background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

ทำไม 'ค่าไฟ' แพง? เปิดวิธีคำนวณพร้อมดูอัตรา ‘ค่าไฟฟ้า’ ในบ้าน

ทำไม 'ค่าไฟ' แพง? เปิดวิธีคำนวณพร้อมดูอัตรา ‘ค่าไฟฟ้า’ ในบ้าน

ชวนหาคำตอบว่าทำไม "ค่าไฟฟ้า" ถึงแพงขึ้นแบบก้าวกระโดด เมื่อการ Work From Home ในยุคโรคระบาดทำให้คนไทยต้องใช้ "ไฟฟ้า" มากขึ้นกว่าเดิมเกือบเท่าตัว

ในยุคโรคระบาด "โควิด-19" ทำให้เราทุกคนต้องหยุดการเดินทางและกิจกรรมนอกบ้านเกือบทุกอย่าง กลับมาใช้ชีวิตอยู่บ้านกันมากขึ้น รวมถึงการทำงานของบางอาชีพก็ปรับเปลี่ยนมาทำงานที่บ้านหรือ Work From Home ที่ต้องใช้ไฟฟ้าที่บ้านแทบทั้งวันทำเอาหลายคนโอดครวญว่า "ค่าไฟ" แพงขึ้นแบบผิดปกติ ทั้งๆ ที่หน่วยไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาไม่เท่าไหร่ จึงเกิดคำถามตามมาว่าทำไม "ค่าไฟฟ้า" ถึงแพงขึ้นแบบก้าวกระโดด การไฟฟ้ามีการคิดคำนวณค่าไฟยังไงกันแน่?

เรื่องนี้ทาง "การไฟฟ้านครหลวง" และ "การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค" ได้ออกมาให้คำตอบกับประชาชนถึงสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟแพงในช่วงนี้ว่า การไฟฟ้ามีการคิดคำนวณ "ค่าไฟแบบอัตราก้าวหน้า" มาตลอด หากใช้เยอะก็จ่ายเยอะ โดยมีตัวแปรสำคัญก็คือ "หน่วยไฟฟ้าที่ใช้" ซึ่งจะมีการคิดค่าไฟเป็นขั้นบันไดโดยแต่ละขั้นก็มีราคาที่แตกต่างกัน หากใช้ไฟฟ้ามากขึ้นก็จะถูกนำไปคิดราคาในช่วงหน่วยไฟฟ้าที่สูงขึ้น ค่าไฟจึงแพงแบบก้าวกระโดด

บวกกับสภาพอากาศในประเทศไทยที่ร้อนขึ้น ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่างทำงานหนักและกินไฟมากขึ้นตามไปด้วย เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องฟอกอากาศ พัดลมไอน้ำ เป็นต้น ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีตัวคอมเพลสเซอร์ในการทำงานจะกินไฟอยู่แล้วด้วย สังเกตได้ว่าช่วงหน้าร้อนมิเตอร์ไฟฟ้าจะหมุนเร็วกว่าปกติ

158746808272

รวมถึงการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มากเกินพอดี เช่น เปิดตู้เย็นบ่อยๆ ทั้งวัน, ยัดของใส่ตู้เย็นเยอะเกินไป, เปิดแอร์ทั้งวันทั้งคืน เหล่านี้ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ากินพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น เป็นต้น เอาเป็นว่า.. ถ้าใครยังไม่ค่อยเข้าใจ "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" จะพาไปส่องราคาค่าไฟต่อหน่วย และวิธีการคิดคำนวณค่าไฟในแต่ละแบบ เพื่อให้คุณคิดค่าไฟด้วยตัวเองได้ และสามารถวางแผนการใช้ไฟฟ้าในเดือนต่อไปให้ประหยัดมากขึ้น (หมายเหตุ: เป็นอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับใช้ในบ้านอยู่อาศัยเท่านั้น)

*ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือน และติดตั้งเครื่องวัดฯ ขนาดไม่เกิน 5 แอมแปร์ ได้รับการยกเว้นค่าไฟฟ้าในเดือนนั้น*

1. หากใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน

สำหรับค่าไฟฟ้าในอัตราปกติแบบก้าวหน้า หากการใช้ไฟฟ้าในบ้านอยู่อาศัยไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน จะมีอัตราค่าไฟฟ้าในแต่ละขั้น ดังนี้ 

- 15 หน่วยแรก (หน่วยที่ 1-15) หน่วยละ 2.3488 บาท

- 10 หน่วยถัดไป (หน่วยที่ 16-25)  หน่วยละ 2.9882 บาท

- 10 หน่วยถัดไป (หน่วยที่ 26-35)  หน่วยละ  3.2405 บาท

- 65 หน่วยถัดไป (หน่วยที่ 36-100)  หน่วยละ  3.6237 บาท

- 50 หน่วยถัดไป (หน่วยที่ 101-150)  หน่วยละ  3.7171 บาท

2. หากใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน

สำหรับค่าไฟฟ้าในอัตราปกติแบบก้าวหน้า หากการใช้ไฟฟ้าในบ้านอยู่อาศัยเกินกว่า 150 หน่วยต่อเดือน จะมีอัตราค่าไฟฟ้าในแต่ละขั้น ดังนี้ 

- 150 หน่วยแรก (หน่วยที่ 1-150) หน่วยละ  3.2484 บาท

- 250 หน่วยถัดไป (หน่วยที่ 151-400) หน่วยละ  4.2218 บาท

- หน่วยที่ 401 เป็นต้นไป ราคาหน่วยละ  4.4217 บาท

158746812431

3. ค่าไฟฟ้าอัตราตามช่วงเวลาการใช้ (TOU)

สำหรับแรงดัน 12-24 กิโลโวลต์ หากใช้ไฟฟ้าช่วง On Peak จะมีราคาหน่วยละ 5.1135 บาท ส่วนในช่วง Off Peak ราคาหน่วยละ 2.6037 บาท

สำหรับแรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลต์ หากใช้ไฟฟ้าช่วง On Peak จะมีราคาหน่วยละ 5.7982 บาท ส่วนในช่วง Off Peak ราคาหน่วยละ 2.6369 บาท

(หมายเหตุ: On Peak คือ 09.00 - 22.00 น. วันจันทร์ - วันศุกร์ ส่วน Off Peak คือ 22.00 - 09.00 น. วันจันทร์ - วันศุกร์ และ 00.00 - 24.00 น. วันเสาร์ - วันอาทิตย์ วันแรงงานแห่งชาติ วันหยุดราชการตามปกติ)

158746808146

4. วิธีคำนวณค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัย 

ยกตัวอย่างวิธีการคิดค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัย หากใช้ไฟฟ้า 100 หน่วย สามารถคำนวณ และคิดค่าไฟโดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้

ส่วนที่1 คิดค่าไฟฟ้าฐาน 

- 15 หน่วยแรก (หน่วยที่ 1-15) หน่วยละ 2.3488 บาท แปลว่าขั้นนี้มีค่าไฟอยู่ที่ 15 x 2.3488 = 35.23 บาท 

- 10 หน่วยถัดไป (หน่วยที่ 16-25)  หน่วยละ 2.9882 บาท แปลว่าขั้นนี้มีค่าไฟอยู่ที่ 10 x 2.9882 = 29.88 บาท 

- 10 หน่วยถัดไป (หน่วยที่ 26-35)  หน่วยละ  3.2405 บาท แปลว่าขั้นนี้มีค่าไฟอยู่ที่ 10 x 3.2405 = 32.41 บาท 

- 65 หน่วยถัดไป (หน่วยที่ 36-100)  หน่วยละ  3.6237 บาท แปลว่าขั้นนี้มีค่าไฟอยู่ที่ 65 x 3.6237 = 235.54 บาท 

รวมทั้งหมด = 333.06

มีค่าค่าบริการอีก 8.19 บาท

ดังนั้นสรุปว่าค่าไฟฟ้าฐาน (ค่าพลังงานไฟฟ้า+ค่าบริการ) จึงอยู่ที่ 341.25 บาท

158746808132

ส่วนที่2 คิดค่า Ft

ค่า Ft คือ ค่าไฟฟ้าผันแปร เป็นค่าที่กำหนดขึ้นเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนที่อยู่เหนือการควบคุมของการไฟฟ้า เช่น ค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลง, ค่าซื้อไฟฟ้า, ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐ ค่า Ft นี้จะเป็นค่าบวกหรือค่าลบก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา โดยจะมีการปรับทุก 4 เดือนซึ่งจะถูกปรับค่าทุกๆ 4 เดือน

สำหรับช่วงนี้มีการกำหนดค่า Ft อยู่ที่ -11.60 บาท เมื่อนำค่าไฟฟ้าฐานมาหักลบกับค่า Ft ก็จะได้ดังนี้ 341.25 - 11.60 = 329.65 

ส่วนที่3 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

ค่าภาษี 7% คิดคำนวณจาก [ค่าไฟฟ้าฐาน + ค่า Ft] x [7/100] = 23.08 

จากนั้นนำค่าในส่วนที่2 มาบวกกับค่าภาษี ก็จะได้ค่าไฟฟ้าที่เราต้องจ่ายจริง คือ 329.65 + 23.08 = 352.73 บาท (*หมายเหตุ: จำนวนนี้ยังไม่รวมส่วนลด 3% จากนโยบายรัฐบาล เป็นราคาประมาณการเท่านั้น) หรือถ้าอยากให้ง่ายกว่านี้ ก็สามารถเข้าไปใช้ระบบคำนวณค่าไฟฟ้าแบบออนไลน์ได้ที่ การคิดค่าไฟฟ้าประเภทต่างๆ การไฟฟ้านครหลวง และ ระบบประมาณการค่าไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

--------------------

อ้างอิง: 

https://www.mea.or.th/profile/109/111

https://www.mea.or.th/aboutelectric/116/280/form/11

https://www.pea.co.th/Portals/0/Document/attachment/Knowledge/knowft.pdf

https://www.pea.co.th/Portals/0/demand_response/Electricity%20Reconsider.pdf?ver=2018-10-01-155123-370