“บี.กริม เพาเวอร์” คาดรายได้ปีนี้โต 10-15% จากปีก่อน หลังเตรียมจ่ายไฟเข้าระบบเพิ่มอีก 2 โครงการ จ่อซื้อกิจการโรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 3-4 ดีล รวม 650 เมกะวัตต์ คาดดันยอดขายไฟปีนี้ 3,000 เมกะวัตต์ กางแผนทุ่มงบลงทุนกว่า 6.3 หมื่นล้าน ขยายกำลังการผลิต
นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2563 จะเติบโต10-15% จากปีก่อนที่ทำได้ 44,660 ล้านบาท เนื่องจากจะมีโรงไฟฟ้าแห่งใหม่เริ่มจ่ายไฟเข้าระบบ (COD) จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมบ่อทอง ขนาดกำลังผลิต 16 เมกะวัตต์ (MW) ในจังหวัดมุกดาหาร ในช่วงเดือนก.ย.2563 และโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม ขนาดกำลังผลิต 36 MW ในประเทศกัมพูชาในเดือนต.ค.2563
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาการลงทุน และซื้อกิจการ (M&A) โครงการโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมประมาณ 3-4 ดีล ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 650 MW โดยแบ่งเป็นโรงไฟฟ้าประเภทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก ( SPP ) ในประเทศขนาดรวม 400 MW และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในประเทศมาเลเซีย 1 โครงการ ขนาด 250 MW ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะมี 1 โครงการที่จะมีข้อสรุปออกมาได้ภายในเร็วๆนี้
นอกจากนี้ ยังมีโครงการอื่นๆเพิ่มเติมที่บริษัทกำลังศึกษาอยู่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ประเทศเกาหลี ขนาดกำลังการผลิต 36 MW ซึ่งมีโอกาสที่จะพัฒนากำลังการผลิตสูงสุดได้ถึง 100 MW ประกอบกับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเหลว ( LNG )ที่ประเทศเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิต 3,000 MW รวมถึงโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่ประเทศฟิลิปปินส์อีกด้วย
“หากการเข้าซื้อกิจการแล้วเสร็จ จะทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ทันที อีกทั้งจะรับรู้รายได้แบบเต็มปีของโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่เวียดนาม จึงทำให้คาดในสิ้นปีจะมีโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟเข้าระบบเกิน 3,000 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 ที่อยู่ในระดับ 2,896 เมกะวัตต์”
นางปรียนาถ กล่าวต่อว่า ส่วนแผนการเพิ่มกำลังการผลิตให้ครบ 5,000 MW ภายในปี 2568นั้น คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 63,000 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนนั้น แบ่งเป็นสัดส่วนเงินกู้ 75% และเงินส่วนทุนของบริษัท 20-25% โดยแหล่งเงินกู้จะมาจากโปรเจคไฟแนนซ์ในประเทศไทย และการออกเสนอขายหุ้นกู้ ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ( PPA) ในมือกว่า 3,400 MWแล้ว โดยเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
ด้านนายนพเดช กรรณสูต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน BGRIM กล่าวว่า ในช่วงกลางปีบริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 8,000 ล้านบาท ซึ่งจะรอภาวะเหมาะสมของอัตราดอกเบี้ยและความจำเป็นในการใช้เงิน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.91เท่า โดยมีนโยบายจะควบคุมอัตราหนี้สินต่อทุนให้ไม่เกินระดับ 2 เท่า ดังนั้นจึงมองว่าจึงเป็นโอกาสที่จะสามารถระดมเงินเพื่อมาใช้ลงทุนขยายธุรกิจได้





