ลั่นไม่ประมูล '5จี' ลูกค้าทิ้ง 90% ฐากรย้ำ '16ก.พ.' คลื่นขายหมด

ลั่นไม่ประมูล '5จี' ลูกค้าทิ้ง 90% ฐากรย้ำ '16ก.พ.' คลื่นขายหมด
21 มกราคม 2563
4,161

ระบุเปลี่ยนตัวซีอีโอดีแทคไม่กระทบประมูล 

กสทช.เผยผลสำรวจชี้ชัดเอกชนค่ายใดไร้ 5จี ลูกค้าจ่อย้ายหนีกว่า 90% ระบุปัญหาเปลี่ยนตัวซีอีโอดีแทคไม่กระทบประมูล ขณะที่ไม่ขอก้าวก่ายเรื่องภายในองค์กรใคร มั่นใจคลื่น 5จี ที่เปิดเคาะราคา 16 ก.พ.นี้ ย่าน 2600 ขายได้ครบทุกใบอนุญาต ล่าสุดผนึกกรมการปกครอง กรมการขนส่งทางบก สำนักงานประกันสังคม เอไอเอส และแบงก์กรุงเทพ ต่อยอดพัฒนาระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลแทนบัตรประชาชน 

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า วันที่ 4 ก.พ.นี้ จะได้ข้อสรุปแล้วว่า ผู้ประกอบการโทรคมนาคม (โอเปอเรเตอร์) ที่มารับเอกสารการประมูล 5จี ไปก่อนหน้านี้ จะยื่นซองการประมูลทั้งสิ้นกี่ราย และกี่ย่านความถี่จากที่สำนักงาน กสทช.เปิดประมูลวันที่ 16 ก.พ.นี้จำนวน 4 ย่านความถี่คือ 700 1800 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์

ทั้งนี้ คลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ ที่เปิดประมูลจำนวน 190 เมกะเฮิรตซ์ โดยสำนักงาน กสทช.จำกัดการประมูลไว้ที่รายละ 100 เมกะเฮิรตซ์ (สเปคตรัม แคป) ก็มั่นใจว่าจะขายใบอนุญาตได้ทั้งหมด เพราะเป็นคลื่นที่เหมาะสมกับการทำ 5จี ที่สุด และสามารถพัฒนาจาก 4จี ที่แต่ละรายได้ง่ายที่สุดด้วย ดังนั้น หากมีบางรายไม่เข้าร่วมประมูลแล้วเหลือแค่ 2 ราย จะทำให้ได้คลื่นความถี่ในจำนวนที่เพียงพอทันที ไม่ต้องแข่งราคากันมากนัก

สำหรับการเปลี่ยนตัวประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร (ซีอีโอ) ของ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) นั้น นายฐากร กล่าวว่า รู้สึกเสียดายที่ภาพรวมของดีแทคกำลังไปด้วยดี และซีอีโอคนนี้เป็นคนที่ดีกว่าที่คนผ่านมา แต่ก็เป็นเรื่องของดีแทค ดังนั้นจะขอไม่พูดอะไรเพราะเป็นเรื่องภายในองค์กร ขณะที่นายชารัด เมห์โรทรา ที่มารับตำแหน่งแทนยังไม่ได้ติดต่อขอเข้ามาพบเนื่องในโอกาสรับตำแหน่งใหม่แต่อย่างใด ซึ่งเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเข้ามา ขอให้ดีแทคไปทำอะไรให้เกิดประโยชน์ที่สูงสุดต่อลูกค้าและประเทศดีกว่า

“ใครจะเปลี่ยนผู้บริหารกันยังไงก็ไม่กระทบการประมูล ดีแทคจะเข้าหรือไม่เข้าผมไม่รู้ แต่รายอื่นเชื่อเข้าประมูลแน่” 

นายฐากร กล่าวอีกว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วประเทศด้วยแอพพลิเคชันพฤติมาตร ระบุว่า ผู้ประกอบการรายใดไม่เปิดให้บริการ 5จี ตามที่กำหนดไว้ ลูกค้ากว่า 90% พร้อมย้ายไปใช้บริการของโอเปอเรเตอร์รายอื่นที่มีแผนเปิดบริการ 5จี ที่ชัดเจน ดังนั้นถ้าอยากให้ธุรกิจเดินหน้าต้องเข้าประมูล และหากไม่เข้าประมูล ก็จะทำให้ขาดความน่าเชื่อถือกับลูกค้าได้

ขณะที่ วานนี้ (20 ม.ค.) กสทช. ได้เซ็นเอ็มโอยู กรมการปกครอง กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานประกันสังคม ในการต่อยอดพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยรูปแบบบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือที่เรียกในชื่อ โมบาย ไอดี หรือ “แทนบัตร” โดยเริ่มทดสอบกับบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด และธนาคารกรุงเทพ เพื่อเตรียมรองรับการทำธุรกรรมยุคดิจิทัลให้มีความสะดวก และปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ มีความพร้อมที่จะขยายการให้บริกาในระยะทดสอบไปยังหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมการปกครอง กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานประกันสังคม

ส่วนรูปแบบการใช้งานระบบโมบาย ไอดีที่ถูกออกแบบขึ้นมานั้น ในเบื้องต้นจะสามารถใช้ได้กับเครือข่ายของเอไอเอส โดยในระยะทดสอบทดลองนี้จะมีการทดลองการลงทะเบียนสมัครใช้ที่ศูนย์บริการจำนวน 1,000 คน และจะมีการทดสอบทดลองการใช้โมบาย ไอดี โดยมีสาขาที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 10 สาขา หากผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ ธนาคารจะพิจารณาในการให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไป ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2563

"การร่วมมือกันระหว่าง 3 หน่วยงานภาครัฐ ที่จะพัฒนาใช้งานระบบ โมบายไอดีในระยะทดสอบ จะเป็นการส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ในการให้บริการกับประชาชน โดยประชาชนจะสามารถทำธุรกรรมกับหน่วยงานภาครัฐโดยใช้โมบาย ไอดี แทนบัตรประชาชน และหน่วยงานภาครัฐสามารถนำระบบ โมบายไอดี ไปให้บริการประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น"

 

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง