถานการณ์โรคระบาดใน 1H63 ตามข้อมูลใน Short-Term Energy Outlook (STEO) ของ EIA ฉบับเดือนมิถุนายน แม้ว่า OPEC+ จะตกลงลดอุปทานลงอีก 9.7MBD ในช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม ส่งผลให้อุปสงค์น้ำมันโลกสูงกว่าอุปทานมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน (Figure 3) นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐยังอยู่ในแนวโน้มลดลงจาก 13.1MBD ในเดือนมีนาคม เหลือ 11.0MBD ในปัจจุบัน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบต่ำจนถึงระดับที่ต่ำกจุดคุ้มทุนของผู้ผลิต shale บางรายในสหรัฐ (Figure 4) ทั้งนี้ EIA คาดว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบราเดือนของสหรัฐจะต่ำสุดในรอบปีนี้ที่ 10.7MBD ในเดือนธันวาคม ทั้งนี้เรายังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบปี 2563/64 เอาไว้ที่ US$45/53/bbl ในขณะที่ราคาใน 1H63 อยู่ที่ US$40/bbl

Valuation & Action

เรายังคงคำแนะนำ ถือ และให้ราคาเป้าหมาย DCF 1H64 ที่ 105.00 บาท โดยใช้ WACC ที่ 11.0% และterminal growth ที่ 1.0%

Risks

ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง