รุกครั้งใหญ่รอบ49ปีสู้ศึกดิจิทัล 'เครือเนชั่น' ลุยทรานส์ฟอร์ม

รุกครั้งใหญ่รอบ49ปีสู้ศึกดิจิทัล 'เครือเนชั่น' ลุยทรานส์ฟอร์ม
11 ตุลาคม 2562
552

ชู BCC Model ผนึกทุกแพลตฟอร์มแกร่ง รุกครั้งใหญ่รอบ 49 ปีสู้ศึกดิจิทัล ลั่น "โลกเปลี่ยน ความน่าเชื่อถือต้องไม่เปลี่ยน" 

เครือเนชั่น ประกาศ “ทรานส์ฟอร์ม” องค์กรครั้งใหญ่รอบ 49 ปี สู้ศึกดิจิทัล “ฉาย บุนนาค” เปิดกลยุทธ์ BCC Model  “แบรนด์-คอนเทนท์-คอมมูนิตี้” รุก “ซีนเนอร์ยี” สื่อทุกแพลตฟอร์มในเครือ “สิ่งพิมพ์ -ออนไลน์ - โทรทัศน์” แปลงขุมทรัพย์ข้อมูล สร้างแต้มต่อ ตอบโจทย์ผู้บริโภค ชี้โฆษณาต้องวัดผลได้ ยัน “โลกเปลี่ยน-ความน่าเชื่อถือต้องไม่เปลี่ยน” 

อุตสาหกรรมสื่อเป็นเซ็กเตอร์ที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ “ดิจิทัล” ดิสรัปรุนแรงและเร็ว ส่งผลให้หลายปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการในธุรกิจสื่อต้องล้มหายตายจากไปจำนวนมาก โดยเฉพาะสื่อดั้งเดิม เช่น นิตยสาร หนังสือพิมพ์ รวมถึงโทรทัศน์ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเสพสื่อเปลี่ยนไปจากอดีต โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เสพสื่อ และคอนเทนท์ต่างๆผ่าน “แพลตฟอร์มออนไลน์” มากขึ้น

ขณะที่เม็ดเงินโฆษณามูลค่าเกือบ “แสนล้านบาท” ผ่านสื่อดั้งเดิมหดตัวต่อเนื่อง เพราะแบรนด์สินค้าและบริการ “โยกงบ” ไปยังสื่อใหม่อย่างออนไลน์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ค ยูทูบ ฯลฯ สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการในสังเวียนสื่อต้อง “ปรับตัว”​ เพื่อรักษาองค์กรให้ “อยู่รอด” และ “เติบโต” 

บนคลื่นดิจิทัลถาโถม เครือเนชั่น สื่อ “ชั้นนำ” ของเมืองไทย และมีแบรนด์จำนวนมาก และอยู่บนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย เช่น เดอะ เนชั่น อายุ 49 ปี ฐานเศรษฐกิจ 39 ปี กรุงเทพธุรกิจ 33 ปี เนชั่นทีวี 19 ปี คมชัดลึก 18 ปี เป็นต้น ซึ่งครอบคลุมสื่อสิ่งพิมพ์ ออนไลน์ และโทรทัศน์ ฯลฯ ล่าสุด ประกาศ “ทรานส์ฟอร์ม” ธุรกิจเข้าสู่ดิจิทัล เต็มตัว

นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงาน Nation Transforms วานนี้ (10 ต.ค.) ว่า ท่ามกลางโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยี ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทและเนรมิตทุกอย่างบนโลกใบนี้ ทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารแบบไร้พรมแดน ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการเสพสื่อ 

จากข้อมูลพบว่า ประชากรไทยจำนวน 69 ล้านคน ใช้มือถือ 92 ล้านเลขหมาย การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ 57 ล้านคน ใช้เวลาอยู่กับอินเทอร์เน็ต 9.11 ชั่วโมงต่อคนต่อวัน ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) 51 ล้านคน จำนวนผู้ใช้บัญชีโซเชียลทุกแพลตฟอร์ม(Account) 560 บัญชี เป็นต้น สถานการณ์ดังกล่าว ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจสื่อทั่วโลก ไม่เฉพาะประเทศไทย

ขณะที่เครือเนชั่น มีสื่อในมือจำนวนมาก จึงเกิดคำถามตามมาว่า จะอยู่รอดได้อย่างไร เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคสามารถเป็นสื่อ นำเสนอคอนเทนท์ต่างๆได้ เช่น ถ่ายทอดสด เขียนคอนเทนท์เสิร์ฟผู้บริโภคบนโซเชียลมีเดียได้โดยไม่มีต้นทุนที่สูงมากนัก และกลายเป็นทางเลือกให้ประชาชน

 

BCC Model ผนึก 8 แบรนด์แกร่ง 

ทั้งนี้ จุดแข็งของเครือเนชั่น คือการมีแบรนด์ต่างๆจำนวนมาก และยืนหยัดอยู่บนเส้นทางสื่อมานาน เช่น เดอะ เนชั่น อายุ 49 ปี ฐานเศรษฐกิจ 39 ปี กรุงเทพธุรกิจ 33 ปี เนชั่นทีวี 19 ปี สปริงนิวส์ 10 ปี เป็นต้น ซึ่งทุกแบรนด์ล้วนมีฐานผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน รวมถึงเจตนารมย์ขององค์กรมุ่งมั่นผลิตและนำเสนอคอนเทนท์ข่าวที่มีสาระ ให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่สังคมไทย สะท้อนถึงคุณค่าหลักขององค์กร (Core Value)

จากจุดแข็งดังกล่าว จึงนำมาสู่การกำหนดกลยุทธ์ BCC Model ประกอบด้วย Brand สื่อ 8 แบรนด์​ Contents คือการผลิตคอนเทนท์ที่มีอุดมการณ์ อยู่บนจริยธรรม และจรรยาบรรณ ไม่ว่าจะเป็น ข่าวด่วน (Breaking News) ข่าวธุรกิจ ข่าวการเมือง ข่าวการเงิน ข่าวชาวบ้าน ข่าวกีฬา และไลฟ์สไตล์ ฯลฯ และ Commuity หรือการสร้างชุมชนผู้ชมที่เป็นฐานแฟนของเครือ เช่น ออนไลน์มียอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ (เพจวิว) ของสื่อทุกแบรนด์ประมาณ 10 ล้านคนต่อวัน โทรทัศน์มีผู้รับชมกว่า 2 แสนคนต่อนาที เป็นต้น

“3 สิ่งที่เป็น Core Value ของเครือเนชั่น ได้แก่ แบรนด์มีความแข็งแกร่ง เนื้อหาที่ผลิตโดยกองบรรณาธิการที่มีอุดมการณ์ และมีการสร้างกลุ่มผู้ชมหรือ Community ขนาดใหญ่เกิดขึ้น บริษัทจะต่อยอดธุรกิจสร้างการเติบโตในอนาคต”

ทำรายได้สื่อทุกแพลตฟอร์ม

​ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มสื่อหลากหลาย ยังมีแผนจะผนึกกำลังเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต โดยปี 2563 สื่อออนไลน์จะมุ่งเพิ่มเพจวิวเป็น 20 ล้านเพจวิวในครึ่งปีแรก และทั้งปีจะเพิ่มเป็น 25 ล้านเพจวิว ธุรกิจทีวี มีการลงทุนสตูดิโอใหม่ นำเทคโนโลยี VR มาใช้ในการนำเสนอข่าวมากขึ้น จะมีพัฒนาคอนเทนท์ใหม่ๆตอบสนองผู้ชม และตอกย้ำผู้ประกาศแม่เหล็กอย่าง กนกรัตน์ รัตน์วงศ์สกุล และอัญชลี ไพรีรักษ์ เพื่อตรึงคนดู รวมถึงเพิ่มการสื่อสารหลากหลายทาง และโต้ตอบกับผู้ชมมากขึ้น หรือ Multiple-ways communication & Interactive ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวต้นปีหน้า เป็นการเสริมจากการให้ผู้ชมส่งข้อความผ่านทางทีวี

ส่วนสื่อนอกบ้าน ซึ่งได้ผนึกกับพันธมิตรอย่าง อควา คอร์เปอเรชั่น และบอร์ดเวย์ มีเดีย วีจีไอและมาสเตอร์ แอด หรือ Marco และแพลน บี มีเดีย จะนำเทคโนโลยีแอลอีดีมาเพิ่มประสิทธิภาพในการโฆษณาสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้าผ่านสื่อนอกบ้านในรูปแบบมัลติมีเดียมากขึ้น

ดันอีเวนท์-โฮมชอปปิงเพิ่มรายได้

บริษัทยังเดินหน้าจัดกิจกรรม (อีเวนท์) ต่างๆ เพื่อสร้างรายได้ เช่น การจัดคอร์สอบรมผู้บริหารระดับสูงเกี่ยวกับดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำนวน 3-4 คอร์สต่อปี รวมถึงการจัดสัมมนาต่างๆ ด้านธุรกิจทัวร์และสร้างประสบการณ์ โดยจะจัดทริปผู้บริหารไปศึกษางานเวิลด์เอ็กซ์โป ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นอกจากนี้ บริษัทจะพัฒนาสินค้าและบริการภายใต้แบรนด์เนชั่น เพื่อจำหน่ายผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะโฮมชอปปิง หลังจากที่ผ่านมาได้ร่วมทุนกับ แฮปปี้ เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการผ่านทางโทรทัศน์ของเครือเนชั่น

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจของเครือเนชั่น ทำให้มีขุมทรัพย์ข้อมูลหรือ Big Data มหาศาล และบริษัทไม่ได้เก็บแค่ข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภค เช่น ชื่อ ที่อยู่ แต่ได้เก็บพฤติกรรมต่างๆแบบทันที (Realtime) ที่มีส่วนร่วมกับสื่อทั้งเครือ (Engagement) อนาคตจะต่อยอดทำตลาดสินค้าและบริการแบบเฉพาะเจาะจงบุคคล (Personalized) แต่ละกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เพื่อให้การลงสื่อโฆษณาของลูกค้าสามารถวัดผลได้

รุกธุรกิจด้วยบิ๊กดาต้า

นายสมชาย มีเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โลกปัจจุบันเป็นโลกของ “ดาต้าอีโคโนมี” ดาต้าเป็นสินทรัพย์ (Asset) ที่สำคัญซึ่งทุกองค์กรจะต้องสะสม บริหารจัดการดาต้าและใช้ประโยชน์มากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคทุกคนที่เข้าสู่โลกออนไลน์ จะถูกเก็บข้อมูลส่วนตัว หรือหมายถึงการเสียดาต้าให้กับแพลตฟอร์มนั้นๆ เช่น การซื้อสินค้าออนไลน์เพื่อแลกกับส่วนลดราคา แพลตฟอร์มออนไลน์จะขอลักษณะประชากรศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ เบอร์โทร เพื่อเก็บบันทึก ทำให้บริษัทที่มีฐานข้อมูลดังกล่าว สามารถนำไปพัฒนาจัดการเป็นข้อมูลที่ช่วยเข้าถึงผูู้บริโภคและตอบสนองความต้องการได้ตรงจุด

ดังนั้น เครือเนชั่น จึงให้ความสำคัญกับบิ๊กดาต้า โดยการปรับหรือทรานส์ฟอร์มองค์กรขนานใหญ่ ด้วยการนำดาต้ามาใช้ประโยชน์ เชื่อมต่อกับธุรกิจ 3 เสาหลัก ประกอบด้วย ออฟไลน์ ซึ่งหนังสือพิมพ์ จะต้องรักษาความน่าเชื่อถือไว้ เพราะเป็นหัวใจของธุรกิจสื่อ ออนไลน์ จะตอกย้ำข่าวจริง ไม่ใช่ข่าวลวง หรือ fake news เพื่อรักษาความเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือไว้ และออนกราวด์หรือการจัดกิจกรรมต่างๆ จะช่วยให้สามารถระดมสมองจากทุกภาคส่วนเพื่อสะท้อนความเปลี่ยนแปลงและทำให้องค์กรพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

โลกเปลี่ยน-ความน่าเชื่อถือไม่เปลี่ยน

"เครือเนชั่นในวันนี้เห็นความสำคัญของดาต้า จึงต้องปรับปรุงองค์กรครั้งใหญ่ในการใช้ดาต้าให้เป็นประโยชน์ ความพยามนำเนื้อหา (Contents) เข้าถึงสัดส่วน 1 ใน 3 ของประชากรของประเทศ และเป้าหมายในการเก็บข้อมูลและต้องเห็นข้อมูลของเรา รวมถึงการปรับปรุงองค์กรอย่างไม่หยุดยั้ง และเป็นการเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งนี้ ทำให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และทำให้องค์กรมีความทันสมัย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องยึดไว้แลเะเดินหน้า ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนอย่างไร แต่เราจะไม่เปลี่ยนแปลงความน่าเชื่อถือ”

ข้อมูล” กุญแจ ทรานส์ฟอร์ม” 

นายศีล นวมานนท์ ประธานกลุ่ม Business Intelligence  บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจสื่อเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ต้องเร่งปรับตัว ซึ่งเครือเนชั่นจะเป็นองค์กรที่นำการ ทรานส์ฟอร์มมาใช้เป็นธรรมชาติ โดยใช้ข้อมูลมาช่วยในการเปลี่ยนผ่าน (Data transform ) เพราะข้อมูลใหม่บนแพลตฟอร์มเกิดขึ้นใหม่ทุกวัน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะชี้วัดองค์กรไปสู่ดิจิทัล

ดังนั้นกลุ่มธุรกิจจึงพัฒนาข้อมูล มาสู่การให้บริการ เพราะองค์กรเติบโตมาจากข้อมูล จึงต้องเปลี่ยนผ่านการบริการเนื้อหาเข้าถึงกลุ่มคนเฉพาะด้านที่ต้องการนำข้อมูลมาใช้ โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยในการวิเคราะห์เพื่อทำให้ข้อมูลตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร ลูกค้า และแบรนด์ จึงมีการดึงข้อมูลที่นำไปใช้งานที่วัดผลได้ อาทิ การปฏิสัมพันธ์ (Engagement), ระบุความต้องการผู้บริโภคในแต่เซ็กเมนท์ เชื่อมโยงข้อมูลและสิ่งที่ควรสื่อสารกับลูกค้าได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกับความต้องการ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง