ภูมิหลัง! '70ส.ส.อนาคตใหม่' ยกมือไม่เห็นด้วย ร้อนแรงระดับปรอทแตก

ภูมิหลัง! '70ส.ส.อนาคตใหม่' ยกมือไม่เห็นด้วย ร้อนแรงระดับปรอทแตก
18 ตุลาคม 2562 | โดย คอลัมน์ท่องยุทธภพ - ขุนน้ำหมึก นสพ.คมชัดลึก18ต.ค.62
8,704

"..ร้อนแรงระดับปรอทแตก เมื่อ 70 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ยกมือไม่เห็นด้วย.."

ปฏิกิริยาหลังสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาให้ความเห็นชอบ พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นหน่วยงานบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอนั้น ร้อนแรงระดับปรอทแตก เมื่อ 70 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ยกมือไม่เห็นด้วย

ชัยธวัช ตุลาธน” รองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กหลังสภามีมติด้วยว่า “..วันนี้พรรคอนาคตใหม่เลือกแล้วที่จะยืนอยู่กับประชาชน วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรนั้น ขอให้เจตจำนงของประชาชนเป็นผู้ตัดสิน”

ชัยธวัชเปรียบเสมือนเงาของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เพราะทั้งคู่เป็นเพื่อนรักร่วมอุดมการณ์ ตั้งแต่สมัยทำกิจกรรมในนามสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2541 และร่วมกันทำคลอดวารสาร “ฟ้าเดียวกัน” เมื่อปี 2547

 

มรดก “ตาสว่าง”

ตรวจสอบโซเชียลฝ่ายกองเชียร์พรรคอนาคตใหม่ ต่างโจมตีพรรคเพื่อไทย และพรรคเสรีรวมไทย ที่เลือกทางออกด้วยการ “กินเลือดตัวเองโชว์” บางคนว่า เสียดายแกนนำเพื่อไทยที่ทำอะไรแบบนั้นลงไป ทั้งที่มีทางเลือก และสามารถอธิบายได้ 

ทำไมทำมากลายเป็น “ขีดเพดาน” การต่อสู้ที่สูงไม่เท่ากัน 70 ส.ส.กลายเป็นพระเอก ส่วน ส.ส.เพื่อไทย และเสรีรวมไทย ถูกหยามหยันว่า ใจไม่สู้

จริงๆ แล้ว การต่อสู้ทางวาทกรรม “สู้จริงหรือไม่?” เคยเกิดขึ้นมาแล้ว สมัยแดงทั้งแผ่นดิน เมื่อมีวิวาทะเรื่องแนวทางต่อสู้ระหว่าง “นปช.” กับ “แดงอิสระ” หรือปีกซ้ายของขบวนการเสื้อแดง โดยแกนนำปีกนี้ได้แก่สุรชัย แซ่ด่าน” และ สมยศ พฤกษาเกษมสุข”

ปี 2552 สุรชัย แซ่ด่าน, สุนัย จุลพงศธร และ สมยศ พฤกษาเกษมสุข เดินสายทำกิจกรรม ตาสว่างทั้งแผ่นดิน” เปิดเวทีอภิปรายเรียกร้องให้แก้ไข ม.112 เรียกตัวเองว่า “กลุ่ม 3 ส.ตาสว่าง”

ฉะนั้น มวลชนแดงอิสระ หรือ “แดงเวทีเล็ก” ก็จะวิจารณ์ว่า “สามเกลอ นปช.” แดงเวทีใหญ่ เป็นพวกสู้ไม่ถึงที่สุด “สู้ไป กราบไป”

วาทกรรมสู้ให้ถึงที่สุด ไม่เอาสู้ไป กราบไป..กลับมาฮิตอีกครั้ง ในกลุ่มกองเชียร์ส้มหวาน

เครือข่าย “โรม”

ก่อนหน้าวันลงมติรับหรือไม่รับ พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย” (DRG) ได้เคลื่อนไหวผ่านแฟนเพจเรียกร้องต่อ ส.ส.ให้ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย และลงมติไม่อนุมัติ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว เพื่อการรักษาหลักการแบ่งแยกอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย

กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ก่อตั้งโดย “รังสิมันต์ โรม” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ทุกวันนี้ เพื่อนพ้องน้องพี่เขายังทำงานต่อ และได้เคลื่อนไหวต้านเผด็จการทหารอย่างต่อเนื่อง

อานนท์ นำภา” แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้โพสต์ก่อนวันลงมติ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวว่า “มันเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ บทสรุปของการต่อสู้จากอดีตใกล้เข้ามา เปลี่ยนแปลงหรือถอยหลัง?”

อานนท์” ยังโพสต์ปลุกระดม “..หากเกิดอันตรายใดๆ จากการทำหน้าที่ครั้งนี้ขึ้น เราก็พร้อมจะปกป้องผู้แทนจากการทำหน้าที่ครั้งนี้”

...

เจี๊ยบ” ห้าวเกินพิกัด

 

ว่ากันตามจริง กลุ่ม ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่มีความกระตือรือร้นที่จะยกมือไม่เห็นด้วยต่อ พ.ร.ก.ฉบับพิเศษ ก็มีไม่เกิน 20 คน และคนหนึ่งในนั้นคือ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” หรือ เจี๊ยบ นครปฐม” ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ระหว่าง ปิยบุตร แสงกนกกุล อภิปรายเรื่อง พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯ “เจี๊ยบ อมรัตน์” ก็นั่งอยู่ข้างๆ และหลังลงมติ เธอโพสต์เฟซบุ๊กทันที แสดงอาการดีใจลิงโลด และเข้าไปตอบคอมเมนต์ด้วย

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ นครปฐม เข้าร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มแดงอิสระมาตั้งแต่ปี 2552 เพราะมีแนวคิดปฏิเสธระบอบเผด็จการทหาร และระบอบอำมาตยาธิปไตย

เจี๊ยบเป็นแฟนคลับเวที “3 ส.ตาสว่าง” โดยเฉพาะสุรชัย แซ่ด่าน เป็นแกนนำแดงสายตาสว่าง ที่เจี๊ยบให้ความศรัทธา

ปี 2561 เจี๊ยบ นครปฐม เป็นกำลังหลักให้กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และนำพาเธอให้มาเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่

ผลโหวตแบบ “แพ้แต่ได้ใจ” ในสภาเที่ยวนี้ เจี๊ยบกำลังนำไปขยายผลในสนามเลือกตั้งซ่อม เขต 5 นครปฐม

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง