วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

เมื่อ 'ถ้ำนาคา' จ.บึงกาฬ ปลุกความเชื่อ 'พญานาค' กลับมาอีกครั้ง!

เมื่อ 'ถ้ำนาคา' จ.บึงกาฬ ปลุกความเชื่อ 'พญานาค' กลับมาอีกครั้ง!

เจาะลึก "ถ้ำนาคา" ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา จ.บึงกาฬ แห่งนี้ กำลังเป็นกระแสมาแรงในโลกโซเชียล จนปลุกความเชื่อ 'พญานาค' กลับมาอีกครั้ง แม้จะเพิ่งค้นพบแต่ก็น่าจะกลายเป็น "ที่เที่ยว" แห่งใหม่ของไทยได้ไม่ยาก

ความเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับผูกพันแนบแน่นกับสังคมไทยมาช้านาน ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม โดยเฉพาะไม่กี่วันที่ผ่านมาพบว่ามีการแชร์ภาพถ่าย "ถ้ำนาคา" กันกระหึ่มโลกโซเชียล ผู้คนในสื่อสังคมออนไลน์ต่างก็พูดถึงถ้ำหินรูปร่างแปลกแห่งนี้ และสอบถามว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่หรือไม่? และตามมาด้วยคำถามที่ผูกโยงกับความเชื่อที่ว่า ..นี่เป็นงูยักษ์(พญานาค) ที่กลายเป็นหินหรือเปล่า?

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อมีทีมนักสำรวจกลุ่มหนึ่งเพิ่งค้นพบ "ถ้ำนาคา" ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ แล้วได้บันทึกภาพกลุ่มหินที่สวยงามแปลกตา และโพสต์รูปภาพเหล่านั้นขึ้นบนสื่อโซเชียล จนมีผู้คนแห่แชร์ต่อๆ กันอย่างล้นหลาม จนปลุกความเชื่อเก่าแก่เรื่อง  "พญานาค" ให้กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง 

แต่ไม่ว่าจะมีความผูกโยงกับตำนานของ "พญานาค" หรือไม่ก็ตาม แต่ที่แน่ๆ "ถ้ำนาคา" จ.บึงกาฬ แห่งนี้กำลังเป็นที่น่าจับตามองในฐานะแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของบึงกาฬ ที่ขาเที่ยวหลายคนอยากจะแบกเป้ตามรอยไปชมกันเต็มแก่แล้ว ว่าแต่.. "ถ้ำนาคา" แห่งนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง? ผูกโยงกับความเชื่อและสิ่งลี้ลับอย่างไร? และเปิดให้ท่องเที่ยวได้หรือยัง? ตามมาหาคำตอบไปพร้อมกันเลย..

1. "ถ้ำนาคา" ถูกค้นพบที่ไหน?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "ถ้ำนาคา" ถูกสำรวจพบบริเวณ "วัดถ้ำชัยมงคล" ในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ โดยมีนักสำรวจกลุ่มหนึ่งเดินทางไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา เข้าใจว่าเป็นการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ จึงได้ไปค้นพบ "ถ้ำนาคา" แห่งนี้เข้า และได้ทำการบันทึกภาพในถ้ำ นอกถ้ำ และสภาพภูมิประเทศโดยรอบไว้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

159065129191

2. กลุ่มหินขนาดใหญ่มีเกล็ดเหมือนงู

ด้วยลักษณะทางกายภาพของกลุ่มหินที่พบภายในถ้ำพบว่ามีรูปร่างเหมือนลำตัวงูขดเลื้อยไปมา พร้อมทั้งมีผิวด้านนอกที่มีลักษณะเหมือนเกล็ดงูอีกด้วย จนทำให้หลายคนที่เห็นรูปภาพเหล่านี้ต่างก็จินตนาการไปว่าสิ่งนี้มองดูแล้วเหมือนกับ "งูยักษ์ที่กลายเป็นหิน" และมีข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่งระบุด้วยว่า 

"..ขนลุก  หินที่เหมือนงูที่สุด  สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบ "ถ้ำนาคา" และ "น้ำตกตาดวิมานทิพย์" ณ อุทยานแห่งชาติภูลังกา ตำนานเมืองลี้ลับปู่อือลือพญานาคผู้ถูกสาปไว้บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ" 

159065111192      ที่มาภาพ: I-tong Naparn, Ord Srikaew

3. ความเชื่อโบราณที่ผูกโยงกับ "ถ้ำนาคา"

ตามความเชื่อคนโบราณเล่าขานต่อๆ กันมาว่า ในพื้นที่ของ "ภูลังกา" โดยเฉพาะจุดที่พบกลุ่มหินรูปงูใน "ถ้ำนาคา" แห่งนี้ อาจจะเป็นงูยักษ์ตายแล้วกลายเป็นหิน เมื่อหลายร้อยล้านปีมาแล้ว งูยักษ์พอตายลงยังไม่เน่าเปื่อยก็โดยทับถมด้วยดินหินมานับล้านปี จนแร่ธาตุจับเกาะในตัวงูกลายเป็นหิน พอนานเข้าน้ำได้เซาะดินลงมาเผยซากงูหินให้คนเห็น

มีตำนานเล่าว่าสถานที่แห่งนี้มี "องค์อือลือ" อาศัยอยู่ เป็นราชาผู้ถูกสาปให้เป็นพญานาค ทำให้เมืองล่มสลายกลายเป็นบึงโขงหลง องค์อือลือจะพ้นคำสาปก็ต่อเมื่อบังเกิดเมืองขึ้นใหม่ (ในอดีตพื้นที่นี้ขึ้นกับจังหวัดหนองคาย แต่ปัจจุบันอยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดใหม่ คือ บึงกาฬ)

4. "ภูลังกา" ที่ตั้งของ "ถ้ำนาคา" มีลักษณะอย่างไร?

ภูลังกา เป็นเทือกเขา 5 ลูก เกาะกลุ่มกันอยู่ใกล้กับบึงโขงโหลงและภูวัว ในปัจจุบันเป็นพื้นที่ของอำเภอบึงโขงโหลง จ.บึงกาฬ โดยภูลังกามีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องแหล่งท่องเที่ยวและเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานพญานาค พุทธศาสนา และคติความเชื่อปรัมปรา ผู้คนในพื้นที่ต่างก็มีความเชื่อว่าที่นี่มีความลี้ลับอาถรรพ์มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์จนกระทั่งถึงปัจจุบัน

ภูลังกาในอดีตเมื่อ 50 ปีก่อนเป็นดงป่าหนาทึบกินพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ชุกชุมไปด้วยเสือ สิงห์ กระทิง แรด และโขลงช้าง แต่ในปัจจุบันนี้ป่าใหญ่หายไปหมดสิ้น กลายเป็นทุ่งโล่งรกร้างและไร่นา จะพอมีป่าเหลืออยู่รอบๆ ภูลังกาบ้างเล็กน้อย และบริเวณรอบๆ ภูลังกามีวัดป่าตั้งอยู่ประมาณ 10 วัด มีทั้งฝ่ายมหานิกายและธรรมยุติ

159065107043

5. ตำนานพระเจ้าห้าพระองค์

ภูลังกามีความเกี่ยวโยงกับตำนานเรื่อง พระเจ้าห้าพระองค์ ตามตำนานพระเจ้าห้าพระองค์นั้นกล่าวว่า กาเผือกได้ตกไข่ 5 ฟองที่ภูลังกา วันหนึ่งเกิดลมพายุใหญ่หอบเอาไข่ปลิวไปตามลม ไข่นั้นได้ตกกระจัดกระจายไปในสถานที่หลายแห่ง ต่อมาไข่นั้นได้ฟักออกมาเป็น พระพุทธเจ้ากกุสันโธ, พระพุทธเจ้าโกนาคโม, พระพุทธเจ้ากัสสโป, พระพุทธเจ้าโคตโม, และองค์ต่อไปได้แก่ พระศรีอาริยเมตรัยโย ที่จะมาตรัสรู้ในอนาคตอีกประมาณ 750 ล้านปี เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ที่ 5 ในภัทรกัปนี้ 

6. แหล่งธุดงค์ของพระสายปฏิบัติ

อีกความเชื่อหนึ่งเกี่ยวกับ ภูลังกา ก็คือ เชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของชาวลับแล อันมีเมืองพญานาครวมอยู่ด้วย และยังเป็นสนามรบของ "กองทัพกิเลส" ต่อสู้กับ "กองทัพธรรม" ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ ที่ส่งศิษยานุศิษย์ที่เป็นพระธุดงค์ให้ไปปฏิบัติกรรมฐานอยู่ ณ ที่แห่งนี้ทุกรุ่นทุกสมัย 

159065120869

7. สิ่งลี้ลับที่ "ภูลังกา" จากปากพระนักปฏิบัติ

ครั้งหนึ่ง หลวงปู่ตอง พระนักปฏิบัติแห่งถ้ำชัยมงคลภูลังกา ได้เล่าเรื่องราวสิ่งลี้ลับเกี่ยวกับภูลังกาเอาไว้ว่า มีพระธุดงค์คณะหนึ่งมาจากทางขอนแก่น ขึ้นไปแสวงวิเวกอยู่บนภูลังกา ใกล้กับถ้ำชัยมงคล เป็นพวกไม่รู้ประสีประสา มีวิทยุทรานซิสเตอร์ไปด้วย เปิดเพลงเปิดเทปกันดังลั่นสนุกสนาน ครองจีวรก็ไม่มีสังฆาฏิเพราะไม่ได้เอาสังฆาฏิมาด้วย หลวงปู่ตองเห็นแล้วได้แต่นึกในใจว่า “พระผีบ้าพวกนี้ ไม่ได้ฉันข้าวเช้าแน่ๆ พรุ่งนี้”

และแล้วก็เป็นจริง เมื่อจู่ๆ เสียงเพลงจากทรานซิสเตอร์ที่ดังลั่นสนั่นหวั่นไหวอยู่นั้นก็เงียบไป เปลี่ยนเป็นเสียงร้องตกใจ เสียงตะโกน ทะเลาะวิวาท แล้วก็พากันแตกตื่นวิ่งหนีลงจากภูลังกาไปคนละทิศละทางอย่างกับคนเสียสติ เข้าป่าเข้าดงหลงทางอยู่ในป่าและไม่ได้ฉันข้าวในวันต่อมาจริงๆ ว่ากันว่าพระธุดงค์กลุ่มนั้นอาจพบเจออาถรรพ์ของป่าแห่งนี้

8. "ถ้ำนาคา" พบหินเหมือนตัวงู แต่ไม่มีหัวงู

ก่อนหน้านี้ในสื่อสังคมออนไลน์ พบว่ามีการแชร์รูปกลุ่มหินดังกล่าวแบบผิดๆ ออกไป โดยนำรูปกลุ่มหินจากแหล่งอื่นมาผสมปนเปเข้าไปด้วยกันแล้วเข้าใจผิดไปว่าคือกลุ่มหินจากแหล่งเดียวกัน ซึ่งไม่ใช่! จริงๆ แล้ว กลุ่มหินที่พบใน "ถ้ำนาคา" มีเฉพาะกลุ่มหินที่มีลักษณะเหมือนลำตัวงูขนาดใหญ่เท่านั้น ไม่มีส่วนหัวงู

159065138668

9. หินลักษณะเหมือน "หัวงู" พบที่ สปป.ลาว

สำหรับรูปก้อนหินที่มีลักษณะเหมือน "หัวงู" นั้น แท้จริงแล้วเป็น "หินหัวงู" ถูกค้นพบที่แขวงอุดมไซย สปป.ลาว โดยมีการแชร์รูปภาพหินหัวงูดังกล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊คของ ABC Laos news

10. "ถ้ำนาคา" ยังไม่เปิดให้ท่องเที่ยว

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 28 พ.ค. 2563 ทางเฟซบุ๊ค สวท.บึงกาฬ กรมประชาสัมพันธ์  ได้โพสต์ข้อความว่า "จากกระแสการค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ ภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ได้รับความสนใจจากหลายท่านสอบถามเข้ามาว่าสามารถขึ้นไปเที่ยวได้หรือไม่ ทางหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูลังกาได้ออกมาชี้แจง ดังนี้ 

ขอเรียนว่า ช่วงนี้อุทยานปิดการท่องเที่ยวฯ เนื่องจากการแพร่ระบาด COVID-19 และบริเวณที่พบหินฯตามภาพ อยู่ในจุดที่ยากต่อการเข้าถึงและเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย ซึ่งต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอำนวยความสะดวก จึงขอประชาสัมพันธ์ ในเบื้องต้นนี้ว่า ช่วงนี้ทางอุทยานแห่งชาติภูลังกา ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยว "ทุกจุด" ในเขตอุทยานแห่งชาติ จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID -19 จะคลี่คลาย    หากมีประกาศเปิดการท่องเที่ยวเมื่อใดแล้ว ทางอุทยานจะจัดระเบียบการเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ต่อไป  จึงเรียนประชาสัมพันธ์มาเพื่อโปรดทราบ.."

11.  ล่าสุด.. "ถ้ำนาคา" เปิดพื้นที่ให้เที่ยวแล้วแต่ถูกปิดอีกรอบ!

หลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายทางเจ้่าหน้าที่อุทยานฯ ก็เปิด "ถ้ำนาคา" ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมได้แล้ว แต่ล่าสุดเมื่อวันที่  9 กันยายน 2563   นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ระบุว่าได้มีคำสั่งปิด "ถ้ำนาคา" ที่จังหวัดบึงกาฬ  เนื่องจากมีกลุ่มคนบางกลุ่ม ไปทำการขีด-ขูด-เขียน-แกะสลักเป็นอักษรด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม และมีกองขยะ บริเวณทางเข้า "ถ้ำนาคา"  รวมถึงการจับลูบคลำ ขอหวย ขูด-ขีด  หรือจับที่ก้อนหินที่มีลักาณะเหมือนเกร็ดงู ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม 

"ผมได้สั่งให้กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดำเนินการสั่งปิดอุทยานฯ      ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา จนกว่าผมจะได้ข้อมูลเพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการมาตรการอย่างไรต่อไป ซึ่งผมต้องขอโทษพี่น้อง คนไทยหลายท่าน ที่ตั้งใจเดินทางมาท่องเที่ยวอุทยานฯ ซึ่งได้จ่ายค่าที่พักแล้ว ซึ่งการสั่งปิดนี้ทำให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้น ผมต้องขอโทษ เพราะเรื่องนี้มีความจำเป็นจริงๆ "

ส่วนการบูรณะสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ให้กลับมาเหมือนเดิมนั้น  เป็นสิ่งที่ยากมาก ตนต้องหารือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งจากกรมทรัพยากรธรณี ว่าจะต้องดำเนินการตามหลักการที่ถูกต้องอย่างไร และจะป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดซ้ำอีก  

159065106692

-------------------

ที่มาภาพ: I-tong Naparn, Ord Srikaew

อ้างอิง:

http://www.bungkan.net

https://web.facebook.com/pg/RADIOBUENGKAN104.25MHZ

https://web.facebook.com/ABClaos