"สิระ" โวย "เสรีพิศุทธ์" เบิ้ล 2 เสียง โหวตเดินหน้าสอบ ปมถวายสัตย์ เตรียมเชิญ "เลขาฯ ครม." แจง พร้อมแฉ "ปธ.กมธ." ข่มขู่ "อธิรัฐ" นอกประเด็น พร้อมเรียก ตร.อุ้ม หลังยืนประท้วง
เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 62 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิกร (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงผลการพิจารณาของ กมธ.ฯ กรณีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยไม่ชอบ เพราะการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ช่วงการชี้แจงของ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ว่า นายอธิรัฐ ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดกับกมธ.ฯ ตามประเด็นที่ซักถาม เช่น ทราบหรือไม่ว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
ทั้งนี้ ระหว่างการพิจารณา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกมธ.ฯ ได้ซักถามด้วยถ้อยคำที่เข้าข่ายข่มขู่ และไม่เกี่ยวข้องกับประเด็น เช่น ทราบหรือไม่ว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล เป็นใคร นำชื่อมารดา และชื่อน้าของ นายอธิรัฐ มากล่าวต่อที่ประชุม
อย่างไรก็ตาม ตนใช้สิทธิทักท้วงต่อการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม แต่ถูกสั่งห้ามอภิปรายด้วย ทำให้ตนต้องยืนขึ้นเพื่อประท้วง ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ใช้อำนาจประธานกมธ.ฯ สั่งตำรวจรัฐสภาเข้ามาเชิญตนออกจากห้อง แต่เมื่อตำรวจรัฐสภาเข้ามาในห้องประชุมตนนั่งลง
นายสิระ กล่าวด้วยว่า ในการพิจารณาวาระดังกล่าวที่ประชุมได้ลงมติว่าจะพิจารณาต่อหรือยุติ โดยให้ กมธ. ทั้ง 15 คนลงมติ แต่ผลการออกเสียง รอบแรก ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกเสียงด้วย มติเท่ากัน คือ 7 ต่อ7 เนื่องจาก นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี ในฐานะ กมธ.ฯ งดออกเสียง ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ใช้สิทธิประธานที่ประชุมออกเสียงเป็นครั้งที่ 2 ทำให้มติ 8 เสียงให้เดินหน้าต่อ ขณะที่ 7 เสียงให้ยุติ ดังนั้น ในการพิจารณารอบหน้าจะเชิญ นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาศ เลขาธิการ ครม. เข้าชี้แจง
“เหตุผลที่ คุณจารึก ให้ไว้ เพราะต้องการวางตัวเป็นกลาง หลังจากที่พรรคอนาคตใหม่ขับออกจากพรรคและขณะนี้ยังไม่มีพรรคการเมืองสังกัด จึงงดออกเสียง แต่ผมมองว่าการทำงานภายใต้กมธ.ฯ นั้นต้องแสดงความเห็นไปในทางใดทางหนึ่งได้” นายสิระ กล่าว


