วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

อภัยภูเบศรเตรียมขอขึ้นทะเบียน 'อาหารสมุนไพร' ตัวแรก

อภัยภูเบศรเตรียมขอขึ้นทะเบียน 'อาหารสมุนไพร' ตัวแรก

อภัยภูเบศรแตกไลน์สินค้า ขยับทำอาหารสมุนไพร ร่วมมก.วิจัยพืชผักกว่า 100 ชนิด ก่อนเลือกผลิต “ซุปฟักทอง” “เยลลี่มะขามป้อมมันแกว” ช่วยการเจริญเติบโตแบคทีเรียตัวดีในลำไส้เพิ่มขึ้น เตรียมยื่นขึ้นทะเบียนอย. หวังชิงส่วนแบ่งตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ

วันนี้ (3 ต.ค.) ในงานวันก่อตั้งครบรอบ 17 ปี ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าวหัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า รพ.ได้รับทุนจากรัฐบาลในการวิจัยสมุนไพรเพื่อทำเป็นอาหาร จึงได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยและค้นคว้าอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.)โดยนำพืชผักในท้องตลอดที่เห็นว่ามีประโยชน์ต่อลำไส้กว่า 100 ชนิดมาศึกษาเกี่ยวกับการเพิ่มการเจริญเติบโตของแบคทีเรียตัวดีในลำไส้ เพราะหากแบคทีเรียตัวดีในลำไส้ดี ก็จะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ และช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง และผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาการ ซึ่งพบว่ามีประสิทธิภาพดีใน 2 สูตร ได้แก่ ซุปฟักทองและเยลลี่ผสมน้ำมะขามป้อมสดและผงมันแกว

จากนั้นนำมาทดสอบในอาสาสมัครจำนวน 33 คน ด้วยการดูสีของอุจจาระเพราะจะทำให้รู้ว่าการทำงานของลำไส้ดีหรือไม่ หากมีสีเหลืองแสดงว่าสุขภาพดี แต่หากสีออกดำคล้ำ แสดงว่ามีหมักหมมในระบบทางเดินอาหารนาน โดยดูสีอุจจาระในวันเริ่มทดลอง หลังกินผลิตภัณฑ์ 10 วัน และ 1 เดือน และผลต่อการทำให้แบคทีเรียตัวดีในลำไส้เจริญเติบโต พบว่า ซุปฟักทอง ทำให้สีอุจจาระเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี และช่วยให้การเจริญเติบโตของแบคทีเรียตัวดีในลำไส้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเตรียมยื่นเรื่องขอขึ้นทะเบียนเป็นอาหารกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ในเร็วๆนี้

ส่วนเยลลี่มะขามป้อมสดและผงมันแกวนั้น ทำให้สีอุจจาระเปลี่ยน และแนวโน้มช่วยให้การเจริญเติบโตของแบคทีเรียตัวดีในลำไส้ดีขึ้นแต่ผลยังไม่ชัดเจน อาจเป็นเพราะความเข้มข้นของน้ำมะขามป้อม ซึ่งจะต้องมีการปรับสูตรและศึกษาเพิ่มเติม ก่อนที่จะขอขึ้นทะเบียนเป็นอาหารสมุนไพรต่อไป ซึ่งจะถือเป็นผลิตภัณฑ์ 2 ตัวแรกของอภัยภูเบศรที่จะดำเนินเรื่องอาหารสมุนไพร ทั้งนี้ การที่แบคทีเรียตัวดีในลำไส้หรือโพรไบโอติกส์มีมากเพียงพอ ช่วยให้ภูมิคุ้มกันดี ร่างกายแข็งแรง สมองดี และป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

ภญ.ผกากรอง กล่าวอีกว่า การที่อภัยภูเบศรขยับมาทำผลิตภัณฑ์ด้านอาหารจากสมุนไพร เพราะที่ผ่านมาทำเรื่องยาสมุนไพรมานาน จึงพบว่าการจะให้สมุนไพรมีประโยชน์ต่อสุขภาพในชีวิตประจำวันจริงๆ ต้องกินทุกวัน แต่ยามีข้อจำกัดไม่สามารถกินทุกวันได้ เพราะปริมาณต่อโดสสูง อาจจะเปลี่ยนสมดุลในร่างกาย ซึ่งดีที่สุดคือการกินสมุนไพรเป็นอาหาร จึงมุ่งเน้นการทำอาหารสมุนไพร โดยหวังที่จะแบ่งส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ และมีการกินเยลลี่เพื่อลดความอ้วนหรือเพิ่มคอลลาเจนอยู่ในปัจจุบัน

ด้านนพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2562 ซึ่งพ.ร.บ.ฉบับนี้จะเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคจากผลิตภัณฑ์สมุนไพร ทั้งกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการผลิต นำเข้า หรือขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีมาตรฐาน โดยใช้ระบบการอนุญาต การขึ้นทะเบียนตำรับ การแจ้งรายละเอียด และการจดแจ้ง เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร มีความปลอดภัยและคุณภาพระดับสากล ช่วยทดแทนการนำเข้ายาแผนปัจจุบันและผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารจากต่างประเทศ รวมทั้งเป็นการเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางการค้ากับตลาดต่างประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการอออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนที่เป็นความรับผิดชอบของกรมและอย.