ไทยเฝ้าระวังผู้ต้องสงสัย 'ไวรัสโคโรน่า' 20 รายใน 6 จังหวัด

ไทยเฝ้าระวังผู้ต้องสงสัย 'ไวรัสโคโรน่า' 20 รายใน 6 จังหวัด
24 มกราคม 2563
17,503

ไทยเฝ้าระวังผู้ต้องสงสัย “ไวรัสโคโรน่า” 20 รายใน 6 จังหวัด เผยรอบ 20 วันกักตัวผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม 53 ราย หายดีออกจากรพ.แล้ว 33 ราย

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 18.00 น. วันที่ 23 ม.ค.2563 ศูนย์ปฏอบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้ออกรายงานสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ฉบับที่ 20 โดยระบุว่า สถานการณ์ภายในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 3 – 23 มกราคม 2563 กรมควบคุมโรคได้ดำเนินการเฝ้าระวังคัดกรองผู้โดยสารเครื่องบินใน เส้นทางที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศ ยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานกระบี่ (เริ่มคัดกรองวันที่ 17 มกราคม 2563) จำนวน 136 เที่ยวบิน ผู้เดินทางและลูกเรือได้รับการคัดกรอง ทั้งสิ้น 21,374 ราย
        ในวันที่ 23 มกราคม 2563 พบผู้ป่วยอาการเข้าได้ตามนิยามเพิ่มขึ้น จำนวน 7 ราย ทำให้รวมพบผู้ป่วยที่มีอาการเข้าได้ตามนิยามทั้งหมด 53 ราย โดย 22 ราย คัดกรองได้ที่สนามบิน อีก 31 ราย ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าตามนิยามไปรับการตรวจรักษาที่ โรงพยาบาลเอกชน 20 ราย โรงพยาบาลรัฐ 8 ราย และสถาบันบำราศนราดูร 3 ราย และในจำนวนนี้ได้พักรักษา ตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐ 10 ราย พื้นที่จ.นครปฐม กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต และสงขลา สถาบันบำราศนราดูร 8 ราย และโรงพยาบาลเอกชน 2 ราย จากผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สะสมทั้งหมด ไม่พบผู้ป่วยอาการรุนแรง ผู้ป่วยอาการดีขึ้นและได้กลับบ้านแล้วจำนวน 33 ราย และรอผลตรวจวินิจฉัยทาง ห้องปฏิบัติการ 20 ราย
           มาตรการในประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2563 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะ ฉุกเฉิน เป็นระดับ 3 เพื่อติดตามสถานการณ์โรคทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการ ทรัพยากร เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการเฝ้าระวังค้นหาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสที่มาจาก ต่างประเทศ โดยเน้นการคัดกรองไข้ณ ช่องทางเข้าออกประเทศที่ท่าอากาศยาน 5 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยาน นานาชาติสุวรรณภูมิดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ตและกระบี่ 
         เพิ่มการเฝ้าระวังที่โรงพยาบาล สนับสนุนการเตรียม ความ     พร้อมสำหรับรับมือโรคติดต่ออุบัติใหม่ โดยครอบคลุมระบบบริการสาธารณสุขทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนแหล่งท่องเที่ยว โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันของกระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานตำรวจแห่งชาติและ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและ นวัตกรรม และจัดทำรายงานสถานการณ์ฉบับภาษาอังกฤษและใบความรู้ที่เกี่ยวข้องกับโรคในฉบับ ภาษาต่างประเทศ เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์กรมควบคุมโรค นอกจากนี้วันที่ 23 มกราคม 2563 ได้ยกระดับการ แจ้งเตือนโรคในผู้เดินทาง เป็นระดับ 3 ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด
             การสื่อสารความเสี่ยงกับประชาชน 1.โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019 ป้องกันได้โดยใช้หลักการป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจ ได้แก่ ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย และไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ 2.สามารถเดินทางไปประเทศจีนได้แต่ระหว่างเดินทางในต่างประเทศขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีมลภาวะ และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม หากเลี่ยงไม่ได้ให้สวมใส่หน้ากากอนามัย 3.ภายใน 14 วัน หลังเดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น หากมีไข้ร่วมกับอาการทางเดินหายใจ ได้แก่ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ควรรีบพบแพทย์ทันทีพร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางไปประเทศจีน 

          4.หลีกเลี่ยงการไปตลาดที่ขายซากสัตว์ป่าหรือที่มีชีวิต และการสัมผัสโดยไม่ใช้ถุงมือ 5.หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ า และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่น ามือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จ าเป็น 6.ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น (เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ า ผ้าเช็ดตัว) เนื่องจากเชื้อก่อโรคทางระบบทางเดิน หายใจสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ 7.รับประทานอาหารปรุงสุกร้อน

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง