ครม.เห็นชอบพาณิชย์-สาธารณสุข-มหาดไทย ร่วมมือจัดการหน้ากากอนามัยขาด "จุรินทร์" ลุยกระจายของ "อนุพงษ์" รับผลิตหน้ากากผ้า OTOP ทดแทน
ในเรื่องการผลิตตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปได้คุยกับโรงงานผลิตทั้ง 11 โรงแล้วว่ากระทรวงพาณิชย์และเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมายจะไปประจำอยู่ที่โรงงานโรงละสองคนเป็นยังต่ำเพื่อกำกับดูแลการผลิตและตัวเลขการผลิตรวมทั้งตัวเลขของการกระจายที่ต้องรายงานมายังศูนย์กระจายหน้ากากอนามัย ซึ่งมีกรมการค้าภายในกับกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รับผิดชอบร่วมกันทุกวันและทั้งสองกระทรวงจะช่วยกันในการตัดสินใจที่จะกระจายหน้ากากอนามัยให้ทั่วถึงที่สุด
สำหรับราคาต้องกำหนดราคาปัจจุบันที่เป็นราคาควบคุมคือ 2.50 บาทแต่สำหรับโรงงานผลิตต้นทุนเริ่มสูงขึ้นจากวัตถุดิบที่แพงขึ้นแต่รัฐบาลยังตั้งใจที่จะคุมราคาให้อยู่ที่ 2.50 บาท ต้นทุนส่วนเกินของโรงงานคณะรัฐมนตรีจะช่วยจัดเงินงบประมาณก้อนหนึ่งที่จะเข้าไปช่วยสนับสนุน เพื่อให้ยังคงขายในราคาควบคุมต่อไปได้ส่วนผู้ที่กระทำผิดกฏหมาย เช่น ขายเกินราคาและไม่ปิดป้ายแสดงราคาจะดำเนินการตามกฏหมายซึ่งดำเนินคดีไปแล้ว 51 คดี วันนี้ก็ดำเนินคดีเพิ่มอีก 9 คดีรวมแล้วเป็น 60 คดีส่วนใหญ่เป็นคดีขายเกินราคาแพงเกินสมควร และจะส่งฟ้องต่อไป โทษคือจำคุกไม่เกินเจ็ดปีและปรับไม่เกิน 140,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนในเรื่องของการค้าออนไลน์ ทุกโรงงานได้แจ้งข้อมูลมาว่าอาจจะมีมิจฉาชีพอยู่ในนั้นด้วยในการประกาศขายจำนวนหลายหมื่นและให้ส่งเงินไปก่อน สุดท้ายกลายเป็นการหลอกลวง ต้องระมัดระวังสำหรับผู้ที่ขายจริงและขายแพงเกินสมควรได้สั่งการไปแล้วว่าให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบและติดตามและดำเนินคดีซึ่งที่ผ่านมาโดยคดีไปได้แล้ว 5 รายประเด็นปัญหาคือการตรวจสอบย้อนหลังไปว่าใครเป็นคนโพสต์ใครเป็นคนขายตัวจริง นอกจากไม่มีตัวตนแต่ส่งเงินไปอย่างเดียวกระทรวงได้ประสานงานไปที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อที่จะทำงานร่วมกันและสั่งการว่าสำหรับเจ้าของแพลตฟอร์มถ้ายังปล่อยให้มีการดำเนินการในลักษณะที่ผิดกฎหมายก็จะแจ้งความดำเนินคดีด้วยเช่นกัน
ส่วนการส่งออกขอเรียนว่าจะไม่อยากให้ส่งออกเพราะต้องพอใช้ในประเทศเสียก่อนเมื่อสถานการณ์คลี่คลายเหลือใช้แล้วจึงจะอนุญาตให้ส่งออกได้แต่ขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้ส่งออกใครที่บอกว่ามีการอนุญาตให้ส่งออกนั้นไม่จริง และไม่มีนโยบายให้ส่งออกยกเว้นประเภทที่ผลิตขึ้นมาเพื่อขายต่างประเทศที่ประเทศไทยไม่ใช้และไม่จำเป็นต้องใช้ให้ขายได้ตามปกติ หลายฝ่ายได้เข้ามาช่วยกันจัดการกับผู้ที่เข้าข่ายทำผิดกฏหมายและเข้าไปดำเนินคดี
ก่อนหน้านี้ได้บริหารร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุข องค์การอาหารและยากับกรมการค้าภายในตั้งแต่ต้น ว่ากระทรวงสาธารณสุขต้องการรับการจัดสรรไปร้อยละ 30 ซึ่งหมายความว่าถ้าผลิตได้ 30 ล้านชิ้นต่อเดือน ต้องส่งให้กระทรวงสาธารณสุข 10 ล้านชิ้นคือประมาณร้อยละ 30 วันละ 335,000 ชิ้นปรากฏว่าวันสองวันที่ผ่านมาโรงพยาบาลเอกชนยังไม่ได้รับการจัดสรรขาดแคลนที่จะนำไปใช้กับบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อวาน (2มีนาคม2563)คุยชัดเจนแล้วว่าขอให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้แทนเป็นศูนย์ในการกระจายกลับโรงพยาบาลทุกประเภททั้งโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลสังกัดสภากาชาดไทย และที่เป็นสถานพยาบาลจะได้ง่ายต่อการบริหารจัดการส่วนจำนวนเท่าไหร่ให้ทาง อย.กับกรมการค้าภายในไปคุยกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ตัวเลขที่มีความชัดเจนจะได้บริหารได้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ผลิตจะมีมาตรการช่วยเหลือเป็นลดหย่อนภาษีนำเข้าเครื่องจักรในการผลิตและวันนี้ครม.ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนเพื่อช่วยกันต่อไป





