ปลุกขวัญ 'ปชป.ภาคเหนือ' วางเป้า20ส.ส.เลือกตั้งครั้งหน้า

ปลุกขวัญ 'ปชป.ภาคเหนือ' วางเป้า20ส.ส.เลือกตั้งครั้งหน้า
18 สิงหาคม 2562
880

พรรคประชาธิปัตย์ จัดสัมมนารวมพลังฯภาคเหนือ ตั้งเป้าเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องได้ส.ส. 20 คน จาก 62 เขต "ชวน หลีกภัย" ย้ำต้องทำงานยึดหลักความรับผิดชอบและความซื่อสัตย์

วันนี้ (18 ส.ค.) พรรคประชาธิปัตย์ จัดสัมมนา รวมพลังประชาธิปัตย์ ภาคเหนือ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกัน โดยมี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาพรรค เข้าร่วมสัมมนาด้วย

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคฯ ได้บอกถึงกลยุทธ์การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรค ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะต้องรวมใจเป็นหนึ่ง ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ ไม่ใช่ทำงานเพื่อพรรคเพราะความศรัทธาที่เกิดจากการทำงานจะเป็นชัยชนะให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์มีแนวทางของตัวเอง แต่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทำให้คนรุ่นใหม่ ไม่รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์มีผลงานอะไรบ้าง

โดยจากนี้ไปประชาธิปัตย์จะต้องลงพื้นที่เข้าหาประชาชน ไม่ใช่ไปหาเสียงเพื่อตัวเอง โดยตั้งเป้าหมายการทำงานให้แล้วเสร็จเห็นผลภายใน 4 เดือน และการเลือกตั้งครั้งต่อไปตั้งเป้า ส.ส. ภาคเหนือ ให้ได้ 20 เขต จาก 62 เขต ซึ่งล่าสุด รัฐมนตรีของพรรคได้ผลักดันนโยบายประกันรายได้ สินค้าเกษตร ไปแล้ว 3 ชนิด คือ ข้าว ยางพารา ปาล์ม เหลือเพียง มันสำปะหลัง กับข้าวโพด ก็จะครบ ตามที่หาเสียงไว้กับประชาชน ซึ่งเป็นการทำเพื่อครอบครัวเกษตรกรกว่า 30 ล้านคน และในอนาคตประชาธิปัตย์จะเข้าไปนั่งอยู่ในใจเกษตรกรทั้งหมด จากปัจจุบันที่พรรคได้คะแนนเสียง 3.9 ล้านคน และเป้าหมายหลักสำคัญของพรรคคือการจะนำ 7ล้านเสียงเดิม กลับคืนมาให้ได้

ดังนั้นจะต้องมุ่งทำงานเป็นทีม ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ แต่การทำงาน ให้ใช้ 3 กลไก คือ กลไกพรรค กลไกรัฐสภา และกลไกรัฐบาล พร้อมตั้งเป้าหมายการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์จะต้องได้ ส.ส. ภาคเหนือ 20 คน ภาคกลาง 30 คน ภาคใต้ 50 คน และ กทม. 30 คน

ทั้งนี้ระหว่างการสัมมนา นายชวน หลีกภัย ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ได้เป็นตัวแทนร่วมอวยพร วันเกิดให้กับ นายไพฑูรย์ แก้วทอง กรรมการที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นบิดาของนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ภาคเหนือ โดยนายชวนกล่าวว่า ขอให้ทุกคนที่ทำงานยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน ไม่ว่าผลงานจะเป็นอย่างไรนั้น การตอบแทนประเทศชาติและประชาชนในฐานะที่เลือกมา จึงเป็นสิ่งที่จะต้องตอบแทนด้วยการทำงานบนความรับผิดชอบและความซื่อสัตย์



แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง