เปิดข้อมูลคนในสถานที่กักกันติดโควิด-19

เปิดข้อมูลคนในสถานที่กักกันติดโควิด-19

ศบค.เผยติดโควิด-19ใหม่ 11 ราย กลับจากต่างประเทศทั้งหมด รอบ 4 เดือน เจอคนกักตัวในสสถานที่กักกันติดเชื้อ คิดเป็นอัตราป่วย 0.47 % ขณะที่การติดเชื้อจากต่างประเทศกระจายอยู่ใน 35 จังหวัด ผ่อนคลายระยะ 3 ศบค.ถก 29 พ.ค.นี้ เล็งลดเวลาเคอร์ฟิว

 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19(ศบค.) กล่าวว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 11 ราย เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและเขาพักในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้(State Quarantine) โดยรายที่ 1 เพศหญิง อายุ 32 ปี เดินทางกลับมาจากประเทศอินเดีย เดินทางมาถึงวันที่ 22 พ.ค. 2563 เจ้าพักโรงแรมในจ.สมุทรปราการ วันที่ 25 พ.ค. 2563 ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการป่วย เข้ารับการรักษารพ.แห่งหนึ่งในจ.สมุทรปราการ อีก 6 ราย เดินกลับจากประเทศกาตาร์ อาชีพพนักงานนวด เพศชาย 5 ราย เพศหญิงเป็นแม่บ้าน 1 ราย เดินทางมาถึงวันที่ 22 พ.ค. 2563 เข้าพักโรงแรมในกทม. และวันที่ 26 พ.ค.2563 ผลตรวจพบเชื้อ ในจำนวนนี้รายที่ 1 อายุ 27 ปี ลิ้นรับรสไม่ได้ รายที่ 2 อายุ 31 ปี มีอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ จมูกไม่ได้กลิ่น รายที่ 3 อายุ 30 ปี มีอาการเจ็บคอ มีเสมหะ รายที่ 4 อายุ 27 ปี ไม่มีอาการป่วย รายที่ 5 อายุ 37 ปี ไม่มีอาการป่วย และรายที่ 6 อายุ 52 ปี ไม่มีอาการป่วย 


ส่วนอีก 4 ราย เดินทางกลับมาจากประเทศคูเวต เพศชาย ทำงานที่แคมป์ของบริษัทต่างชาติ เดินทางมาถึงวันที่ 24 พ.ค.2563 เข้าพักในโรงแรมในกทม. และวันที่ 26พ.ค.2563 ผลตรวจพบเชื้อ โดยรายแรก อายุ 39 ปี มีอาการปวดศีรษะ จมูกไม่ได้กลิ่น รายที่ 2 อายุ 47 ปี มีอาการปวดศีรษะ รายที่ 3 อายุ 51 ปี มีน้ำมูก และรายที่ 4 อายุ 44 ปี มีไข้ ภาพรวมประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสม 3,065 ราย รักษาหายแล้ว 2,945 ราย ยังรักษาในรพ. 63 ราย และเสียชีวิตสะสม 57 ราย


นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์โรคโควิด-19ในสถานกักกันของรัฐส่วนกลางและจังหวัด(State and Local quarantine) ตั้งแต่ก.พ.-28พ.ค.2563 พบผู้ป่วยที่เข้าพักในสถานที่กักกันซึ่งเป็นการติดเชื้อมาจากต่างประเทศก่อนเดินทางกลับเข้าประเทศไทย จำนวน 128 ราย เพศชาย 111 ราย เพศหญิง 17 ราย อายุเฉลี่ย 39 ปี อายุต่ำสุด 15 ปี สูงสุด 77 ปี สัญชาติไทย 98.44 % อเมริกา 0.78 % และอังกฤษ 0.47 % ซึ่งมีผู้เข้าพักทั้งสิ้น 27,302 ราย คิดเป็นอัตราป่วยในกลุ่มผู้เข้ากักโรค 0.47 % โดยจำแนกการพบผู้ป่วยตามจังหวัดที่ตั้งของสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ได้แก่ สงขลา 22 ราย สตูล 18 ราย กทม. 27 ราย ปัตตานี 13 ราย ยะลา 9 รายลบุรี 24 ราย นราธิวาส 7 ราย กระบี่ 3 ราย และสมุทรปราการ 5 ราย 


จำนวนผู้เดินทางกลับประเทศไทยที่ตรวจพบติดเชื้อระหว่างวันที่ 3 เม.ย.-27พ.ค.2563 ประกอบด้วย มาเลเซีย 13,353 ราย ติดเชื้อ 4 ราย อินเดีย 1,883 ราย ติดเชื้อ 3 ราย สหรัฐอเมริกา 1,466 ราย ติดเชื้อ 7 ราย ญี่ปุ่น 777 รายติดเชื้อ 1 ราย ยูเออี 468 ราย ติดเชื้อ 5 ราย อินโดนีเซีย 341 ราย ติดเชื้อ 65ราย บาห์เรน 314 ราย ติดเชื้อ 1 ราย รัสเซีย 295 รายติดเชื้อ 3 ราย อังกฤษ 253 ราย ติดเชื้อ 2 ราย เนเธอร์แลนด์ 237 ราย ติดเชื้อ 1 ราย อียิปต์ 198 ราย ติดเชื้อ 3 ราย ฟิลิปปินส์ 171 ราย ติดเชื้อ 1 ราย คูเวต 165 ราย ติดเชื้อ 6 ราย ปากีสถาน 114 ราย ติดเชื้อ 10 ราย จีน 112 ราย ติดเชื้อ 1 ราย คาซัคสถาน 55 ราย ติดเชื้อ 2 ราย และซาอุดิอาระเบีย 6 ราย ติดเชื้อ 6 ราย ทั้งนี้ คนไทยที่จะได้เดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยได้แบ่งเป็น กลุ่มด่วนที่สุด ได้แก่ ผู้ป่วย ผู้ที่ตกค้างสนามบิน เช่น นักท่องเที่ยว และผู้ที่วีซ่าหมดอายุ และกลุ่มด่วนมาก ได้แก่ พระสงฆ์ นักเรียนนักศึกษา และคนตกงาน


จากจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด 3,065 ราย เมื่อเปรียบเทียบแหล่งการติดเชื้อ พบว่า ประวัติติดเชื้อจากต่างประเทศรวมถึงผู้ที่เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ด้วย 621 ราย คิดเป็น 20.26 % และติดเชื้อภายในประเทศ 2,444 ราย คิดเป็น 79.74 % โดยจำนวนจังหวัดจำแนกตามแหล่งการติดเชื้อ ได้แก่ พบผู้ป่วยจากต่างประเทศ(แต่อยู่เฉพาะในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้) 1 จังหวัด พบผู้ป่วยจากต่างประเทศทั้งในและนอกสถานที่กักกัน 8 จังหวัด พบผู้ป่วยจากต่างประเทศแต่ไม่อยู่ในสถานที่กักกัน 35 จังหวัด และไม่มีผู้ป่วยจากต่างประเทศ 33 จังหวัด


ต่อข้อถามเกี่ยวกับการผ่อนคลายระยะที่ 3 นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับกิจการ กิจกรรมที่จะมีการผ่อนคลายให้ดำเนินการได้ จนกว่าจะเป็นวันที่ 29 พ.ค. 2563 ซึ่งมีการประชุมของศบค.ชุดใหญ่ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับมาตรการการผ่อนคลายในระยะที่ 3 อย่างไรก็ตาม ที่พอจะบอกได้เป็นกลุ่มก้อนกว้างๆ คือ 1.ห้างสรรพสินค้า ที่ผ่อนคลายแล้วทำได้ดียังไม่พบการติดเชื้อขึ้นและผู้ที่ไปห้างใช้แพลตฟอร์มไทยชนะแล้วทำให้มั่นใจ เพราะฉะนั้นกิจการนี้ที่ทำได้ดีอาจจะได้เปิดร้านต่างๆที่อยู่ภายในได้มากขึ้น 2.กีฬา เพราะเป็นส่วนที่สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคด้วย พยายามเปิดให้มากขึ้นโดยเฉพาะการซ้อมของนักกีฬาที่เป็นตัวแทนระดับต่างๆ 

3.เคอร์ฟิว แนวโน้มลดเวลาเคอร์ฟิวลงแน่ๆ จากเดิม 4 ทุ่มถึงตี 4 มาเป็น 5 ทุ่ม ถึงตี 4 อาจจะลดลงไปได้อีกแต่เวลาเท่าไหร่ต้องรอกการพิจารณา และ4.เมื่อเปิดกิจการ กิจกรรมในระยะที่ 3 ใครที่จะเปิดกิจการในระยะที่ 3ต้องเข้าสู่การลงทะเบียนในแอพพลิเคชันไทยชนะ ส่วนผู้ใช้บริการ ถ้าจะไปใช้บริการ หรือเข้าร่วมกิจการ ต้องใช้แอพพลิเคชั่นนี้ด้วยในการเช็คอิน เช็คเอาท์ เพราะกิจการ กิจกรรมในระยะที่ 3 มีความเสี่ยงในการติดเชื้อในเกณฑ์ปานกลางออกไปทางเสี่ยงสูงทั้งสิ้น ส่วนจะนำกิจการเสี่ยงสูงเข้ามาด้วยหรือไม่อยู่ที่การพิจารณามาตรการผ่อนคลายในวันที่ 29 พ.ค.นี้