‘COVID-19' ไวรัสตัวร้ายอยู่ที่ไหนได้บ้าง?

‘COVID-19' ไวรัสตัวร้ายอยู่ที่ไหนได้บ้าง?
3 มีนาคม 2563 | โดย ทีมกรุงเทพธุรกิจออนไลน์
92,643

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019

ท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่แพร่ระบาดหนักในประเทศจีน และอีกหลายระเทศทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยนั้นพบว่ามียอดผู้ติดเชื้อทั้งหมด 43 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย สิ่งที่ตามมาคือการตื่นตัวของประชาชน และการรับรู้ข่าวสารอย่างต่อเนื่อง จนอาจจะทำให้เกิดการเข้าใจสถานการณ์โรค “โควิด-19” แบบผิดๆ 

หนึ่งในนั้นคือภาวะตื่นตระหนกของประชาชนกับกรณีข่าวเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่อาจติดอยู่ตามธนบัตรที่ใช้กันในชีวิตประจำวัน  "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" จึงรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019  มาให้ทราบกันอย่างกระจ่างมากขึ้น ดังนี้ 

“กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการดำรงอยู่เชื้อไวรัสที่มีโอกาสดำรงชีวิตอยู่บนพื้นผิวต่างๆ โดยอ้างอิงข้อมูลจาก นพ.พิเชษฐ บัญญัติ แทพย์เวชศาสตร์ป้องกัน รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า

- เชื้อไวรัสที่อยู่ในละอองฝอยน้ำมูก น้ำเสมหะ น้ำลาย และน้ำตา จะอยู่รอดในอากาศได้เพียง 5 นาที

- เชื้อไวรัสมีชีวิตอยู่ในน้ำได้นาน 4 วัน 

- เชื้อไวรัสมีชีวิตอยู่บนวัสดุ เช่น พื้น โต๊ะ ลูกบิดประตู ได้นาน  7-8 ชั่วโมง

- เชื้อไวรัสอยู่ในผ้าหรือกระดาษทิชชู่ได้นาน 8-12 ชั่วโมง

- เชื้อไวรัสอยู่บนวัสดุพื้นเรียบได้นาน 24-48 ชั่วโมง 

- ในตู้เย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส เชื้อไวรัสอาจอยู่ได้นานถึง 1 เดือน 

ทั้งนี้ประเมินจากลักษณะเชื้อไวรัสอื่นๆ ด้วย เช่น เชื้อไวรัสโรค SARS และโรค MERS  ไม่ใช่เฉพาะไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 เท่านั้น

158323068047

ทั้งนี้ยังไม่มีผลตรวจว่าพบเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 บนธนบัตรแต่อย่างใด เช่นเดียวกับ เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการ และอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเชื้อโคโรน่าไวรัสอยู่บนธนบัตรได้นาน 9 วัน บนเฟซบุ๊คส่วนตัวว่าอาจจะไม่เป็นความจริง 

ยังไม่มีคำตอบชัดเจนเลยว่า เชื้อตัวนี้จะอยู่บนธนบัตรได้นานแค่ไหน? มีเพียงแค่ข้อมูลจากเชื้อที่ใกล้เคียงกัน อย่างเชื้อไวรัสโรค SARS และโรค MERS ที่พบว่ามันอยู่บนพื้นผิวต่างๆ เช่น โลหะ แก้ว หรือพลาสติก ได้นานหลายวัน จนอาจจะถึง 9 วัน ในขณะที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่นั้น มีชีวิตอยู่บนพื้นผิวเพียงแค่ 48 ชั่วโมง 

โดยผลการวิจัยของ .กุนเทอร์ คัมป์ฟ จาก University Medicine Greifswald ประเทศเยอรมนี ที่เพจต่างๆ อ้างกันนั้น ก็ใช้ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ต่างๆ (แต่ไม่ได้มีเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019) สามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวสิ่งของต่างๆ เช่น โลหะ ไม้ กระดาษ แก้ว พลาสติก ได้นานมากที่สุดถึง 9 วัน โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4-5 วัน ขึ้นกับว่าพื้นผิวนั้นมีอุณหภูมิและความชื้นเท่าไหร่ เช่น ถ้าอยู่ในอุณหภูมิที่ค่อนข้างเย็น และมีความชื้นสูง ไวรัสก็จะมีอายุยาวขึ้น 

งานวิจัยยังบอกอีกว่า ถึงแม้ไวรัสโคโรน่าพวกนี้จะอยู่บนพื้นผิววัตถุได้นานเป็นสัปดาห์ แต่มันก็จะไม่มีฤทธิ์เดชอะไรถ้าอุณหภูมิเกิน 86 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 30 องศาเซลเซียส แถมมันยังสามารถกำจัดได้โดยง่าย ด้วยการใช้น้ำยาทำความสะอาดภายในบ้านเรือนทั่วๆ ไป เช่น ใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของเอทิลแอลกอฮอล์ 62-71% หรือน้ำยาที่ผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 0.5% หรือน้ำยาที่มีโซเดียมไฮโปคลอไรต์ 0.1% (คือพวกน้ำยาฟอกผ้าขาว) ก็สามารถจัดการเชื้อโคโรน่าไวรัสได้ในเวลาไม่กี่นาที ... ซึ่งทั้งหมดนี้ นักวิจัยเค้าคาดหวังว่า มันจะได้ผลเหมือนกันกับเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019”

158323064719

แต่สำหรับใครที่กังวลว่าถึงแม้จะไม่มีการตรวจพบ แต่ก็น่ากังวลอยู่ดีนั้น ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้ข้อมูลบนเว็บไซต์ว่า สำหรับมาตรการของแบงก์ชาติในการดูแลเรื่องนี้ คือ หากธนบัตรถูกหมุนเวียนกลับมาที่แบงก์ชาติ จะถูกเก็บไว้ 14 วัน ก่อนส่งกลับไปหมุนเวียนในมือประชาชนต่อไป ซึ่งหากมีเชื้อไวรัสติดมาบนธนบัตร แต่ธนบัตรถูกกักเก็บไว้ 14 วัน เชื้อโรคนั้นก็จะตายหมดแล้ว 

ส่วนในกรณีตรงข้าม นั่นคือ มีธนบัตรใหม่ที่สะอาดเอี่ยม แต่โดนมือของคนที่มีเชื้อโรคมาจับที่ธนบัตรใบนั้นๆ ก็จะทำให้มีเชื้อโรคติดอยู่ที่ธนบัตรได้เช่นกัน ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือ ทุกคนควรป้องกันตัวเองด้วยการล้างมือให้สะอาดภายหลังการสัมผัสธนบัตรหรือสิ่งของต่างๆ ที่ใช้ร่วมกันเป็นสาธารณะ 

อย่างไรก็ดี ทั้งองค์การอนามัยโลกและสาธารณสุข ได้แนะนำให้มีการป้องกันตัวเองจากไวรัสต่างๆ ด้วยการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัยเมื่อมีเหตุจำเป็นต้องไปอยู่ในที่ชุมชนหนาแน่นแออัด ส่วนคนที่ใช้ชีวิตทั่วไป ไม่ได้เข้าไปพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว จะไม่ใส่หน้ากากอนามัยก็ได้แต่ต้องล้างมือบ่อยๆ เพราะเป็นการป้องกันที่สำคัญมาก 

158323075578

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง