'หมอชิต' คัดกรองเข้ม จัดทำประวัติ คาดแมสก์ ฆ่าเชื้อด้วยเจลแอลกอฮอล์

'หมอชิต' คัดกรองเข้ม จัดทำประวัติ คาดแมสก์ ฆ่าเชื้อด้วยเจลแอลกอฮอล์
27 มีนาคม 2563
3,336

สถานีขนส่งหมอชิต "เงียบเหงา" ประชาชนเริ่มบางตา พบการเดินทางออกต่างจังหวัดเริ่มมีจำนวนน้อยลง ขณะที่ บขส. คัดกรองคุมเข้ม ผู้โดยสาร หรือผู้ใช้บริการต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือฆ่าเชื้อด้วยเจลแอลกอฮอล พร้อมทั้งกรองประวัติและจุดหมายปลายทาง

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณสถานีเดินรถโดยสารขนาดเล็ก (จตุจักร) ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ว่า จากการตรวจสอบบรรยากาศในช่วงเช้าวันนี้ พบว่า ประชาชนที่เดินทางออกต่างจังหวัด มีจำนวนลดน้อยลง ซึ่งทางสถานีเดินรถโดยสารขนาดเล็ก (จตุจักร) ได้มีมาตรการคัดกรองผู้โดยสารอย่างเข้มงวด ทั้งการวัดอุณหภูมิ และให้ผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า พร้อมกับให้ใช้เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดล้างมือบ่อยๆ โดยก่อนการขึ้นรถผู้โดยสารทุกคนจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลตรวจสอบอาการเบื้องต้น เช่น ชื่อนามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือหมายเลขหนังสือเดินทาง เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ รวมถึงจุดหมายปลายทาง ว่าจะเดินทางไปที่ใด เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลในการตรวจสอบย้อนหลังได้

นางสาวอัจฉรา ยืนยง หัวหน้างานบริหารกิจการเดินรถขนาดเล็ก เปิดเผยว่า ปริมาณการเดินรถในขณะนี้ ถือว่าลดน้อยลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ประกอบการให้บริการแล้วไม่คุ้มทุน แต่การเดินรถขนาดเล็กยังเปิดให้บริการอยู่ในทุกเส้นทาง จากเดิม วันละ 900-1,000 เที่ยว เหลือเพียง 200-300 เที่ยวต่อวัน โดยความถี่จากการเดินรถจะน้อยลงมาก และจำนวนรถก็ลดน้อยลงเช่นกัน เนื่องจากผู้โดยสารเดินทางเหลือเพียง 10 เปอร์เซ็น

 

นางสาวอัจฉรา กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการการป้องกันโควิด-19 ได้ปฏิบัติตามมาตรการ social distancing คือการเว้นระยะห่างของที่นั่งบนรถโดยสาร และจำกัดการเดินทางของผู้โดยสาร โดยจะเว้นระยะ 1-2 เมตร ทั้งรถมินิบัสและรถตู้ โดยรถตู้จะรองรับผู้โดยสารได้ 8 คน รถมินิบัสรองรับได้ 12-13 คน นอกจากนี้จะมีการคัดกรอกผู้มาใช้บริการตั้งแต่บริเวณทางเข้าประตู โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจวัดอุณหภูมิของผู้โดยสารแต่ละราย อย่างไรก็ตามได้ขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารสวมใส่หน้ากากอนายมัยหรือหน้ากากผ้า รวมถึงให้ใช้แอลกอฮอล์ล้างมือ และประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารพยายามเซฟตัวเองด้วย

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 ที่อาคารผู้โดยสารช่องจำหน่ายตั๋ว ปิดการจำหน่ายทุกเส้นทาง เหลือเพียงการเปิดคืนตั๋วเดินทาง และสำรองที่นั่งให้กับผู้โดยสารที่จองการเดินทางไว้ล่วงหน้า โดยบริเวณหน้าช่องจำหน่ายจะมีประกาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารทราบ ส่วนผู้โดยสารที่จองตั๋วล่วงหน้าไว้สามารถเดินทางได้ปกติ ซึ่งผู้โดยสารทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ทั้งก่อนขึ้นรถและขณะโดยสารบนรถตลอดเวลา หากไม่สวมหน้ากากป้องกันก็จะไม่สามารถเดินทางได้ แต่หากไม่ประสงค์เดินทางสามารถติดต่อขอคืนตั๋วและเลื่อนการเดินทางได้ตามเงื่อนไขของบริษัท ทั้งนี้รถโดยสารสาธารณะได้ปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม จัดที่นั่งบนรถโดยสาร และจำกัดการเดินทางของผู้โดยสาร มีการเว้นระยะห่างที่นั่งบนรถโดยสาร แถวเว้นแถว รถ 1 คัน รองรับผู้เดินทางได้เพียง 40 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม และจำกัดการเดินทางของผู้โดยสาร การรักษาระยะห่างนี้ไม่ใช่เพียงในตัวรถ เวลาที่เข้าไปติดต่อที่สถานีขนส่ง ทุกคนจะต้องรักษาระยะห่างทางสังคมด้วยเช่นกัน ส่วนมาตรการคัดกรองผู้โดยสารที่จะเข้าไปภายในสถานีได้มีความเข้มงวดขึ้น โดยอาคารผู้โดยสารแต่ละชั้นสามารถเข้าออกได้เพียงจุดเดียว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย

 

 

ทางด้าน นายจารุณ ยงเยี่ยงงาม คนขับรถแท็กซี่ที่มารอรับผู้โดยสารภายในขนส่งหมอชิต กล่าวว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีด้วย และมีโรคระบาดเข้ามาทำให้แท็กซี่ได้รับผลกระทบเยอะ ประกอบกับมีการหยุดการเดินรถและจำกัดผู้โดยสาร ทำให้รถแท็กซี่โดยสารสาธารณะได้รับผลกระทบมาก ทั้งตามห้างสรรพสินค้าด้วย เนื่องจากผู้คนไม่ค่อยได้ออกมาจับจ่ายใช้สอยเพราะกลัวติดโรค และแท็กซี่เองก็กลัวติดโรคเช่นกัน เนื่องจากต้องคอยรับส่งผู้โดยสาร ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อการทำอาชีพ ขณะนี้เหลือผู้โดยสารเพียง 10% ที่เดินทางมาเนื่องจากมีกำหนดการเดินทางล่วงหน้าแล้ว โดยรถทัวร์หนึ่งคันเหลือผู้โดยสาร 15-20 คน จึงมีผู้โดยสารเดินทางมาใช้รถแท็กซี่น้อยลงมากจากเดิมเข้าไปอีก ทำให้รถแท็กซี่ที่มารอรับผู้โดยสารแต่ละวันจากเดิมมีรายได้ประมาณ 1200 ถึง 1300 บาทเหลือรายได้เพียงวันละ 500 ถึง 600 บาท บางรายเหลือไม่พอค่าเช่ารถแท็กซี่ด้วยซ้ำ อยากฝากถึงรัฐบาล แม้ช่วงนี้ราคาน้ำมันจะมีการลดราคาลงมากแล้ว แต่ก๊าซยังไม่ลดราคา จึงอยากฝากให้รัฐหากจะมีมาตรการช่วยเหลือหลังจากนี้ขอให้รัฐช่วยพิจารณาการต่ออายุรถแท็กซี่จาก 9 ปี เป็น 12 ปี เพราะช่วงนี้ได้รับผลกระทบเยอะ เพื่อให้แท็กซี่ได้ลืมตาอ้าปากได้

นายกฤตขจร เลิศธนกร กล่าวว่า มารองรับคนตั้งแต่ 05.00 น. จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับผู้โดยสารสักรายหรือยังไม่ได้เงินเลย หากจะไปวิ่งข้างนอกเมื่อหักกับค่าใช้จ่ายเรื่องก๊าซและค่าเช่ารถ บางครั้งก็ไม่เพียงพอ บางวันได้ 200 ถึง 300 บาท ยังไม่พอจ่ายค่าเช่ารถแม้ผู้ให้เช่าจะลดราคาการเช่ารถแล้วก็ตาม

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง