เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในสัปดาห์นี้ ในกรอบ31.27-31.67 บาทต่อดอลาร์ และกลับมาปิดตลาดที่ระดับ31.53 บาทต่อดอลลาร์ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% เมื่อวันที่ 3 มี.ค.
ทำเงินบาทที่แข็งค่าช่วงต้นสัปดาห์กลับมาอ่อนค่าลงสอดคล้องกับค่าเงินเอเชีย จากการที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงนี้ สำหรับช่วง 1 สัปดาห์ข้างหน้า “ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย” คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.40-32.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยเรื่องสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่กระจายไปหลายประเทศมากขึ้น ยังเป็นประเด็นหลักที่สร้างความกังวลให้นักลงทุนในช่วงนี้ ขณะที่ในคืนวันศุกร์ที่ 6 มี.ค.จะมีการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนก.พ. 2563
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ ( 6มี.ค.) ปิดการซื้อขายที่ 1,364.57 จุด ลดลง 26.26 จุด หรือ 1.89% มูลค่าการซื้อขาย 52,201.99 ล้านบาท "บล.โนมูระ พัฒนสิน" ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า ดัชนีฯมีโอกาสอ่อนตัวลดลงต่อ จากการระบาดของโควิด-19 กดดันตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปอยู่ ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศต้องติดตามมาตรการบรรเทาผลกระทบของภาครัฐที่ออกมา จะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนได้มากน้อยแค่ไหน ประเมินกรอบดัชนีฯไว้ที่ระดับ 1,317-1,408 จุด
ด้านความเคลื่อนไหวของราคาทองคำอยู่ที่ 1,676.67 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำในประเทศอยู่ที่ 24,950 บาทต่อบาททองคำ “วายแอลจี บูลเลี่ยนอินเตอร์เนชั่นแนล” แนะนําให้นักลงทุนเน้นการซื้อขายทองคำระยะสั้น เนื่องจากราคาปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก โดยหากราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,664-1,658 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และสามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ อาจใช้เป็นจุดเข้าซื้อเก็งกําไร สําหรับนักลงทุนที่ถือทองคําไว้ อาจหาจังหวะขายทํากําไรเมื่อราคาขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่ 1,689 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากผ่านได้ให้ชะลอการขายไปที่แนวต้านถัดไปโ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าราคาไม่ผ่านแนวต้าน นักลงทุนอาจต้องระวังแรงขายที่เพิ่มขึ้น





