'อีเอ'นำทัพภาครัฐ-เอกชนตั้ง 'กลุ่มช่วยกัน' สู้ภัยโควิด!

'อีเอ'นำทัพภาครัฐ-เอกชนตั้ง 'กลุ่มช่วยกัน' สู้ภัยโควิด!
27 เมษายน 2563 | โดย ชญานิษฐ์ นกแก้ว
1,303

บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ หรือ อีเอ ผนึกภาคีเครือข่ายร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน “กลุ่มช่วยกัน” ชูโมเดลสู้โควิด-19 ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมด้วยแอพ “หมอชนะ” เก็บข้อมูลการเดินทางของประชาชน เพื่อตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิดได้ด้วยตนเอง

สมโภชน์ อาหุนัย CEO ของ EA ผนึกพันธมิตรเปิดตัว “กลุ่มช่วยกัน” รวมพลังสมอง เทคโนโลยี เงินทุน และ กำลังคนช่วยเหลือคนไทยสู้วิกฤตไวรัสโควิด-19 ใช้แอปพลิเคชัน “หมอชนะ” ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองและรักษา แสดงพิกัดจุดเสี่ยง พร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ควบคู่ไปกับการเตรียมนำชุดตรวจประสิทธิภาพสูง PSU COVID-19 Rapid Test ผลงานวิจัยของ ม.สงขลานครินทร์ ที่มีคุณภาพระดับสากลมาใช้ เร่งตรวจให้มากที่สุด เพื่อขับเคลื่อนแผนแบบบูรณาการ ป้องกัน ควบคุม เยียวยา ช่วยฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน พร้อมเตรียมลุยติดตั้งเครื่องกำจัดไวรัส เพิ่มห้องปลอดเชื้อในโรงพยาบาล และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยมีจังหวัดฉะเชิงเทรานำร่อง “Chachoengsao Model” ก่อนขยายไปในเขตเศรษฐกิจพิเศษ สร้าง “Chachoengsao Model” ฟื้นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ซึ่งประกอบธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียนทั้งโรงไฟฟ้าโซลาร์และลม น้ำมันไบโอดีเซล ยานยนต์ไฟฟ้า โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง หนึ่งในนักธุรกิจแถวหน้าของประเทศไทยที่ได้รับจดหมายเปิดผนึกจากนายกรัฐมนตรี ที่ถามถึงโครงการช่วยเหลือประชาชนชาวไทยที่เป็นรูปธรรม ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นในต่อสู้กับวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ว่า แม้ว่าปัจจุบันนี้ธุรกิจของ EA จะยังไม่ได้รับผลกระทบนัก แต่จากสถานการณ์โดยรวมที่ยืดเยื้อ และมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจนเกือบถึงวิกฤต มาตรการอยู่บ้านเพื่อหยุดเชื้อไม่สามารถทำได้นานนัก


แม้ว่าจะเริ่มมีการติดเชื้อรายใหม่ลดลง แต่องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าโควิด-19 จะยังคงอยู่ไปอีกระยะใหญ่ เราจำเป็นต้องหาวิธีการเพื่อประคับประคองชีวิต และการยังชีพของคนไทยทุกคน เพื่อให้คนไทยสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ภายใต้ข้อจำกัดที่ยังไม่มีวัคซีนและยาที่ใช้ได้ผล จึงได้เข้าช่วยเหลือโดยได้ชักชวนพันธมิตรเพื่อมาร่วมมือกันในชื่อ “กลุ่มช่วยกัน” ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีเจตน์จำนงว่า สมาชิกและพันธมิตรของกลุ่มช่วยกันจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาของประเทศ ในรูปของกลุ่มอิสระ โดยไม่หวังผลประโยชน์ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่อิงการเมือง ไม่วิพากษ์วิจารณ์ใคร ทำงานให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมเปิดรับแนวคิดที่เป็นประโยชน์ ไม่ทำงานซ้ำซ้อนกับโครงการอื่น

ขณะเดียวกันก็จะสนับสนุนและส่งเสริมโครงการดีๆ ที่มีผู้อื่นทำอยู่แล้ว และพร้อมจะสลายตัวเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น การขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เน้นการใช้พลังสมองในการวิเคราะห์และคาดการณ์ เพื่อเตรียมการอย่างเป็นระบบ ลงทุนเพื่อนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้จัดการกับปัญหาในลักษณะที่จะส่งผลในวงกว้างให้มากที่สุด และลงมือปฏิบัติด้วยตนเองพร้อมกับทีมงานทั้งภายในและต่างประเทศ โดยทีมงานของกลุ่มช่วยกันประกอบไปด้วยผู้ที่มีประสบการณ์และความรู้ความสามารถหลากหลาย ทั้งด้านวิศวกรรมการออกแบบและติดตั้งอุปกรณ์ ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาซอฟแวร์ การวิเคราะห์และคาดการณ์ข้อมูล สถาบันการศึกษา ผู้ให้บริการข่าวสารและบันเทิง สื่อสารมวลชนทุกแขนง องค์กรอิสระและทีมงานสนับสนุนจำนวนมาก

158798782787

(ภาพ สมโภชน์ อาหุนัย)

ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย

แอป “หมอชนะ” ได้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ของการผนึกกำลังระหว่าง “ทีมพัฒนาร่วมประชาชน เอกชนและภาครัฐ” นำโดยกลุ่มผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อิสระ “Code for Public” และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ และการวิเคราะห์ข้อมูลภายใต้ชื่อ “กลุ่มช่วยกัน” ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสถาบันการศึกษา เครือข่ายโรงพยาบาลและองค์กรสาธารณสุข หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรธุรกิจจำนวนมาก

ตลอดจนองค์กรเอกชนจากหลากอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสารโทรคมนาคม อาทิ Dtac ด้านการเงินธนาคาร เช่น กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ด้านเทคโนโลยี ได้แก่ บจก.Blockfint ด้านพลังงาน ได้แก่ บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ ด้านยานยนต์ โลจิสติกส์และก่อสร้าง ได้แก่ บจก. ฮอนด้า ประเทศไทย ร่วมด้วยกลุ่มสื่อมวลชนอย่าง บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป ที่ช่วยเสริมทัพในการกระจายข่าวสารและมาตรการต่างๆที่เป็นประโยชน์ถึงประชาชนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

158798543563

แก้ปัญหาการปกปิดข้อมูล

ดังนั้นแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” (Mor Chana) จึงนับเป็นความร่วมมือร่วมใจของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เป็นระบบเก็บข้อมูลการเดินทางของประชาชน ที่ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและประเมินระดับความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 จากสถานที่ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการวิเคราะห์ระดับความเสี่ยงในการติดเชื้อของประชาชนที่เข้ารับการรักษาพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ โดยอาศัยเทคโนโลยีจีพีเอส และบลูทูธติดตามตำแหน่ง เพื่อเสริมแกร่งมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ให้มีประสิทธิภาพและวัดผลได้ โดยคนไทยทุกคนสามารถลดการระบาดได้อย่างเป็นรูปธรรม ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย มุ่งประสิทธิผลในการคัดกรองความเสี่ยง โดยไม่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพและข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านการลงทะเบียนแบบไม่ระบุตัวตน

158798551120

ใช้งานง่าย เข้าถึงได้ทุกคน

158798552760

อีกทั้งโค้ดแอปยังมีลักษณะเป็น ‘โอเพ่นซอร์ส’ ตรวจสอบได้ และง่ายต่อการส่งต่อไปยังระบบอื่น ๆ เพื่อขยายผลอีกด้วย โดยข้อมูลถูกเก็บอย่างปลอดภัยแบบเข้ารหัสไว้ที่ศูนย์ AWS ดูแลโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ซึ่งจะถูกเก็บไว้ 30 วันและจะถูกลบทิ้งทันทีที่สถานการณ์สิ้นสุด

นอกจากนี้ ในอนาคตเมื่อมีฐานข้อมูลเพียงพอ ค่าสียังมีการเปลี่ยนแปลงอัพเดตแบบเรียลไทม์ตามข้อมูลการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทำให้ทุกครั้งที่มีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่และระบบพบว่าผู้ใช้งานมีประวัติ การเดินทางเข้าใกล้ผู้ติดเชื้อรายใหม่นั้นในช่วงที่ผ่านมา แอปจะเตือนผู้ใช้งานให้รับรู้ถึงความเสี่ยงที่เปลี่ยนไปด้วยค่าสีใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่ความระมัดระวังและการปรับพฤติกรรมของผู้ใช้ได้อย่างดีขึ้น

โดยสามารถดาวน์โหลดแอป “หมอชนะ” ทั้งบนระบบ iOS และ Android ได้ทาง QR Code

158798557364

https://apple.co/34of7u7

https://play.google.com/store/apps/details?id=com.thaialert.app

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง