วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน 2569

Login
Login

‘ทรัมป์’ ชมยามาลาเรียต้านไวรัส 'ของขวัญจากพระเจ้า'

‘ทรัมป์’ ชมยามาลาเรียต้านไวรัส 'ของขวัญจากพระเจ้า'

ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยัน ยาต้านมาลาเรียที่กำลังทดลองใช้รักษาไวรัสโคโรนา อาจเป็น “ของขวัญจากพระเจ้า” ไม่สนนักวิทยาศาสตร์เตือนให้ระวังอันตราย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ แถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ (23 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ระบุ“ยาต้านมาลาเรียไฮดรอกซีคลอโรควินและยาซีแพ็ก ผมคิดว่าถ้าใช้ร่วมกันจะดีมากๆ เป็นโอกาสที่จะได้ผลมหาศาล นี่เป็นของขวัญจากพระเจ้าที่จะเป็นตัวเปลี่ยนเกม”

ทั้งนี้ สัปดาห์ก่อนประธานาธิบดีทรัมป์เคยแถลงว่า รัฐบาลของเขากำลังเพิ่มการเข้าถึงยาไฮดอกซีคลอโรควินและคลอโรควิน หลังจากผลการศึกษาก่อนหน้านี้ในฝรั่งเศสและจีนดูมีความหวัง พบว่ายารักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้

แต่นักวิทยาศาสตร์หลายคนรวมทั้งนายแอนโธนี ฟาวซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อของสหรัฐ ขอให้สาธารณชนระมัดระวัง รอจนกว่าจะมีการทดลองทางคลินิกในวงกว้างยืนยันผลการศึกษาที่ได้จากคนกลุ่มเล็กครั้งนี้เสียก่อน

ด้านสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีรายงานว่า หญิงคนหนึ่งในแอริโซนา ได้ยินทรัมป์พูดถึงยาคลอโรควิน ก็นำยาที่เธอเคยใช้รักษาปลาคาร์พมารับประทาน สุดท้ายต้องเข้าโรงพยาบาลส่วนสามีเสียชีวิต

“ฉันเห็นมันวางอยู่บนหลังชั้นวางของก็เลยนึกได้ว่า เฮ้ย..นี่มันยาที่เขากำลังพูดกันในทีวีนี่นา” เอ็นบีซีรายงานคำพูดของหญิงคนดังกล่าวโดยไม่เปิดเผยชื่อ

สอดคล้องกับแบนเนอร์เฮลธ์ หน่วยงานให้บริการสาธารณสุขโดยไม่หวังผลกำไรในเมืองฟินิกซ์ ที่เผยผ่านเว็บไซต์ “คู่สามีภรรยาวัย 60 เศษ สามีเสียชีวิต ภรรยาต้องเข้าไอซียู หลังกินคลอโรควินฟอสเฟต ที่อะควาเรียมมักใช้ทำความสะอาดตู้ปลา”

แบนเนอร์เฮลธ์จึงเตือนไม่ให้ประชาชนใช้ยารักษาหรือป้องกันโควิด-19 โดยไม่ปรึกษาแพทย์

นายทรัมป์ถูกแวดวงนักวิทยาศาสตร์วิจารณ์บ่อยครั้งว่า โหมกระพือกับยาตัวนี้มากเกินไป จนทำให้สินค้าขาดแคลน ชาวอเมริกันที่ต้องการนำไปใช้รักษาโรคแพ้ภูมิตัวเอง และโรคข้ออักเสบหาซื้อไม่ได้

ที่รัฐนิวยอร์ก วันอังคารนี้ตามเวลาท้องถิ่นจะเริ่มทดลองทางคลินิก นำยาไฮโดรคลอโรควินร่วมกับอาซิโทรมัยซิน ซึ่งเป็นยาฆ่าเชื้อใช้สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียปฐมภูมิ มารักษาผู้ป่วย

ขณะที่รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ประกาศว่า สัปดาห์นี้จะเริ่มทดลองเก็บตัวอย่างทางจมูกด้วยตนเอง  เพื่อลดภาระโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยล้น จากเดิมที่ต้องทำโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โดยต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลแต่อุปกรณ์กำลังขาดแคลน

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดในสหรัฐนั้น มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอพกินส์รายงานว่า ผู้ติดเชื้อเกือบ 44,000 คน เสียชีวิต 560 คน