ครม.เคาะลงทุนสายสีส้มตะวันตก 1.2 แสนล้าน

ครม.เคาะลงทุนสายสีส้มตะวันตก 1.2 แสนล้าน
20 กันยายน 2562
4,464

ครม.เศรษฐกิจไฟเขียวนำโครงการรถไฟสายสีส้มตะวันตกวงเงิน 1.2 แสนล้านบาท เข้า ครม.ในอีกสองสัปดาห์ หวังเร่งก่อสร้างเปิดให้บริการได้ในปี 2569 ตามแผน พร้อมติดตาม 44 โครงการเมกกะโปรเจ็ค ยัน 13 โครงการวงเงิน 5.5 แสนล้านบาทอนุมัติทันรัฐบาลชุดนี้

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เปิดเผยภายหลังการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันนี้ (20 ก.ย.) มีมติเห็นชอบให้เสนอโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกศูนย์วัฒนธรรม - บางขุนนนท์ วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในอีก 2 สัปดาห์ โดยโครงการนี้ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) ตั้งแต่รัฐบาลก่อน โดยในวันนี้ได้มีการหารือกันถึงการก่อหนี้ผูกพันในโครงการให้ได้ตาม พรบ.วินัยการเงินและการคลังซึ่ง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณชี้แจงว่าสามารถบรรจุไว้ในโครวการลงทุนปี 2563 ได้ นายกรัฐมนตรีจึงให้เร่งรัดนำโครงการนี้เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.โดยเร็ว เพื่อให้โครงการก่อสร้างและเปิดบริการได้ภายในปี 2569 ตามกำหนด

นอกจากนั้นที่ประชุมยังมีการรับทราบความคืบหน้าโครงการเมกะโปรเจ็กด้านคมนาคมที่สำคัญซึ่งอยู่ในการดูแลของรัฐบาล จำนวน 44 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 1,947,310 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่ ครม.อนุมัติแล้วและอยคู่ระหว่างก่อสร้าง 17 โครงการ วงเงินรวม 7.82 แสนล้านบาท โดยในส่วนที่ต้องมีการเร่งรัดคือโครงการมอเตอร์เวย์ กทม.-บางใหญ่-กาญจนบุรี ซึ่งมีความคืบหน้าในการก่อสร้างเพียง 22% เนื่องจากอยู่ในระหว่างจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในการเวนคืนที่ดิน ส่วนโครงการมอเตอร์เวย์ นครปฐม - ชะอำ จะได้มีการหารือข้อกฎหมายกับคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไป

สำหรับโครงการที่เตรียมที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในรัฐบาลนี้ มีทั้งสิ้น 13 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 5.51 แสนล้านบาท เช่น โครงการลงทุนซื้อฝูงบินของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 7 สายทางรวม 1483 กิโลเมตร มอเตอร์เวย์บางขุนเทียน- บ้านแพ้ว โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมืองระยะที่3 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ระยะที่ 1 และโครงการ MRO อู่ตะเภา เป็นต้น

“การเร่งรัดโครงการขนาดใหญ่ เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้มีการลงทุน จ้างงาน และมีการใช้โอกาสช่วงเงินบาทแข็งค่าเร่งรัดการลงทุนซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีโดยเฉพาะการนำเข้าวัสดุอุปกรณ์จากต่างประเทศ จะมีต้นทุนลดลง ขณะเดียวกันก็ถือเป็นการรับมือกับเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวต่อไปอีกระยะ” นายกอบศักดิ์กล่าว

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง