วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม 2569

Login
Login

แพทย์ชะลอวัย เตือนคนไทย อย่ากลัวสารพิษจากยาฆ่าแมลง จนเลิกกินผักผลไม้

แพทย์ชะลอวัย เตือนคนไทย อย่ากลัวสารพิษจากยาฆ่าแมลง จนเลิกกินผักผลไม้

แพทย์ชะลอวัย เตือนคนไทย อย่ากลัวสารพิษจากยาฆ่าแมลง จนเลิกกินผักผลไม้ แต่หันไปหาฟาสต์ฟู้ดแทน เสี่ยงเกิดโรคตามตะวันตก แนะ จัดอาหารสมุนไพรตีคู่ เช่น รางจืด พืชอินทรีย์ ช่วยได้

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ในฐานะแพทย์ชะลอวัย ออกมาเตือนคนไทยเนื่องจากคนจำนวนมากห่วงเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพจากสารพิษในผักผลไม้ต่างๆ อย่างที่เป็นข่าว ซึ่งก็ไม่ใช่เฉพาะเราเท่านั้น แต่ประเทศที่เจริญแล้วอื่นๆ ก็เช่นกัน แต่มีสิ่งสำคัญที่มักไม่ค่อยถูกพูดถึงนั่นคือเรื่องของการ “กลัวจนเกินเหตุ” จนทำให้เสียประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ “สารพิษจากยาฆ่าแมลง” ที่คนผวาจนเลิกกินผลไม้ ทำให้ปริมาณการบริโภคพืชผักต่อคนที่น้อยอยู่แล้วยิ่งน่าห่วง

ทั้งนี้ นอกจากจะเลิกกินผลไม้แล้ว ยังหันไปกินอาหารแบบตะวันตกอยู่มาก เน้นอาหารฟาสต์ฟู้ด ซึ่งมีเส้นใยไฟเบอร์น้อย เมื่อไม่ค่อยมีเยื่อใยให้กันมันก็ทำให้เสี่ยงโรคตามแบบตะวันตกได้ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด, อัมพฤกษ์-อัมพาต, เบาหวาน, ไขข้อ อันมีที่มาจากโรคอ้วนตามมา 

นพ.กฤษดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ความห่วงใยในเรื่องการกลัวเกินเหตุจนกินผักผลไม้น้อยลงมีทั่วโลก เคยมีหน่วยงานไม่แสวงหากำไรEWG(Environmental working group)ออกมาชูป้ายนำเสนอว่าปี2019นี้ มีผักผลไม้ที่เสี่ยงปนเปื้อนสารพิษอยู่12ชนิด อาทิ สตรอเบอรี่, ปวยเล้ง, มันฝรั่ง, เชอรี่ฯลฯ ยิ่งทำให้คนกลัว

“จริงอยู่ที่สารพิษในผักผลไม้อาจทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท อาจเสี่ยงมะเร็งหรือรายงานจากการศึกษาในปี 2018โดยมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดT.H.Chan School of Public Health Environment and Reproductive Health(EARTH study)พบว่ามีความสัมพันธ์ของการเกิดปัญหามีบุตรกับการบริโภคอาหารที่มีสารปราบศัตรูพืชสูง แต่หากขาดพืชผักไปจากการบริโภคหลักเลยจะส่งผลเสียมากกว่าดี”

ดังนั้น เราจึงควรพบกันครึ่งทางอย่างเหมาะสม ด้วยการแก้ที่การกินให้เสี่ยงน้อยลง เป็นต้นว่าอย่ากินแต่พืชผักซ้ำเดิม ให้เปลี่ยนไปกินให้หลากหลาย บางอย่างปลูกได้ง่ายๆ อย่างต้นหอม, ผักชี, พริก, กะเพราะ ก็ปลูกใส่กระถาง ไว้หักสดๆ มาปรุงอาหารได้ และเพื่อไม่ให้ขาดแคลนวิตามินจนเสี่ยงภัย ศาสตร์ชะลอวัยอายุรวัฒน์จึงขอแนะให้จัดการกินแบบให้ครบ5ส่วนคือพืชผักราว4-500กรัมต่อวันดังมีตัวอย่างการรับประทานผัก-ผลไม้ที่แนะนำดังต่อไปนี้ 

1.หนึ่งจานหารครึ่งให้พืชผัก ฝากวิธีจัดอาหารง่ายๆในแต่ละมื้อไว้คือให้ใน1จานที่รับประทานต่อมื้อ แบ่งโควต้าไว้ให้ผักผลไม้สักครึ่งจานแล้วท่านจะได้รับปริมาณ5ส่วน พอเพียงแล้วก็ไม่ต้องกลัวยาฆ่าแมลงจนเกินไป ดังที่นักพิษวิทยา คาร์ล วินเทอร์ แห่งยูซีเดวิสได้กล่าวไว้ว่าผู้บริโภคยังคงควรบริโภคผัก, ผลไม้และธัญพืชและไม่ควรกลัวระดับของยาฆ่าแมลงที่อยู่ในระดับต่ำจนเกินไป ซึ่งเรื่องนี้ผมขอแนะวิธีพบกันครึ่งทางง่าย ๆ คือเรายังคงควรกินผักผลไม้ต่อแต่ขอให้เลือกชนิดที่ติดโผยาฆ่าแมลงน้อยๆ ไว้ด้วย

2.กินผลิตผลเกษตร อินทรีย์หรือออแกนิกส์บ้าง ดังมีรายงานการศึกษาของฝรั่งเศสที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ชื่อดังอย่างJAMA Internal Medicineว่ามีการสำรวจคนจำนวน69,000ราย พบว่า ผู้ที่กินผลิตภัณฑ์ปลอดสารหรือเกษตรอินทรีย์บ่อยจะพบเป็นมะเร็งน้อยกว่าคนที่ไม่กินถึง25%ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องฟังอย่างตั้งใจเพราะไม่ใช่ว่าผลิตภัณฑ์ออแกนิกส์ทุกสิ่งจะเหมือนกันเสมอไป

3.กินวิตามินบี จำเป็นต่อระบบประสาท ด้วยสารพิษหลายกลุ่มมีเป้าหมายอยู่ที่ระบบประสาท เช่นออแกโนฟอสเฟตส์และคาร์บาเมตมีผลที่จุดเชื่อมต่อระหว่างประสาท ซึ่งวิตามินบีหลายชนิดทำงานร่วมกับสารสื่อประสาท นอกจากนั้นยังมีรายงานจากJohn Hopkins Bloomberg School of Public Healthว่าวิตามินบีในระดับที่เพียงพอในร่างกายช่วยปกป้องสตรีตั้งครรภ์ได้แม้จะมีระดับสารกำจัดศัตรูพืชสูงก็ตาม 

4.ต้องมีรางจืด เป็นสมุนไพรไทย มีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาที่ต้านพิษของสารกำจัดศัตรูพืชอย่างยาฆ่าหญ้าได้ ผ่านทางไปเบรกกลไกยับยั้งเอนไซม์acetyl cholinesteraseทำให้มีอะเซทิลโคลีนคั่งอยู่ตามจุดประสาทจนเกิดอาการเป็นพิษต่างๆ อีกทั้งยังต้านพิษพาราควอตผ่านกระบวนการlipid peroxidationด้วย

5.ต้านอนุมูลอิสระด้วยเคอร์ซิทิน สารชื่อแปลกนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีในพืชผักหลายชนิดอาทิ หัวหอม,องุ่นแดง,แอปเปิล,บร็อคโคลี,พริกหวาน,ชาเขียว,ชาดำ,กาแฟ,ไวน์แดง,น้ำเบอรี่ ที่ให้ลองหาชนิดที่เป็นเกษตรอินทรีย์ดู โดยเคอร์ซิทินเป็นสารกลุ่มฟลาโวโนล ที่มีการศึกษาในปี2016ลงวารสารHuman&Experimental Toxicilogyรายงานว่าสารเคอร์ซิทินนี้มีฤทธิ์ปกป้องต้านทานพิษร้ายจากสารกำจัดศัตรูพืชกลุ่ม “ออแกโนฟอสเฟตส์” ซึ่งมีกลไกช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ, ปกป้องดีเอ็นเอจากการถูกทำลายและถนอมรักษาตับกับไตไว้