เตือนภัยวัยรุ่น 'เสพยาเค' อันตราย ฤทธิ์รุนแรงถึงเสียชีวิต

เตือนภัยวัยรุ่น 'เสพยาเค' อันตราย ฤทธิ์รุนแรงถึงเสียชีวิต
25 ธันวาคม 2562
698

เตือนภัยวัยรุ่นเสพยาเคในปริมาณมากร่วมกับสารเสพติดอื่นๆ หรือผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจทำให้เสียชีวิตได้ แม้เพียงเสพครั้งแรก

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า  ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ที่จะถึงนี้ กรมการแพทย์มีความห่วงใยประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มวันรุ่นที่มีการจัดงานสังสรรค์ ปัจจุบันวัยรุ่นบางกลุ่มนำยาเค หรือ เคตามีน (ketamine) ซึ่งเป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์หลอนประสาทอย่างรุนแรง ถูกสังเคราะห์ขึ้นเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ มาเสพ เพื่อให้เกิดอาการมึนเมา เพลิดเพลิน มีความสุข เกิดภาพเหมือนฝัน รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศหรือหลุดลอยออกจากร่าง ซึ่งฤทธิ์ของยาเคในระยะสั้นจะทำให้เกิดอาการหวาดระแวง จิตหลอน จำอะไรไม่ได้ ร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้เหมือนเป็นอัมพาตชั่วขณะ หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดปัญหาทางสมองเกี่ยวกับความทรงจำและสมาธิ มีปัญหาเกี่ยวกับการรับรู้และปัญหาทางจิต กลายเป็นคนวิกลจริต  เกิดอาการเมายา และหากขับรถก็อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า การเสพยาเคในปริมาณมากร่วมกับสารเสพติดอื่นๆ หรือผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงทำให้ผู้เสพเสียชีวิต ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้แม้จะเสพเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ยาเคในรูปแบบของเหลวจะไม่มีสีและไร้กลิ่น จึงง่ายต่อการนำไปผสมกับเครื่องดื่มต่างๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการมอมยาหรือการก่ออาชญากรรม ทำให้ผู้ดื่มอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงต่อการถูกคุกคามทางเพศหรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม ฤทธิ์ของยาเคทำให้สูญเสียความทรงจำ ผู้ถูกกระทำหรือเหยื่อจึงไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ยาเคจะออกฤทธิ์ทำให้ผู้เสพมึนเมาประมาณ 30-60 นาที แต่ผลข้างเคียงอาจอยู่ได้นานถึง 24 ชั่วโมง ในกรณีที่เสพในปริมาณมากจะทำให้การหายใจติดขัดอาจทำให้เสียชีวิตได้ จึงขอเตือนกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะสุภาพสตรีให้ระมัดระวังตัวเอง เมื่อต้องไปงานเลี้ยงปีใหม่หรือเที่ยวในสถานบันเทิงต่างๆ เลี่ยงการรับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีได้ผสมสิ่งใดลงในเครื่องดื่มและนำมาให้ดื่ม ทั้งนี้หากประสบปัญหาเกี่ยวกับยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนยาเสพติด 1165 หรือที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์  จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาค ทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmindat.go.th

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง