สธ. ยืนยันไทย ผู้ป่วยโควิด-19 รักษาหายเพิ่ม 2 ราย

สธ. ยืนยันไทย ผู้ป่วยโควิด-19 รักษาหายเพิ่ม 2 ราย

สธ. ยืนยันไทยพบมีผู้ป่วยโควิด-19 รักษาหายเพิ่ม 2 ราย รวมผู้ป่วยสะสมในประเทศไทยขณะนี้ 50 ราย รักษาในโรงพยาบาล 16 ราย กลับบ้านแล้ว 33 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรับยาต้านไวรัส 80-90% อาการไม่รุนแรง

วันนี้ (8 มี.ค.) นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) ว่า สถานการณ์ ถึงวันที่ 8 มีนาคม 2563 ณ เวลา 08.00 น. มีผู้ป่วยรักษาหาย 2 ราย ทำให้วันนี้มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 16 ราย กลับบ้านแล้ว 33 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมสะสม 50 ราย สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก 1 ราย ที่รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ตรวจไม่พบเชื้อแล้ว แต่ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม – 7 มีนาคม 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 4,366 ราย คัดกรองจากทุกด่าน 181 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 4,185 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 2,629 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 1,737 ราย

สถานการณ์ทั่วโลกใน 96 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 1 เรือสำราญ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม – 8 มีนาคม 2563 (07.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 106,195 ราย เสียชีวิต 3,600 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 80,696 ราย เสียชีวิต 3,097 ราย

นายแพทย์ธนรักษ์ กล่าวเสริมว่า จากจำนวนผู้ป่วยที่รักษาหาย แสดงให้เห็นว่าส่วนใหญ่มีโอกาสรักษาหายได้ ในจำนวน 33 คนมีคนที่ใช้ยาต้านไวรัสจริงๆ น้อยมาก แปลว่าโรคนี้หายได้เอง โดยไม่ต้องรับยาต้านไวรัส หากดูตัวเลขจากต่างประเทศ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ 80-90% หายได้เอง ยืนยันว่าโรคนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง ไม่จำเป็นต้องรับยาต้านไวรัส แต่การที่ต้องรับผู้ป่วยทั้ง 50 คนเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยแพร่เชื้อ ให้อยู่ในห้องแยก โอกาสที่เขาแพร่โรคจะเป็นศูนย์ทันที ลดความเสี่ยงแพร่โรคในสังคม นี่คือจุดประสงค์ในการดูแลในโรงพยาบาลช่วงนี้

สำหรับการแก้ปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ กระทรวงพาณิชย์ ได้แจ้งว่าปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตหน้ากากอนามัยชนิด Surgical Mask ในประเทศ สามารถผลิตหน้ากากอนามัยได้วันละ 1.2 ล้านชิ้น/วัน โดยได้จัดสรรให้กับบุคลากรสาธารณสุขในสถานพยาบาล จำนวน 700,000 แสนชิ้น/วัน ให้กับ โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 400,000 ชิ้น/วัน โรงพยาบาลนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 30,000 ชิ้น/วัน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย/คณะทันตแพทย์/โรงพยาบาลและคลินิกเอกชน/ โรงพยาบาลสังกัด กทม. 270,000 ชิ้น/วัน

ทั้งนี้ สธ. ยังคงเข้มระบบคัดกรองคนเข้าประเทศทุกช่องทาง ทั้งด่านท่าอากาศยาน ท่าเรือ พรมแดนทางบก และตรวจคนเข้าเมืองอย่างต่อเนื่อง ผลการคัดกรองทุกด่าน เฉพาะวันที่ 7 มีนาคม 2563 คัดกรองไป 140,380 คน โดยผู้เดินทางจากท่าอากาศยานลดลง ผลการคัดกรองสะสมตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ถึง 7 มีนาคม 2563 รวม 4,499,264 คน เป็นผู้อยู่ในข่ายเฝ้าระวัง (PUI) 4,366 คน

อย่างไรก็ตาม สธ.ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ดูแลสุขภาพ โดยหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนอยู่แออัด หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากผ้าเพื่อป้องกันโรค

นอกจากนี้ สธ.ยังขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากกระทรวงฯ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ หรือเว็บไซต์ https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/ ช่องทาง Twitter , Facebook, Line official, Tik Tok “ไทยรู้ สู้โควิด” และLine official ChatBot 1422 “Kor-Ror-OK” กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง อย่าเชื่อข่าวลือจากทุกทาง “เช็คก่อนแชร์” ตรวจสอบข่าวลวงได้ที่ www.antifakenewscenter.com

158365324586