ศาลอนุมัติหมายจับโชเฟอร์แท็กซี่ รูดทรัพย์เสี่ยชาวจีนแล้ว ตั้งรางวัลล่าตัว

ศาลอนุมัติหมายจับโชเฟอร์แท็กซี่ รูดทรัพย์เสี่ยชาวจีนแล้ว ตั้งรางวัลล่าตัว
10 กันยายน 2562
831

ตร.เผยศาลอนุมัติหมายจับโชเฟอร์แท็กซี่ชมพู-ขาว ก่อเหตุรูดทรัพย์นักธุรกิจชาวจีนเกือบ 3.6 ล้านบาทแล้ว เชื่อคนร้ายยังกบดานอยู่ในกรุงเทพฯ พร้อมตั้งรางวัลให้กับผู้แจ้งเบาะแส

จากกรณีโชเฟอร์แท็กซี่ ก่อเหตุรูดทรัพย์นักธุรกิจชาวจีน ซึ่งเรียกใช้บริการจากสถานบันเทิง ย่านอาร์ซีเอ. ให้ไปส่งที่คอนโดฯ ภายในซอยเอกมัย30 แต่ระหว่างทางนักธุรกิจชาวจีนเผลอหลับไม่ได้สติ กลับถูกพามาปล่อยทิ้งไว้ที่ริมถนนกลางซอยเอกมัย12 โดยพบว่าทรัพย์สินหายไปหลายรายการ เช่น นาฬิกายี่ห้อปาเต๊ะ หวานเพชร เงินสด โทรศัพท์มือถือ รวมมูลค่ากว่า 3.6 ล้านบาท โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ (10 กันยายน) พ.ต.อ. ปรเมษฐ โพยนอก ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน เปิดเผยว่า จากการสืบสวนขณะนี้ทราบตัวคนขับรถแท็กซี่ฯ คันก่อเหตุแล้ว คือ นายธนกฤต พจทะวงษ์ อายุ 40 ปี ล่าสุดศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติออกหมายจับในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะแล้ว หลังชุดสืบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งสอบพยานแวดล้อม และการแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณที่ นายธนกฤต ขับรถแท็กซี่รับนักธุรกิจชาวจีนจากหน้าร้านอาหารในซอยอาร์ซีเอ ขับออกไปทางถนนเพชรบุรี และเข้าถนนเอกมัย แต่เนื่องจากเป็นภาพสีขาวดำไม่ทราบสีรถ ตำรวจก็ได้นำมาเปรียบเทียบลักษณะการคาดสีบนตัวรถแท็กซี่ ทำให้ทราบว่าเป็นรถสีขาว-ชมพู ดังนั้น จึงทำการสืบสวนต่อ จนกระทั่งทราบชื่อเจ้าของรถ จึงได้เชิญตัวมาสอบสวน ปรากฎว่า เจ้าของรถให้การว่า ก่อนหน้านี้ได้ขายรถคันดังกล่าวให้นายธนกฤต ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายธนกฤต เคยก่อเหตุเกี่ยวกับคดีเรื่องทรัพย์มาแล้วหลายคดี และหลายพื้นที่

ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน กล่าวอีกว่า จากแนวทางการสืบสวน ณ ขณะนี้ คาดว่า นายธนกฤต ยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เชื่อว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดีเร็วนี้ๆ พร้อมทั้งตั้งรางวัลนำจับ จำนวน 5,000บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแส ดังนั้น จึงฝากประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนที่พบเห็น หากมีข้อมูลขอให้แจ้งเบาะมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน ได้ตลอด24ชั่วโมง



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง