ผู้ป่วยโควิด 2 สัปดาห์ล่าสุด 100% เดินทางจากต่างประเทศ

ผู้ป่วยโควิด 2 สัปดาห์ล่าสุด 100% เดินทางจากต่างประเทศ

สธ.เผยวันนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ โดย 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ป่วย 100% เดินทางมาจากต่างประเทศ ย้ำไม่ควรใส่ Face Shield เพียงอย่างเดียว เนื่องจากไม่สามารถป้องกันละอองฝอย ไอ จาม

วันนี้ (11 มิถุนายน 2563) ที่กระทรวงสาธารณสุข แพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าว สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ประจำวันนี้ ว่า ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ รวมยอดสะสม 3,125 ราย แบ่งเป็น ติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ 188 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม เสียชีวิตรวม 58 ราย รักษาหายกลับบ้านเพิ่ม 6 ราย รวมรักษาหายกลับบ้าน 2,997 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 80 ราย ผู้ป่วยยืนยันจำแนกตามพื้นที่รักษา แบ่งเป็น กรุงเทพฯ นนทบุรี 1,746 ราย ภาคเหนือ 95 ราย ภาคกลาง 429 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 ราย และ ภาคใต้ 744 ราย

ทั้งนี้ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ป่วย 100% เดินทางมาจากต่างประเทศ รวมทั้งสิ้น 60 ราย ได้แก่ คูเวต 28 ราย สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 10 ราย ซาอุดิอาราเบีย 7 ราย อินเดีย 3 ราย ปากีสถาน 3 ราย ตุรกี 2 ราย รัสเซีย 2 ราย กาตาร์ 2 ราย สหรัฐอเมริกา 1 ราย และเนเธอร์แลนด์ 1 ราย

สถานการณ์ทั่วโลก 211 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 2 เรือสำราญ มีผู้ติดเชื้อรวม 7,452,809 ราย อาการหนัก 53,815 ราย รักษาหาย 3,749,886 ราย เสียชีวิต 418,919 ราย โดย 10 อันดับ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา บลาซิล รัสเซีย อังกฤษ สเปน อินเดีย อิตาลี เปรู เยอรมนี และอิหร่าน ขณะที่ประเทศไทยอยู่อันดับที 85

ด้าน สถานการณ์ในฝังเอเชีย อันดับ 1 ยังคงเป็น อินเดีย ถัดมา ได้แก่ ปากีสถาน บังคลาเทศ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย ไทย เวียดนาม เมียนมา บรูไน กัมพูชา และ ลาว 

  • สหรัฐ-แคนาดา เล็งขยายเวลาปิดชายแดน

สำหรับประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวว่า ประเทศสหรัฐ - แคนาดา จะขยายเวลาห้ามการเดินทางที่ไม่จำเป็น ระหว่างสองประเทศ ไปจนถึงปลายเดือนกรกฎาคม ขณะที่ทั้งสองประเทศพยายามที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ สหรัฐและแคนาดา ได้กำหนดมาตรการห้ามการเดินทางข้ามแดนตั้งแต่เดือน มีนาคม ที่ผ่านมา และขยายเวลาห้ามเดินทางในเดือนเมษายน และพฤษภาคม ขณะที่คำสั่งห้ามในปัจจุบัน จะหมดอายุลงในวันที่ 21 มิถุนายน แต่มีแนวโน้มสูงที่สหรัฐและแคนาดา จะขยายเวลาห้ามการเดินทางออกไปอีก 1 เดือน

  • ล็อกดาวน์ ช่วยหลายล้านชีวิตพ้นโควิด

จากรายงานของมหาวิทยาลัย Imperial College of London พบว่า มาตรการล็อกดาวน์ที่ใช้ใน 11 ประเทศซึ่งล้วนแต่อยู่ในทวีปยุโรป เช่น เบลเยี่ยม อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิลาลี และสเปน รวมทั้งการสั่งปิดธุรกิจที่ไม่สำคัญ และโรงเรียนนั้น สามารถช่วยป้องกันไม่ให้มีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ได้ถึง 3 ล้านราย

ส่วนรายงานอีกชิ้นหนึ่งซึ่งจัดทำในสหรัฐอเมริกา พบว่า มาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งนำมาใช้ในประเทศจีน เกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน ฝรั่งเศส และสหรัฐฯ ได้ช่วยป้องกันและชะลอการติดเชื้อโควิด-19 ของผู้คนได้ประมาณ 530 ล้านคน

สวมหน้ากากอนามัย ลดการระบาดระลอก 2

ขณะเดียวกัน งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และ มหาวิทยาลัยกรีนิช ระบุว่า ล็อกดาวน์ เพียงอย่างเดียวไม่สามารถยับยั้งการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ แต่หากประชาชนร่วมมือกัน สวมหน้ากากในที่สาธารณะ จะสามารถลดการแพร่เชื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ จากแบบจำลองคณิตศาสตร์การแพร่เชื้อในกลุ่มประชากรโดยการคำนวณหาค่า R (Reproduction Number) พบว่า ถ้าหากประชาชนส่วนใหญ่สวมหน้ากากในที่สาธารณะ จะสามารถทำให้ค่า R ลดลงครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับการสวมหน้ากากหลังแสดงอาการป่วยแล้ว สอดคล้องกับคำแนะนำใหม่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2563 ซึ่งแนะนำให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากาก เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ

 

  • ไม่ควรสวม Face Shield อย่างเดียว

ในกรณีที่ประชาชนสงสัยว่า เมื่อสวม Face Shield จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือไม่ แพทย์หญิงพรรณประภา อธิบายว่า ตามหลักการแนะนำว่า ควรสวมหน้ากากอนามัยร่วมกับการสวม Face Shield เพราะหน้ากากอนามัย ช่วยป้องกันฝอยละออง ปิดปาก จมูก ซึ่งเป็นช่องทางหลักของการแพร่กระจายเชื้อโรค หากสวมเพียง Face Shield จะสามารถบังได้แค่ตา จมูกกับปากยังกระจายออกไปได้ ดังนั้น การสวม Face Shield อย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องสวมหน้ากากอนามัยด้วย

“และอีกประเด็นหนึ่ง คือ ข้อสงสัยที่ว่า หากเว้นระยะห่างระหว่างกันแล้วสวมเพียง Face Shield และไม่สวมหน้ากากอนามัยได้หรือไม่ แม้การแพร่กระจายเชื้อจะอยู่ระหว่าง 2 เมตร ซึ่งหากอยู่ห่างกันก็จะความเสี่ยงต่ำ แต่อย่างไรก็ตาม ในการป้องกัน ควรสวมหน้กากอนามัยทุกครั้งในที่สาธารณะ ดังนั้น ควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ล้างมือ และพกแอลกอฮอล์เจล” ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าว