จับตามาตรการทั่วโลก เฝ้าระวังโควิดระบาดรอบ 2

จับตามาตรการทั่วโลก เฝ้าระวังโควิดระบาดรอบ 2
17 พฤษภาคม 2563
2,177

การผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์และการเปิดทำการของภาคธุรกิจในประเทศต่าง ๆ จะทำให้เกิดการกลับมาแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องจับตามอง

การผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์และการเปิดทำการของภาคธุรกิจในประเทศต่าง ๆ จะทำให้เกิดการกลับมาแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องจับตามอง หลังจากที่เกิดการติดเชื้อแบบกลุ่มรอบใหม่ในย่านอิแทวอนของกรุ่งโซล เกาหลีใต้ และการติดเชื้อแบบกลุ่มที่เมืองซูหลาน มณฑลจี๋หลิน ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน รวมทั้งที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ซึ่งเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

เริ่มจาก "จีน" เริ่มผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมทั้งเลิกมาตรการล็อคดาวน์ในเมืองอู่ฮั่น เมื่อวันที่ 8 เม.ย. หลังจากที่ปิดเมืองมานานถึง 11 สัปดาห์ โดยในช่วงเดือนเม.ย. ยอดการติดเชื้อส่วนใหญ่ในจีนมีไม่มากนัก และยังเป็นการติดเชื้อจากผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ จนกระทั่งพบการติดเชื้อครั้งใหม่ที่อู่ฮั่นและซูหลาน ทำให้ทางการจีนประกาศยกระดับความเสี่ยงในเมืองซูหลานเป็นระดับสูงทันที

นอกจากนี้ ทางการเมืองซูหลานยังประกาศใช้มาตรการล็อคดาวน์อีกครั้ง ซึ่งครอบคลุมถึงการจำกัดการเดินทางสัญจร การปิดสวนสนุก ห้องสมุด และอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ขณะที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (เอ็นเอชซี) ส่งคณะทำงานลงพื้นที่ในเมืองซูหลานทันที ภายหลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ที่ได้รับการยืนยันแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 11 รายเมื่อวันอาทิตย์(10พ.ค.)ที่ผ่านมา โดยกรณีการติดเชื้อทั้งหมดเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ

มาตรการที่จีนประกาศใช้หลังจากที่พบการติดเชื้อรายใหม่ในประเทศที่มีประชากรมหาศาลด้วยเช่นกัน คือ การตรวจหาเชื้อในกลุ่มประชาชนถึง 11 ล้านราย ถือเป็นมาตรการที่จีนได้นำมาใช้เพิ่มเติม และยังแสดงให้เห็นซึ่งศักยภาพและความพร้อมด้านเทคโนโลยีการแพทย์ของประเทศ

158969380876

ขณะที่ "เกาหลีใต้" เลือกใช้มาตรการตรวจสอบหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยง แม้ว่าจะพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น และจุดชนวนความกังวลว่าอาจเกิดการแพร่ระบาดรอบที่ 2 ในประเทศ หลังพบการติดเชื้อที่ย่านไนท์คลับชื่อดัง โดยผู้ติดเชื้อรายหนึ่งที่ไปเที่ยวคลับและบาร์ในย่านดังกล่าวรวมกันถึง 5 แห่งเมื่อคืนวันที่ 1 พ.ค. ส่งผลให้ทางการเกาหลีใต้ประกาศตามหาตัวผู้ที่เดินทางไปคลับและบาร์เดียวกันกับผู้ติดเชื้อดังกล่าวประมาณ 1,510 ราย เพื่อนำบุคคลเหล่านี้มาตรวจหาเชื้อ และสั่งปิดสถานบันเทิงอีกครั้ง

การติดเชื้อแบบกลุ่มล่าสุดในเกาหลีใต้ ไม่ได้นำไปสู่การใช้มาตรการล็อคดาวน์อีกครั้ง แต่เกาหลีใต้เลือกที่จะตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายหลังจากที่ตัวเลขจ้างงานเดือนเม.ย.ปรับตัวลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2542 หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กระทบตลาดงานเกาหลีใต้อย่างหนัก

ตัวเลขจ้างงานเดือนเม.ย.อยู่ที่  26.56 ล้านตำแหน่ง ลดลง 476,000 ตำแหน่งจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นสถิติที่ปรับตัวลงมากสุดนับแต่เดือนก.พ. 2542

ส่วนหลายประเทศในทวีปยุโรปเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าจะเกิดการติดเชื้อโควิด – 19 ระลอกใหม่ในยุโรปช่วงฤดูร้อนนี้ โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า จำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดลงในยุโรป รวมทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้นในยุโรปช่วงนี้ อาจจะทำให้ประชาชนไม่อยากจะปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม และกฎระเบียบด้านสุขอนามัยเท่าไรนัก นอกจากนี้ จากผลการศึกษาเกี่ยวกับการระบาดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญเองก็ระบุในผลการศึกษาดังกล่าวว่า การระบาดระลอกที่ 2 มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนนี้ด้วยเช่นกัน

“สเตฟาน เดอ เคียร์สเมคเคอร์” โฆษกของคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปควรจะเตรียมความพร้อมรับมือกับการติดเชื้อครั้งที่ 2 ด้วยการยกระดับระบบป้องกันและตรวจสอบที่มีอยู่เดิม ขณะเดียวกันทางสหภาพยุโรปก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคยุโรป เพื่อดูแลกลไกในการติดต่อสื่อสารเรื่องความเสี่ยงให้สามารถทำหน้าที่ในการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนว่า การระบาดอีกระลอกของโควิด-19 เป็นสถานการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ แม้ว่ายุโรปจะสามารถรับมือกับการระบาดระลอกแรกได้แล้วก็ตาม

158969382262

ล่าสุด เมื่อวันเสาร์ (16พ.ค.) สโลวีเนีย เป็นประเทศแรกในยุโรปที่ประกาศชัยชนะเหนือไวรัสโควิด-19 หลังจากที่รัฐบาลออกกฤษฎีกาประกาศการสิ้นสุดของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในปลายเดือนนี้

“จาเนซ เจนซา” นายกรัฐมนตรีสโลวีเนีย กล่าวว่า สโลวีเนียมีสถานะด้านการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ดีที่สุดในยุโรป โดยมีการรายงานผู้ติดเชื้อเพียง 35 รายในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

การประกาศการสิ้นสุดของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสโลวีเนีย จะทำให้ประชากรของสหภาพยุโรป (อียู) สามารถเดินทางผ่านชายแดนของสโลวีเนียโดยไม่ต้องถูกกักตัว แต่ผู้ที่มาจากประเทศนอกอียูจะยังคงถูกกักตัวเป็นเวลา 2 สัปดาห์

นอกจากนี้ การประกาศการสิ้นสุดของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะทำให้รัฐบาลสโลวีเนียไม่ต้องจ่ายเงินเยียวยาภาคธุรกิจและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อีกต่อไป หลังจากสิ้นเดือนนี้

ส่วนสถานการณ์แพร่ระบาดในสหรัฐ ล่าสุด “แอนดรูว์ คูโอโม” ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ประกาศขยายคำสั่งหยุดอยู่บ้านออกไปจนถึงวันที่ 13 มิ.ย. ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ยังวิกฤต แม้รัฐอื่นๆในสหรัฐเริ่มทยอยกลับมาเปิดเศรษฐกิจแล้ว

“ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่สัมพันธ์กับการเดินทางและการติดต่อกันในชุมชน ยังเพิ่มขึ้นในรัฐนิวยอร์ก ดังนั้น ทุกกลไกที่บังคับใช้โดยรัฐและรัฐบาลท้องถิ่นควรดำเนินต่อไปอย่างเต็มรูปแบบและจะมีผลไปจนถึงวันที่ 13 มิ.ย.จนกว่าจะมีการขยายเพิ่มเติมในภายหลัง"ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก กล่าว

นิวยอร์ก เป็นรัฐที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19หนักหน่วงที่สุดในสหรัฐ จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ เมื่อวันศุกร์(14พ.ค.) ระบุว่า พบผู้ติดเชื้อในรัฐแห่งนี้จำนวนกว่า 350,000  รายและมีผู้เสียชีวิตกว่า 27,000 ราย

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง