วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'อนุทิน' จี้ถกเอกสารแนบสัญญาไฮสปีด 'ซีพี' ให้จบ

'อนุทิน' จี้ถกเอกสารแนบสัญญาไฮสปีด 'ซีพี' ให้จบ

“อนุทิน” สั่งเจรจาเอกสารแนบท้ายสัญญาไฮสปีด "ซีพี" ให้จบลงนาม 15 ต.ค.ให้ได้ ยืนยันไม่เจรจา “บีเอสอาร์” ไม่ประมูลใหม่ เปิดทาง ร.ฟ.ท.ยอมถอยค่าจ่ายย้ายสาธารณูปโภค 200 ล้านบาท เอง ชงความคืบหน้าให้นายกฯ 30 ก.ย.นี้

คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ได้เริ่มเจรจาเอกสารสารแนบท้ายร่างสัญญาร่วมลงทุนกับ กิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) และกำหนดให้เจรจาสิ้นสุดการเจรจาในวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่กลุ่มซีพีส่งหนังสือลงวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อขอให้มีการเจรจาต่อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มาหารือและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการคัดเลือกฯ เจรจากับกลุ่มซีพี โดยประเด็นที่เจรจาจาไม่จบให้ยึดเอกสารคัดเลือกเอกชน หรือ Request for Proposal (RFP) เพื่อลงนามสัญญาให้ได้วันที่ 15 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ การเจรจาเอกสารแนบท้ายสัญญาคืบหน้ามาก เช่น การรื้อถอนเสาโฮปเวลล์ที่ระบุในอาร์เอฟพีและผู้ชนะประมูลต้องยอมรับ ส่วนค่าย้ายสาธารณูปโภค 200 ล้านบาท ได้บอก ร.ฟ.ท.ยอมประเด็นนี้ดีกว่าเจรจาแล้วไม่จบ และไปเจรจากับกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ที่เสนอราคาสูงกว่า 5 หมื่นล้านบาท

“ผมไม่เอาผู้ประมูลแพ้เพราะเงินลงทุนจะเพิ่มและไม่เปิดประมูลใหม่ เพราะไม่มีทางได้ราคาตามที่ผู้ชนะรายแรกเสนอมา หากประมูลใหม่ราคาอาจเพิ่ม 1.8 แสนล้านเลยก็ได้ เพราะข้อสอบรั่วแล้ว”

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า คณะกรรมการคัดเลือกฯ ยังเจรจากับกลุ่มซีพี โดยมีประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุปร่วมกันจึงเสนอให้คณะกรรมการคัดเลือกฯ นำ RFP มาทำตารางเทียบว่าใครรับผิดชอบอะไรให้ชัดเจนและเสนอนายอนุทินวันนี้ (26 ก.ย.)

 “ผมไม่ได้ตั้งข้อสังเกตอะไรเพียงแต่ไม่ให้การเจรจาขัด RFP ซึ่งบางส่วนยังติดขัดเพราะเอกชนไม่เห็นข้อมูลที่กำหนดใน RFP เช่น การรื้อถอนสาธารณูปโภค แต่จะให้เหตุผลนี้ไม่ได้เพราะมีเอกสารที่ต้องศึกษาก่อนยื่นข้อเสนอ”

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า การลงนามต้องมีในวันที่ 15 ต.ค.นี้ ดังนั้นคณะกรรมการคัดเลือกฯ ต้องเร่งสรุปและหารือในวันที่ 27 ก.ย.นี้ ก่อนจะรายงาน กพอ.วันที่ 30 ก.ย.นี้ ส่วนกรณีไม่ตัดเอกสารแนบท้ายสัญญาที่ขัด RFP ออก ส่วนตัวไม่อยากให้มีคำว่าถ้าเพราะถ้าเป็นแบบนั้นใครเขียนเงื่อนไขนอก RFP ก็ต้องรับผิดชอบเอง เพราะไม่ต้องการให้เกิดค่าโง่อีก

ทั้งนี้ คณะกรรมการคัดเลือกฯ ยังมีเวลาเพียงพอถึงวันที่ 7 พ.ย.นี้ เพราะจะเป็นวันสิ้นสุดการยืนราคาประมูล และหากไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้องก็ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรับผิดชอบ