ไทยพบผู้ป่วย 'โควิด-19' เพิ่ม 2 ราย คนไทยทั้งคู่

ไทยพบผู้ป่วย 'โควิด-19' เพิ่ม 2 ราย คนไทยทั้งคู่
25 กุมภาพันธ์ 2563
197,997

สธ.เผยพบผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 เพิ่ม 2 ราย เป็นคนไทยทั้งคู่ เพศชายทำงานสัมพันธ์นักท่องเที่ยว เพศหญิงมีประวัติคนในครอบครัวกลับจากจีน เร่งสอบสวนโรคพร้อมเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมด ตรวจเชื้อ-แอนติบอดีญาติที่ไปจีน เข้าข่ายติดเชื้อไม่แสดงอาการหรือไม่


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 กุมภาพั นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (COVID19)ว่า ประเทศไทยพบผู้ป่วยืนยันโควิด-19 เพิ่ม 2 ราย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการทั้ง 2 แห่ง(กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ได้ผลยืนยัน พบผู้ป่วยเพิ่ม 2 ราย โดยรายที่ 1 หญิงไทยอายุ 31 ปี เป็นแม่บ้านที่อยู่กับบ้าน จากการซักประวัติพบว่า มีสมาชิกในครอบครัวเดินทางกลับจากเมืองกวางโจว ประเทศจีน เข้ารับการรักษาจากการที่มีอาการปอดอักเสบไม่ทรายสาเหตุ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชวิถี 


และรายที่ 2 เป็นชายไทยอายุ 29 ปี อาชีพทำงานสัมผัสใกล้ชิดนักท่องเที่ยวชาวจีน มาอาการด้วยอาการ ไข้ ไอ รับรักษาอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคได้ทำการสอบสวนและเก็บตัวอย่างจากผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยทั้ง 2 ราย เพื่อส่งตรวจต่อไป และในบ่ายวันนี้จะนำข้อมูลผู้ป่วยและการสอบสวนโรคเบื้องต้นเข้าสู่การพิจารณาของคณะผู้เชี่ยวชาญ 3 ด้านต่อไปเพื่อพิจารณาโดยละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้ มี รักษาหายเพิ่มอีก 1 ราย เป็นหญิงชาวจีนอายุ 32 ปี สามารถกลับบ้านได้แล้ว ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 37 ราย ทำให้มีผู้ป่วยรักษาหายแล้วรวม 22 ราย คิดเป็น 60 % เหลือรักษาใน รพ. 15 ราย สำหรับผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคมีทั้งหมด 1,580 ราย อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว 1,160 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ ยังรักษาใน รพ. 420 ราย


“คำแนะนำขอให้ประชาชนเลี่ยงหรือเลื่อนการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อกลับมาจากประเทศที่เสี่ยง ให้แยกตัวเองออกจากสมาชิกในครอบครัว กินแยกสำรับหรือใช้ช้อนกลางแล้วล้างมือบ่อยๆ เพราะคนในครอบครัวมีโอกาสติดกันได้ ซึ่งการกินอาหารร่วมกันโดยไม่ใช้ช้อนกลาง ไม่ล้างมือ ดื่มน้ำจากตู้เย็นโดยใช้แก้วร่วมกัน ทำให้ญาติพี่น้องมีโอกาสเป็นได้หากมีการติดเชื้อจริง และเมื่อมีอาการไม่สบาย ให้สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ไปโรงพยาบาลแจ้งประวัติอย่างละเอียดตามความเป็นจริง”นายแพทย์สุขุม

ติดตามผู้สัมผัสทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนในครอบครัวของแม่บ้านที่เดินทางกลับมาจากกวางโจวมีอาการป่วยหรือไม่ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนโรคและซักประวัติเพิ่มเติม รวมทั้ง การติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมด นำเข้ามาอยู่ในข่ายผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง หากมีไข้ก็จะทำการแยกโรคอย่างไรก็ตาม แม้แม่บ้านรายนี้จะไม่ได้เดินทางไป แต่มีคนในครอบครัวเดินทางไป และคนในครอบครัวเดียวกันรายอื่น ไม่จำเป็นต้องป่วยพร้อมกัน เหมือนกรณีครอบครัวชาวจีนที่มาไทย แล้วมีคนในครอบครัวป่วย ก็ปรากฏว่า คนอื่นๆ ในครอบครัวก็ค่อยๆ ทยอยป่วยตามกันมา ดังนั้น จึงมีการนำผู้สัมผัสทั้งหมดมาเฝ้าระวังและตรวจว่ามีไข้หรือไม่ หากมีไข้ก็จะดำเนินการแยกโรค หากยังไม่มีไข้ก็ต้องติดตามจนครบ 14 วัน อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าผู้ป่วยทั้ง 2 ราย ยังติดตามได้ชัดเจนถึงสาเหตุการติดเชื้อ

“ผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย เป็นบุคคลที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างมาก เมื่อป่วยและเข้าตามเกณฑ์ที่กำหนด ก็มาเข้ารับการตรวจทันที ซึ่งการตรวจเชื้อยืนยันไวรัสโคโรน่า2019 ผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และขอย้ำว่าคนไทยที่มีอาการป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะมีอาการมาหรือน้อย จะเป็นโควิด-19หรือไม่ ก็จะต้องใส่หน้ากากอนามัยทุกคน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้คนอื่นรอบข้างหรือคนในสังคม ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องให้การดูแลผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจ ก็จะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่ง
ครัด”นายแพทย์สุวรรณชัยกล่าว

ตรวจแอนติบอดีญาติผู้ป่วย
รองศาสตรจารย์(พิเศษ) นายแพทย์ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กล่าวว่า ในส่วนของญาติของผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ที่เป็นแม่บ้าน ซึ่งเป็นบุคคลที่เดินทางกลับจากประเทศจีนโดยตรงนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งตรวจทางห้องแล็บและรอผลการตรวจ นอกจากนี้ ยังมีการเก็บแอนติบอดีของญาติคนดังกล่าวตรวจด้วย เพื่อดูว่าจะเป็นคนที่ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการหรือไม่ โดยจะต้องตรวจ 2 ครั้งในการยืนยันผล ครั้งที่ 2 จะต้องหากจากครั้งแรก 7-14 วัน

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่นี่ อัพเดทสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 25 ก.พ.2563 ตลอดทั้งวัน 

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง