วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

เปิดตัว 'ธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ' ซีพีส่งคุมไฮสปีดเทรน

เปิดตัว 'ธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ' ซีพีส่งคุมไฮสปีดเทรน

“ซีพี” ชี้ปมส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง เงื่อนไขไฮสปีดไปรอด หวังเริ่มงานก่อสร้างปีนี้ “ศุภชัย”สั่งเข้าบริหารแอร์พอร์ตเรลลิงก์เร็วที่สุด เล็งเพิ่มขบวนรถ เปลี่ยนอาณัติสัญญาณ “แมคโนเลีย” ลุยออกแบบมักกะสัน ไม่หวั่นพลาดอู่ตะเภา มั่นใจ “ทีโอดี” หนุนโครงการไฮสปีด

บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จํากัด ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นคู่สัญญาการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ดำเนินโครงการรถไฟความเร็งสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ที่ได้ลงนามไปเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2562

กลุ่มซีพีที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ได้แต่งตั้ง นายธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ เป็นประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทฯ คนแรก เพื่อทำงานร่วมกับนางโป หง ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทฯ เพื่อมาร่วมผลักดันงานช่วงแรกที่เน้นการก่อสร้างและการระดมทุน

สำหรับช่วงที่ผ่านมานายธิติฏฐ์ รับผิดชอบงานในกลุ่มทรู เช่น บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัทเอเซียอินโฟเน็ท บริษัททรู ดิจิตอล เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ บริษัททรู อินเทอร์เน็ต เกตเวย์ บริษัททรู ยูนิเวอร์แซล คอนเวอร์เจ้นซ์

"ผมผ่านงานสัมปทานโทรคมนาคมมาหลายโครงการ คราวนี้ลองมาทำงานสัมปทานที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง"นายธิติฏฐ์ กล่าว

นายธิติฏฐ์ กล่าวว่า บริษัทรถไฟความเร็วสูงฯ ต้องการจะเริ่มงานในปี 2563 โดยเงื่อนไขความสำเร็จของโครงการรถไฟความเร็วสูงอยู่ที่การส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งบริษัทฯ ได้ทำงานร่วมกับส่วนราชการ 21 แห่ง และรัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง เพื่อสรุปข้อมูลว่ามีระบบสาธารูปโภคใดที่ต้องย้ายออก ซึ่งจุดที่ยากที่สุด คือ ท่อน้ำมัน 

สำหรับการดำเนินการดังกล่าวจะมีคณะกรรมการ 2 ชุด ที่มาพิจารณา คือ 1.คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) 2.คณะทำงานเร่งรัดการส่งมอบที่ดินและสาธารณูปโภคที่มีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน โดยบริษัทฯ ได้ส่งแผนการใช้พื้นที่และจุดที่ต้องรื้อย้ายสาธารณูปโภคให้ภาครัฐไปแล้วเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา

“ผมเห็นการแอคทีฟของหน่วยงานรัฐ และถ้าหน่วยงานร่วมแรงร่วมใจกันจะทำให้การส่งมอบเป็นไปตามแผนได้ และถ้าโชคดีคาดว่าปลายปี 2563 บริษัทฯ จะเริ่มทำงานได้ แค่นี้ถือว่าเร่งมากแล้ว แต่เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่การส่งมอบพื้นที่ ซึ่งบริษัทฯ ได้ลงไซต์งานทุกวันกับ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือ ไอทีดี)”

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจจุดที่จะวางรางและเตรียมข้อมูลสำหรับการหารือกับภาครัฐในการย้ายสาธารณูปโภค ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เตรียมงานบางส่วนแล้วจึงเชื่อว่าจะทันตามกำหนด ซึ่งส่วนที่จะเริ่มก่อสร้างได้ก่อนจะเป็นช่วงสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ส่วนช่วงพญาไท-ดอนเมือง จะใช้เวลาในการดำเนินงานมากกว่า

ห่วงช่วงพญาไท-ดอนเมือง

นอกจากนี้ พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอเมืองชลบุรี อำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เพื่อดำเนินโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ได้มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งบริษัทฯ จะวางแผนการก่อสร้างให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดให้เวนคืน โดยไม่ต้องการให้มีการประกาศพื้นที่เวนคืนเพิ่มเพราะชุมชนจะเดือนร้อน

รวมทั้งเมื่อมีการส่งมอบพื้นที่แล้วจะต้องมาพิจารณาการดำเนินงานส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจมีผลทำให้แบบก่อสร้างมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมในบางจุด เช่น เส้นทางช่วงเข้าสนามบินอู่ตะเภาและสุวรรณภูมิ

“ช่วงการก่อสร้างมีจุดที่กังวล คือ พื้นที่ก่อสร้างบางจุดที่อยู่ใกล้ประชาชนมากเกินไป ไม่ว่าเราจะถูกหรือผิดก็เป็นเรื่องน่ากังวล โดยเฉพาะช่วงพญาไท-ดอนเมือง ที่อยู่ใกล้กับประชาชน”

“เจ้าสัว”สั่งรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ต้องดีขึ้น

นายธิติฏฐ์ กล่าวถึงการเข้าไปพัฒนาโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ว่า นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้กำชับว่าเมื่อซีพีจะเข้าไปดำเนินการใดแล้วจะต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าดี และทุกอย่างต้องดีขึ้น รวมทั้งนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ มอบนโยบายให้เข้าไปเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์เร็วที่สุด 

สำหรับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ เป็นส่วนหนึ่งของรถไฟความเร็วสูงเร็ว และในสัญญาการร่วมลงทุนกำหนดให้บริษัทฯ ต้องชำระค่าสิทธิบริหารแอร์พอร์ต เรลลิงก์ 10,671 ล้านบาท ภายใน 2 ปี จึงจะมีสิทธิเข้าไปดำเนินการ 

ทั้งนี้ หลังการลงนามร่วมลงทุนกับ ร.ฟ.ท. 2 เดือน บริษัทฯ ได้ทำแผนความต่อเนื่องธุรกิจและการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งกำลังประเมินงบประมาณที่จะใช้เตรียมการก่อนบริษัทฯ เข้าไปเดินรถ โดยการเข้าไปเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าไปดำเนินงาน และจะต้องมีการดำเนินการอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ 1.การเพิ่มจำนวนรถไฟฟ้าให้เพียงพอ 2.การเปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณ เพื่อให้สอดคล้องกับระบบที่จะใช้กับรถไฟความเร็วสูง

ระดมทีมออกแบบมักกะสัน

การดำเนินงานในส่วนการเดินรถไฟความเร็วสูงในหลายประเทศจะไม่มีกำไร แต่การพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน หรือ Transit Oriented Development (TOD) จะเป็นส่วนที่ทำกำไร เช่น รถไฟความเร็วสูงเส้นทางโตเกียว-โอซาก้า รถไฟความเร็วสูงเส้นทางปารีส-ลียง รวมถึงรถไฟความเร็วสูงในจีนที่มีการพัฒนา TOD เพื่อสร้างชุมชนและพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ขึ้นมา ซึ่งทำให้รถไฟความเร็วสูงเป็นตัวขยายเมือง เช่น จ.ฉะเชิงเทราที่ขยายตัวต่อเนื่องจากกรุงเทพฯ

สำหรับการพัฒนา TOD สำคัญตามสัญญาร่วมลงทุนมี 2 จุด คือ 1.พื้นที่ศรีราชา 25 ไร่ 2.พื้นที่มักกะสัน 150 ไร่ ซึ่งบริษัทแมกโนเลียควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จะเป็นผู้ออกแบบการพัฒนา 100% รวมทั้งบริษัทฯ ได้เริ่มเข้าไปสำรวจพื้นที่แล้ว และมีที่ปรึกษาเพื่อวางแผนการพัฒนาพื้นที่ให้ชุมชนได้ประโยชน์จากการพัฒนา โดยขณะนี้กำลังวางรูปแบบการพัฒนาและกำหนดโครงสร้างผู้จะเข้ามาร่วมพัฒนาพื้นที่มักกะสัน

รวมทั้ง จะนำระบบการเช็คอินสายการบินกลับมาใช้ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้โดยสาร หลังจากที่ก่อนหน้านี้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ได้ออกแบบสำหรับให้สายการบินเปิดเช็คอินได้ แต่ต่อมาได้ถูกยกเลิก

ไม่หวั่นพลาดประมูลอู่ตะเภา

สำหรับการประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ ได้ประกาศชื่อผู้ยื่นข้อเสนอสูงสุดแล้ว คือ กิจการร่วมค้าบีบีเอส โดยบริษัทฯ เห็นว่าไม่ว่าใครจะเป็นผู้ประมูลได้ก็ถือว่ามีประโยชน์

“หากเราประมูลอู่ตะเภาได้ก็ดี แต่ผมก็มองโลกในแง่ดีว่าหากอีกกลุ่มประมูลได้ก็คงพยายามให้มีผู้โดยสารผ่านสนามบินอู่ตะเภาเพิ่มมากขึ้น จะเป็นลักษณะที่เราต้องพึ่งพาเขา และเขาก็ต้องพึ่งพาเรา”

ทั้งนี้ เมื่อการบริหารรถไฟความเร็วสูงจะไม่มีกำไร แต่บริษัทฯ ต้องพัฒนาพื้นที่รอบสถานีให้ได้ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีโมเดลการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟความเร็วสูงแต่ละจุดออกมา โดยมั่นว่าที่ผ่านมาได้ศึกษาข้อมูลมาดีแล้ว